วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แก่งเสือเต้นกับความไร้เหตุผลของนักปกครอง


แก่งเสือเต้นกับความไร้เหตุผลของนักปกครอง

 

สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

การต่อสู้เพื่อปกป้องวิถีชีวิต ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รักษาชีวิต ความเป็นอยู่อย่างปกติสุขของชุมชนเป็นสิทธิขั้นฐานของประชาชนไทย เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

การต่อสู้อย่างสันติของประชาชน ด้วยรวมพลังเคลื่อนไหว เพื่อเจรจาต่อรอง ด้วยข้อมูลเอกสาร ตามหลักเหตุและผล สร้างการยอมรับทางสาธารณะ ยกระดับข้อเรียกร้อง สร้างบรรทัดฐานทางนโยบาย และเป็นแบบอย่างของการต่อสู้ให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนกลุ่มต่างๆ ศึกษาเรียนรู้ นำบทเรียนไปปรับใช้

การต่อสู้ของชาวบ้านแก่งเสือเต้น ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ที่ลุกขึ้นปกป้องชุมชนต่อรองกับอำนาจรัฐคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ผ่านการต่อสู้มายาวนานทั้งในสถานการณ์เป็นบวกและลบ

การต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรและวิถีชีวิตของชุมชนให้พ้นจากโครงการสร้างเขื่อนของรัฐ ด้วยเหตุด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำที่เหมาะสม ความคุ้มทุนของโครงการจน และผลกระทบต่อชุมชน

ดูเหมือนว่า รัฐบาลในทุกยุคทุกสมัย ทั้งรัฐประชาธิปไตยนักเลือกตั้ง หรือรัฐเผด็จการทหารก็พยายามผลักดันให้มีการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นอยู่ตลอด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผลประโยชน์อันมหาศาล

19 สิงหาคม 2558 เฟสบุ๊ค“ป่าสักทอง หยุดเขื่อนแก่งเสือเต้น” ได้เปิดแพร่แถลงการณ์ของคณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน เรื่อง ขอให้ทุกหน่วยงาน ยุติการผลักดันเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง ความว่า ตามที่ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดแพร่ ได้มีหนังสือลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 ตอบมายังนายอำเภอสอง จ.แพร่ ว่าได้ยุติโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง แล้วนั้น

คณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน ฯ พบว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้มีการดำเนินการผลักดันโครงการเขื่อนแม่น้ำยม โดยมีการประชุมผลักดันโครงการมาแล้วถึง 4 ครั้ง และจะได้จัดประชุมวางแผนผลักดันเขื่อนแม่น้ำยม ครั้งที่ 5 ในวันที่ 19 สิงหาคม 2558 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแพร่

คณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนและขัดต่อข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านได้รับจากศูนย์ดำรงธรรม อีกทั้งยังเป็นการแอบประชุมกันเพื่อผลักดันโครงการเขื่อนแม่น้ำยม ทั้งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ก็ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดแพร่อยู่แล้ว ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่จะต้องโกหกประชาชนในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง

คณะกรรมการคัดค้านเขื่อน 4 หมู่บ้าน ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จึงขอประณามการกระทำอันเป็นการตีสองหน้า หลอกลวงประชาชน และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้ยุติการผลักดันโครงการเขื่อนแม่น้ำยมโดยทันที รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานยุติการผลักดันโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่างและให้ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง 14 แนวทาง ตามที่ได้เสนอมาหลายรอบแล้ว เช่น

1.รักษาและพัฒนาป่าชุมชน ทุกชุมชนควรมีป่าชุมชน ไว้ใช้สอย เก็บเห็ด ผัก หน่อไม้ สมุนไพร เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน รักษาป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะป่าอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องรักษาไว้อย่างเข้มงวด ห้ามมิให้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่กระทบต่อป่าและสัตว์ป่า เช่น โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง ที่ผ่าใจกลางอุทยานแห่งชาติแม่ยม รวมทั้งเขื่อนแม่วงก์ เป็นต้น

2.ฟื้นฟูระบบเหมืองฝาย พัฒนาฝายดักตะกอน ฝายชะลอน้ำ ฝายกักเก็บน้ำ ให้ทั่วทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ สนับสนุนให้ทุกชุมชนได้พัฒนา ฟื้นฟูระบบการจัดการน้ำชุมชน ให้องค์กรท้องถิ่นสนับสนุนการสร้างแผนการจัดการน้ำชุมชน โดยใช้ “สะเอียบโมเดล” เป็นต้นแบบของแผนการจัดการน้ำโดยชุมชน

