วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สมมุติฐานวินาศกรรมราชประสงค์


 photo: www.thairath.co.th

  สมมุติฐานวินาศกรรมราชประสงค์

            เหตุการณ์วินาศกรรมกลางเมืองหลวงของประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 นับได้ว่าเป็นอาชญากรรมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยกลุ่มคนร้ายที่ทำเป็นขบวนการมากกว่าหนึ่งคน แต่ทางการไทยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใด กลุ่มก่อความไม่สงบภายในหรือภายนอกประเทศ มีเหตุจูงใจสิ่งใด เนื่องจากผ่านไปหลายวันแล้วยังไม่มีใครออกมารับว่าเป็นคนก่อการ

คนร้ายมีเป้าหมายสังหารผู้บริสุทธิ์จำนวนมากโดยไม่จำแนก เลือกพื้นที่ปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์กลางมหานคร หวังผลความเสียหายทั้งชีวิตพลเมืองและภาพลักษณ์ของประเทศ เพื่อสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาล การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย

การที่ยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดออกมายอมรับว่าเป็นผู้ปฎิบัติการ แรงจูงใจที่สำคัญย่อมต้องการบ่อนทำลายรัฐบาลและความน่าเชื่อถือของรัฐ เนื่องจากอาจมีความขัดแย้งกับรัฐบาลไทยในนามความเกลียดชัง ความโกรธแค้น หรือขัดผลประโยชน์ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งความขัดแย้งภายในประเทศเอง และความขัดแย้งในนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            ผู้ต้องสงสัยเป็นชายผิวขาว จมูกโด่ง คางแหลม พูดภาษาที่สาม ตามคำให้การของพยานที่ไม่แน่ใจว่าเป็นภาษาภายในหรือภายนอกอาเซียน ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ผู้ต้องสงสัยปฏิบัติการเหมือนมืออาชีพที่ได้รับการฝึก เนื่องจากหลังก่อเหตุไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และน่าจะมีผู้ช่วยปฏิบัติการอย่างน้อยสองคนในพื้นที่

นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ต้องสงสัยย่อมรู้ว่ามีกล้องวงจรปิด แต่ไม่เลือกใส่หมวกอำพรางใบหน้า แต่เลือกอำพรางรูปแบบอื่นแทน มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะต้องการเบี่ยงเบนทิศทางการสอบสวนคดีไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ถูกไล่ตามหรือขยับใกล้เข้ามาถึงตัวผู้ปฏิบัติการมากที่สุด รัฐบาลไทยน่าจะมีระบบปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่ทันสมัย จึงไม่สามารถใช้เครือข่ายกล้องวงจรปิดสืบหาคนร้ายได้อย่างทันท่วงที หรือไม่ก็คนร้ายเข้าใจระบบและมีฝีมือเหนือกว่าในการหลบหลีกเครื่องมือตาข่ายสายตาของทางการไทย

            ตามกระบวนการยุติธรรมสากลย่อมต้องพิสูจน์หลักฐานเพื่อนำไปสู่ผู้ต้องหา แต่ทางการไทยได้กวาดล้างทำความสะอาดพื้นที่อย่างรวดเร็วเพียงข้ามวันโดยละเลยความสำคัญของการพิสูจน์หลักฐานและระบบนิติวิทยาศาสตร์ ท่ามกลางข้อสงสัยว่าอาจมีการปกปิดข้อมูลบางอย่างจากรัฐ เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องการยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายที่มีศักยภาพสูงและอาจเกี่ยวพันกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจจะนำเข้าสงครามก่อการร้ายจากภายนอกในอนาคต

ภายหลังเหตุการณ์ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และอังกฤษ เสนอความช่วยเหลือในการสืบสวนติดตามหาตัวคนร้าย แต่รัฐบาลไทยเห็นว่าเหตุระเบิดเป็นปัญหาของไทยควรแก้ปัญหาเป็นการภายใน ไม่ต้องการให้ต่างประเทศเข้ามาร่วมในการสอบสวน เพราะต้องการดำเนินการสืบสวนสอบสวนทางคดีเอง แต่เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง จีน ยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติอีก 4 คน และยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องร้องขอความช่วยเหลือจากองค์การตำรวจสากลเพื่อติดตามตัวคนร้ายร่วมกันต่อไป

