วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ก้าวที่ 61 พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (7) แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจสะดุดเพราะทุนจีน


                                                  

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

กระทรวงแผนการและการลงทุน รายงานว่ามีบริษัทต่างชาติ 158 รายที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะที่มีอยู่ 10 แห่งในลาวและมีมูลค่าลงทุนรวมกว่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเขตที่มีมูลค่าลงทุนมากที่สุดคือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้วที่ได้ลงทุนไปแล้วเกินกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากมูลค่ารวม 2,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ลงทุนโดยกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำจากจีน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทจากจีนก็ได้แก้ไขสัญญาสัมปทานที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมื่อไม่นานมานี้ โดยได้ขยายพื้นที่ในเขตสัมปทานเพิ่มจาก 827 เฮกตาร์เป็น 3,000 เฮกตาร์ เพื่อที่จะรองรับโครงการพัฒนาต่างๆ จำนวนทั้งหมด 14 โครงการ เช่นโครงการก่อสร้างสนามบินสากล สนามกอล์ฟโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวดอนซาว การพัฒนาเขตเชื่อมต่อเมืองเก่าสุวันนะโคมคำ และอื่นๆ

การแก้ไขสัญญาสัมปทานในครั้งนี้ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารที่ประกอบด้วยผู้แทนของรัฐบาลลาวกับฝ่ายผู้ลงทุนขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบการบริหารโครงการให้มีความคล่องตัว ตรวจสอบได้และแบ่งความรับผิดชอบตามสิทธิ ขอบเขตและภาระบทบาทที่ชัดเจนอีกด้วย

แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าวได้มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มบริษัทจากจีนได้ให้การยืนยันกับรัฐบาลลาวอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะไม่เป็นผู้ลงทุนในการก่อสร้างสนามบินนานาชาติอยู่ในเขตเศรษฐกิจเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำทั้ง 100% หากจะขอเป็นผู้ร่วมลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 30% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดเท่านั้น

พร้อมกับการยืนยันดังกล่าว กลุ่มทุนจีนยังเสนอให้รัฐบาลลาวเป็นฝ่ายที่จะต้องลงทุนในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 70% ในโครงการที่จะต้องลงทุนรวมถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าหากรัฐบาลลาวไม่มีเงินทุน อย่างเพียงพอ ทางกลุ่มบริษัทจากจีน ก็พร้อมจะให้การสนับสนุนเงินทุนกู้ยืมระยะยาวในมูลค่ารวมไม่เกิน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลลาวจะยินยอมตามเงื่อนไขดังกล่าวของกลุ่มทุนจีน เพราะรัฐบาลลาวถูกสถาบันการเงินนานาชาติจำกัดการกู้ยืมเนื่องจากมีหนี้ต่างประเทศเกินกว่า 45% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์รวมภายใน (GDP) แล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงในธนาคารแห่งชาติลาว ให้ทัศนะว่าเงื่อนไขดังกล่าวนับเป็นความฉลาดของกลุ่มทุนจีนที่รู้จักฉวยใช้โอกาสที่รัฐบาลลาวกำลังตกอยู่ภายใต้สภาวะขาดแคลนงบประมาณนั้นมาเป็นข้อได้เปรียบในการต่อรองทางธุรกิจ ทั้งๆที่สนามบินดังกล่าวเป็นผลประโยชน์โดยตรงของกลุ่มบริษัทจากจีน เพราะว่าผู้ที่จะใช้บริการสนามบิน ก็คือชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวและเล่นการพนันอยู่ในเขตเศรษฐกิจเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำที่ลงทุนโดยกลุ่มบริษัทจากจีนนั่นเอง

สนามบินนานาชาติที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำจะมีทางวิ่งขึ้น-ลงของเครื่องบิน 2,700 เมตร และสามารถที่จะเพิ่มความยาวเป็น 3,000 เมตรได้ตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนสากล (ICAO) ที่ประกอบมีอาคารผู้โดยสาร อาคารควบคุมการบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการคมนาคม-ขนส่งทางอากาศที่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยถ้าหากว่ารัฐบาลลาวกับกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำจากจีนสามารถตกลงกันได้ตามที่กลุ่มนักธุรกิจจีนได้ให้การคาดหมายไว้ก่อนหน้านี้ ก็จะทำให้สามารถลงมือก่อสร้างได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2015 นี้เพื่อให้แล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้อย่างเป็นทางการภายในปี 2020 เป็นอย่างช้า

กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำได้รับสัมปทานที่ดินจากรัฐบาลลาวในเนื้อที่ 10,000 เฮกตาร์ในเขตเมืองต้นผึ้งเป็นเวลา 99 ปี (รวมถึงดอนซาวในแม่น้ำโขงด้วย) นับจากปี 2007 เป็นต้นมา โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นเขตการค้าปลอดภาษีและเขตท่องเที่ยวครบวงจรภาย ในปี 2020 และเมื่อการพัฒนาโครงการเสร็จสมบูรณ์ในทุกๆด้านแล้วนั้นก็จะเป็นเมืองใหม่ที่สามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้มากกว่า 2 แสนคน