3.เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขา พัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก ทั้ง 77 ลำน้ำสาขา ของแม่น้ำยม ซึ่งจะกักเก็บน้ำได้มากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นถึง 3 เท่า โดยกรมชลประทานสำรวจพบแล้ว 26 จุด ซึ่งสามารถพัฒนาได้เลยโดยไม่ต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ หรือทำแหล่งรับน้ำไว้ในชุมชนโดยกรมทรัพยากรน้ำได้สำรวจแล้ว 395 แหล่งเก็บน้ำได้กว่า 1,500 ล้าน ลบ.ม.มากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นถึง 3 เท่า

ทั้งนี้ เฟสบุ๊ค“ป่าสักทอง หยุดเขื่อนแก่งเสือเต้น” ยังเผยแพร่เหตุผล 14 ประการที่ไม่สมควรสร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง เช่น ผลการศึกษาของ องค์การอาหารและการเกษตรโลก (FAO.) ด้วยเหตุผลเรื่องการป้องกันน้ำท่วม เขื่อนแก่งเสือเต้น สามารถ เยียวยาปัญหาน้ำท่วมได้ เพียง 8 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนยมบนเขื่อนยมล่าง จุน้ำได้เพียงครึ่งเดียว ยิ่งไม่มีทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้เลย

ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI.) ด้วยเหตุผลทาง เศรษฐศาสตร์ สรุปว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นไม่คุ้มทุน ส่วนเขื่อนยมบน เขื่อนยมล่างนั้น ยิ่งใช้งบประมาณมากกว่าไม่คุ้มทุน

ผลการศึกษาของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้วยเหตุผลทางนิเวศวิทยา ที่มีข้อสรุปว่าหากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะกระทบต่อระบบนิเวศน์ของอุทยาน แห่งชาติแม่ยมเป็นอย่างมาก หากเก็บผืนป่าที่จะถูกน้ำท่วมไว้จะมีมูลค่าต่อระบบนิเวศน์ และชุมชนอย่างมาก เขื่อนยมบนเขื่อนยมล่างก็กระทบต่อพื้นที่เดียวกันนี้ เพราะเป็นการแบ่งเขื่อนแก่งเสือเต้นออกเป็นสองตอน สองเขื่อนนั่นเอง

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เสนอ 19 แผนงานการจัดการน้ำแบบบูรณาการ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม ได้อย่างเป็นระบบทั้งลุ่มน้ำยม โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

ผลการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณี พบว่าบริเวณที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นตั้งอยู่แนวรอยเลื่อนของเปลือกโลก คือ รอยเลื่อนแพร่ ซึ่งยังมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นการเสี่ยงอย่างมากที่จะสร้างเขื่อนใกล้กับรอยเลื่อน เสมือนหนึ่งเป็นการวางระเบิดบนหลังคาบ้านของคนเมืองแพร่ เขื่อนยมบนเขื่อนยมล่างก็ตั้งอยู่บริเวณแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกเช่นกัน กระทบทั้งรอยเลื่อนแพร่ และรอยเลื่อนแม่ยม

ผลการศึกษาของโครงการพัฒนายุทธศาสตร์ทางเลือกนโยบายการจัดการลุ่มน้ำยม (SEA) ชี้ให้เห็นว่ามีทางเลือกมากมายในการจัดการน้ำ ในลุ่มน้ำยม โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เช่น การทำทางเบี่ยงน้ำเลี่ยงเมือง การทำแก้มลิง การพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง เป็นต้น

คำถามของสาธารณชนที่ติดตามการเคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นของชาวบ้านสะเอียบ คือ กลไกรัฐนักปกครองมีเหตุผลประการใดในการผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนแก่งเต้นขึ้นอีกครั้ง

หากรัฐไม่มีเหตุผล หรือหวังแค่ผลประโยชน์ ประชาชนก็มีสิทธิปฏิเสธอำนาจรัฐที่ฉ้อฉลได้เช่นกัน และหากเหตุผลที่ชุมชนใช้ต่อสู้มายาวนาน ไม่สามารถใช้ได้ ก็เท่ากับรัฐบีบให้ประชาชนจนตรอก

ถึงเวลาแล้วที่รัฐในปัจจุบันต้องตรวจสอบกลไกรัฐนักปกครองที่ไม่เคารพเหตุลผลของประชาชน

--------------------------------

 

หมายเหตุ พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชานชาลาประชาชน”

หนังสือแทบลอยด์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 23-29 สิงหาคม 2558

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/thaipoor/media_set…

โดย มุสิกะตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net