            ความเป็นไปได้ที่ว่าอาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในประเทศเอง เนื่องจากการวางระเบิดแสวงเครื่องหน้าศาลพระพรหม โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์นั้น ไม่ใช่การก่อวินาศกรรมครั้งแรกที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เพียงแต่เกิดความสูญเสียมากเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากความจงใจของคนร้าย กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดพบว่าเป็นแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ทำด้วยท่อเหล็ก มีดินระเบิดน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ที่ทำงานเผาไหม้สมบูรณ์จนไม่ทราบว่าเป็นระเบิดชนิดทีเอ็นทีหรือซีโฟร์

            ซึ่งระเบิดชนิดดังกล่าวนอกจากกองทัพมีไว้ในครอบครองแล้ว ยังมีในการครอบครองของพลเรือนด้วย โดยพบว่ารูปแบบระเบิดคล้ายกับเหตุการณ์ระเบิดที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 จากระเบิดชนิดทีเอ็นทีที่มีน้ำหนักรวมกว่า 10 กิโลกรัม และเหตุการณ์ระเบิดที่เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2557 ซึ่งรูปแบบของระเบิดที่พบมีลักษณะเป็นระเบิดแสวง­เครื่องใส่ในท่อเหล็ก หรือที่เรียกว่าไปป์บอมบ์เหมือนกัน

            อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ยังมีเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯ อีกหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ระเบิดในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 38 คน เหตุการณ์ระเบิดวันที่ 22 มีนาคม 2557 เกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นใกล้ศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ และล่าสุดก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน มีการวางระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูกบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม หน้าห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งทั้งหมดนั้นมีสมมุติฐานว่ามาจากมูลเหตุความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ

            ความเป็นไปได้ที่ว่าอาจมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุวางระเบิดแบบแสวงเครื่องขึ้นที่หน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 ตรงข้ามมหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2556 เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 4 คนเป็นชาวจังหวัดปัตตานี ศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 50 ปีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 ต่อมาเกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นอีกในคืนวันที่ 10 เมษายน 2558 ที่ห้างเซ็นทรัลบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองไทย เจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 8 คน เชื่อมโยงเหตุการณ์ความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปัจจุบันยังจับกุมคนร้ายไม่ได้

            ส่วนความเป็นไปได้ที่ว่าอาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ กรณีการส่งผู้อพยพชาวอุยกูร์ส่วนหนึ่งกลับไปประเทศจีนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยอาจเป็นชาวต่างประเทศและพูดภาษาที่สามตามคำให้การของพยาน โดยรัฐบาลไทยได้ส่งชาวอุยกูร์ 109 คนกลับประเทศจีนตามการร้องขอ หลังพิสูจน์สัญชาติพบว่าเป็นชาวจีนและส่วนหนึ่งถูกทางการจีนตั้งข้อหาว่าพัวพันกับการก่อการร้าย

            แม้ว่าอีกด้านรัฐบาลไทยจะส่งตัวผู้อพยพชาวอุยกูร์ที่จับกุมได้ไปยังประเทศตุรกีแล้วหลังพิสูจน์สัญชาติ 171 คน แต่ประเด็นดังกล่าวก็ได้สร้างความโกรธแค้นให้แก่ชาวตุรกีอย่างมาก จนมีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปทำลายสิ่งของในสถานกงสุลไทยในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558

            ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังจากกองกำกับการสายตรวจ 191 ไปเฝ้าประจำจุดตามสถานทูตต่างๆ ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการก่อเหตุความไม่สงบกับนักท่องเที่ยวชาวจีนตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วย

            อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเคลื่อนย้ายถิ่น ทางผ่านหรือที่พักพิงที่สำคัญของขบวนการต่างๆ ที่เข้ามากบดานเรื่อยมา จึงไม่น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ที่เหมือนเผาบ้านหรือที่พักพิงของตัวเอง เพราะที่ผ่านมานั้นใครที่ผ่านเข้ามา ฝ่ายความมั่นคงของไทยก็ได้แต่เฝ้าติดตามจับตามองอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เคยจับกุมตัว เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นนำเข้าความขัดแย้งมาสู่ประเทศไทย

            ยกเว้นกรณีล่าสุดที่จับฮัมบาลี หัวหน้ากลุ่มเจมาอาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) เครือข่ายอัลกออิดะห์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2546 ส่งให้สหรัฐอเมริกาตามการร้องขอของซีไอเอ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลีเมื่อปี 2545 จนมีผู้เสียชีวิต 202 คน

            สุดท้าย ความเป็นไปได้ที่ว่าอาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคแห่งนี้ รวมถึงสถานการณ์ในประเทศโลกอาหรับ ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านพักของชาวอิหร่าน ในซอยสุขุมวิท 71 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 เนื่องจากความผิดพลาดในการประกอบระเบิด และหนึ่งในคนร้ายถูกระเบิดขาขาดระหว่างการหลบหนี

            จากการตรวจสอบพบวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ชนิดแสวงเครื่อง อีกจำนวน 5 ชุด ในการครอบครอง พร้อมแม่เหล็กแรงสูงสำหรับติดกับเป้าหมายด้วย ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่อินเดียก่อนหน้านั้น โดยระเบิดมีการต่อวงจรโดยใช้วิทยุทรานซิสเตอร์เป็นตัวอำพราง ใช้แกนระเบิดหรือเชื้อประทุที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อน และใช้วิธีจุดชนวนด้วยการดึงสลักเหมือนระเบิดขว้าง

            พวกเขาอาจใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งของ หรืออาจเตรียมก่อการร้ายในประเทศไทยเพื่อโจมตีชาติตะวันตกและอิสราเอลก็เป็นได้

แต่เป็นคนละแบบกับระเบิดที่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์. 

Related image

ลายเซ็นต์วินาศกรรม

            แม้ว่าเหตุการณ์วินาศกรรมกลางเมืองหลวงที่ผ่านมา ลายเซ็นต์ของระเบิดจะคล้ายกับเหตุการณ์ระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่นเมื่อปลายปี 2553 และเหตุการณ์ระเบิดที่เขตมีนบุรีเมื่อต้นปี 2557 เนื่องจากเป็นระเบิดแสวง­เครื่องใส่ในท่อเหล็กแบบ “Pipe Bomb” เหมือนกัน แต่ฝ่ายความมั่นคงหลายคนเริ่มตัดข้อสงสัยและเทใจไปทางความขัดแย้งระหว่างประเทศมากกว่า

            เนื่องจากสมมุติฐานหนักแน่นที่เชื่อว่า คนไทยไม่ลงมือลอบสังหารชาวต่างชาติโดยมีพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนแบบนี้ การตอบโต้รัฐบาลโดยตรงเพื่อสั่นคลอนความมั่นคง ภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยเลือกกระทำต่อพลเมืองชาติเป้าหมาย อาจมาจากความโกรธแค้น หรือเป็นการปฏิบัติการของกลุ่มลับ จึงไม่มีการเปิดเผยตัวตน แต่มีผลทางนโยบายระหว่างประเทศ

            ความเป็นไปได้ที่ว่านี้ ทำให้รัฐต้องตั้งรับด้วยปฏิบัติการ Information Operations เพราะไม่ต้องการยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายหรือเกี่ยวพันกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่วนการก่อกวนรายวัน ระเบิดปลอมบ้าง อาจเป็นปัญหาความขัดแย้งภายใน ร่วมด้วยช่วยกันผสมโรงก็เป็นไปได้ เพราะรัฐบาลเปิดศึกหลายด้าน