ส่วนเขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงาม ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างลาวกับจีนในเขตแขวงหลวงน้ำทานั้นก็เป็นอีกเขตหนึ่งที่เป็นการลงทุนของกลุ่มบริษัทจากประเทศจีนเช่นเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้กลุ่มผู้ลงทุนกำลังก่อสร้างโกดังเก็บสินค้าและศูนย์กักกันพืช อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาให้เป็นเขตการค้าและบริการครบวงจรที่จะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ทางการลาวก็ได้มีคำสั่งให้ปิดบ่อนกาสิโนที่ตั้งอยู่ในเขตนี้ไปแล้วโดยมีสาเหตุมาจากปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นภายในบ่อนกาสิโนดังกล่าว ทั้งยังได้เป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลลาวจำต้องทบทวนแผนการก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะทั่วประเทศอย่างรอบคอบอีกด้วย

ทั้งนี้โดย สมสะหวาด เล้งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตเศรษฐกิจเฉพาะแห่งชาติลาว ได้ชี้แจงว่าการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจฯทั้ง 10 แห่งในระยะที่ผ่านมาได้ดำเนินไปภายใต้สภาวะที่ไม่มีความชัดเจน เช่น การอนุญาตให้มีบ่อนกาสิโนในเขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงามนั้นได้เกิดปัญหาอาชญากรรมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ทางการลาวต้องสั่งปิดบ่อนกาสิโนดังกล่าวนับเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้ว ทั้งยังทำให้รัฐบาลลาวได้ตัดสินใจที่จะไม่อนุญาตให้มีบ่อนกาสิโนในเขตเศรษฐกิจที่จะก่อตั้งขึ้นใหม่อีกด้วย

“ย้อนว่ากาสิโนมันมีเกิดเรื่องกัน มีการฆ่ากันแด่ อีสังกันแด่ แล้วรัฐบาลลาวกะเห็นว่ามันเป็นการที่ส่ง ผลกระทบถึงการพัวพันลาวกับจีน จึงได้เจรจากับผู้พัฒนา และในที่สุดเขาเจ้าก็เห็นดีให้ยกเลิกบ่ให้มีกาสิโน แต่ว่าอันที่มีแล้วก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามสัญญา เมื่อหมดสัญญาแล้วให้เซาและบ่ขยายใหม่”

ส่วนในเขตนครเวียงจันทน์ก็มีถึง 5 เขตด้วยกันก็คือนิคมอุตสาหกรรมและการค้าเวียงจันทน์ -โนนทอง เขตเศรษฐกิจเฉพาะดงโพสี เขตเศรษฐกิจเฉพาะล่องแถ่ง-เวียงจันทน์ เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองไซเสดถา และเขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวงของกลุ่มบริษัท Wan Feng Shanghai จากจีน ที่ได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (จากทั้งหมด 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

โดยการดำเนินงานนับจากปี 2012 เป็นต้นมาได้คืบหน้าตามแผนการที่วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อ สร้าง Condominium สูง 19 ชั้นจำนวน 12 อาคารที่คืบหน้าไปแล้ว 50% และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ทั้ง 12 อาคารภายในเดือนตุลาคม 2016 แต่กลุ่มบริษัทผู้ลงทุนก็ได้เริ่มเปิดให้ทั้งคนลาวและชาวต่างชาติเข้าไปจองซื้อได้แล้วที่ราคาเริ่มต้น 4 แสนดอลลาร์สหรัฐสำหรับห้องขนาด 4 ห้องนอนและ 4 ห้องน้ำ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวได้วางแผนการที่จะก่อตั้งเขตเศรษฐกิจฯให้ได้ 41 แห่งในทั่วประเทศ โดยเป้า หมายภายในปี 2015 นี้จะก่อตั้งให้ได้ถึง 20 แห่ง แต่เนื่องจากปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นที่เขตบ่อเต็นแดนงามและการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่เขตสามเหลี่ยมทองคำ ส่วนที่เขตบึงธาตุหลวงก็ยังตกลงราคาค่าชดเชยที่ดินให้ประชาชนลาวได้ไม่ครบทั้ง 408 ราย จึงได้ส่งผลกระทบต่อแผนการก่อตั้งเขตอื่นและยังไม่สามารถก่อตั้งเพิ่มขึ้นได้อีกเลย ซึ่งปัญหาทั้งหมดล้วนแต่เกิดขึ้นในเขตลงทุนของจีนทั้งสิ้น!!!

โดย Supalak

 

กลับไปที่ www.oknation.net