            โดยเฉพาะเมื่อผู้สื่อข่าวจาก The International Consortium of Investigative Journalists ซึ่งมีประสบการณ์จากอัฟกานิสถาน ได้ให้ความเห็นที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT.) ว่ากลุ่มที่น่าสงสัยที่สุดน่าจะเป็นกลุ่ม Grey Wolves เนื่องจากเหตุผลที่รัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์ 109 คนกลับประเทศจีนตามการร้องขอ และส่วนหนึ่งถูกทางการจีนตั้งข้อหาว่าพัวพันกับการก่อการร้าย อาจนำมาซึ่งความโกรธแค้นของพวกเขา ซึ่งหลายฝ่ายสงสัยว่ากลุ่มนี้อาจพัวพันเหตุจลาจลในสถานกงสุลไทยใน Istanbul เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

            มีรายงานข่าวด้วยว่า สันติบาลได้รับแจ้งว่าจะมีการก่อเหตุความไม่สงบกับนักท่องเที่ยวชาวจีนตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมก่อนเกิดเหตุราชประสงค์เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ จนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังจากกองกำกับการสายตรวจ 191 ไปเฝ้าประจำจุดตามสถานทูตต่างๆ

ปัจจุบันหลายคนยังเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะยังหลบซ่อนอยู่ใน Safe House ภายในประเทศไทย เพราะยังไม่มีข่าวกรองความเคลื่อนไหวในการเดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด

            จากการตรวจสอบพบว่า Grey Wolves เป็นกลุ่มชาตินิยมตุรกีขวาจัด มีอุดมการณ์ Neo-Fascist เคยเคลื่อนไหวด้วยกำลังอาวุธสนับสนุนพรรคขบวนการชาตินิยม (National Movement Party) ในตุรกีมานานหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการลอบสังหารทางการเมืองภายในหลายครั้ง ว่ากันว่าหัวหน้าพรรคขบวนการชาตินิยมคือหัวหน้ากลุ่มตัวจริงของ Grey Wolves     

            พวกเขามีแนวคิดรวมชาติของผู้พูดภาษาตระกูลเติร์กให้เป็นหนึ่งเดียว จึงหันมาต่อสู้กันเพื่อชาวอุยกูร์ พี่น้องชาวมุสลิมที่พูดภาษาเติร์กในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีนด้วย

            ปัญหาเหล่านี้มีบางคนบอกว่า ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และความเชื่อ มันเป็นเพียงแค่เรื่องยุคสมัยที่รอวันผ่านพ้นไป เพราะมนุษย์เราต่างอาจมาจากหนึ่งเดียวกันแต่ดั้งเดิม ก่อนจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่หลากหลายมากมายนี้

            แม้แต่สมัยหนึ่ง ชาวอารยันหรือเปอร์เซียก็ได้ผสมกับชาวมองโกลออกมากลายเป็นชาวเติร์ก ซึ่งแพร่กระจายชาติพันธุ์เข้าไปยังเอเชียกลางรวมถึงอินเดียด้วย ดังสมัยที่บางส่วนของอินเดียปกครองด้วยราชวงค์โมกุลผู้สร้างปราสาททัชมาฮาล

            อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้สงสัยว่ามหาอำนาจตะวันตกอาจอยู่เบื้องหลัง Grey Wolves ด้วย เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ และองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาตามรายงานที่ว่า Grey Wolves ปฏิบัติการรบแบบกองโจรในฐานะเป็นองค์กรสนับสนุนและคุ้มครองของหน่วยสงครามพิเศษแห่งกองทัพตุรกี จัดตั้งขึ้นมาเพื่อก่อจารกรรม ต่อต้านฝ่ายซ้ายในตุรกีและการรุกรานของสหภาพโซเวียตในสมัยสงครามเย็น ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนและการฝึกทางทหารจากทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ และในปัจจุบันอาจยังเป็นแขนขาของพวกเขาอยู่

            ก่อนหน้านี้นั้นทางการไทยมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและทางการทหารที่ดีกับรัฐบาลสหรัฐฯ มาโดยตลอด รวมทั้งเคยส่งตัวฮัมบาลี หัวหน้ากลุ่มเจมาอาห์ อิสลามิยาห์ (JI) ให้ตามการร้องขอ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลีจนมีผู้เสียชีวิต 202 คน รวมถึง วิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซียหลังขนอาวุธมาจากเกาหลีเหนือ ซึ่งประทับตราถึงบทบาทที่สำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ บนดินแดนประเทศไทยได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

            ขณะที่ชาติตะวันตกมีความขัดแย้งกับจีน รัสเซียและอิหร่าน ประเทศไทยเป็นชาติเป็นกลางที่อยากอยู่เหมือนสวิตเซอร์แลนด์แต่แทบเป็นไปไม่ได้ เมื่อเราเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจต่างๆ ที่เข้ามายึดครอง โดยเฉพาะการผ่านเข้ามาของทุนธนาคารและการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

            เมื่อต้นปี 2555 รัฐบาลสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยคนอเมริกันในประเทศไทยให้ระวังก่อการร้ายต่างชาติ เนื่องจากจับกุมผู้ก่อการร้ายชาวเลบานอนได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิจากการประสานของหน่วยข่าวกรองอิสราเอล (Mossad) ต่อมาได้ค้นเจอสารผลิตวัตุระเบิด 396 กิโลกรัมที่สมุทรสาคร โดยผู้ต้องหาให้การว่าแค่เพียงใช้เมืองไทยเป็นทางผ่านส่ง “สินค้า” เหล่านั้น

ทางการไทยพบประวัติความเคลื่อนไหวของ Atris Hussein ผู้ต้องหารายนี้ว่าเคยเข้าไทยมาแล้ว 12 ครั้ง ขนลำเลียงอุปกรณ์ทำระเบิดจากชายแดนใต้เข้ากรุงเทพฯ มานานกว่า 4 ปี!

            อีก 1 เดือนต่อมา เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านพักของชาวอิหร่าน ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 เขตวัฒนา เนื่องจากความผิดพลาดในการประกอบระเบิด และหนึ่งในคนร้ายถูกระเบิดขาขาดระหว่างการหลบหนี

            หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย พบว่าระเบิดแสวงเครื่องของพวกเขามีลายเซ็นไม่เหมือนกรณีที่ราชประสงค์ เพราะมีแม่เหล็กแรงสูงสำหรับติดกับเป้าหมายคล้ายกับเหตุการณ์โจมตีภรรยานักการทูตอิสราเอลที่ประเทศอินเดียและจอร์เจียก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว

            ขณะที่นานาชาติต่างจับจ้องมาที่เมืองไทยในฐานะเป้าหมายการก่อการร้าย สื่อมวลชนหลายสำนักคาดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายฮิซบุลลอฮ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน เหมือนกับที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลออกมาให้ความเห็น

            ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกมาประณามเหตุระเบิดดังกล่าวและย้ำว่าอิหร่านไม่ได้มีส่วนรู้เห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ต่อทางการไทยในการสืบค้นหาตัวผู้บงการและผู้อยู่เบื้องหลัง แม้ว่าทางการไทยจะไม่เชิญสถานทูตอิหร่านร่วมตรวจสอบเลยก็ตาม

            ส่วนนักวิชาการอิหร่านบางคนมองว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มมุญาฮิดีนคัลก์ ที่ต่อต้านการปฏิวัติอิสลามและลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านมาหลายครั้ง เคยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซัดดัมและสหรัฐฯ หลังพบภาพดื่มเหล้าที่พัทยากับสาวไทยก่อนเกิดอุบัติเหตุบ้านพักระเบิดแล้วพยายามหลบหนี.

 

photo: http://news.voicetv.co.th

 [เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา เมธา มาสขาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 23 และ 30 สิงหาคม 2558]

 

 

 

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net