วันที่ พุธ กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย ...แต่...


ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายล่าสุดของเจ้านายใหญ่ ณ ศึกษาธิการ หรอกครับ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ..... แต่เป็นห่วง ยังเกิดข้อสงสัยอีกหลายประการในการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ที่จะเริ่มในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 นี้
 1. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551 ที่เรามีการปรับ เปลี่ยน แปลง หลักสูตรจากปี 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาเป็นปีล่าสุด 2551 นั้น ....ในการเรียน การจบ ต่างมี “เกณฑ์” ว่าวิชานี้ ต้องเรียนกี่ชั่วโมง ต้องผ่านเกณฑ์ในคะแนนเท่าไหร่ ? ...เมื่อมี ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ...วิธีการจะสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร วิธีการนับชั่วโมงที่หายไปเพื่อให้ครบตามจำนวนในหลักสูตรนั้น ...เราแก้ไขกันหรือยัง

2. ตอนนี้ นอกจากเวลาในหลักสูตรแล้วควรคิดถึง วิชาที่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย เช่น ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ที่ก่อนหน้านี้ เจ้านายใหญ่ ณ ศึกษาธิการ คนก่อน ...ได้ให้ “นโยบาย” ไว้ว่า ต้องเรียน ต้องเพิ่มวิชานี้ ... เมื่อมี การลด-เพิ่ม แบบนี้ขึ้นมา สถานศึกษาต้องปรับ เปลี่ยน แปลง ตารางสอน ตารางเสริมกัน "วุ่นวาย" 

3. จากหลักสูตรที่ต้องปรับ เปลี่ยน แปลง แล้ว ที่สำคัญคือ หน่วยงานภายนอกที่จะมาประเมินสถานศึกษา  “สมศ.” เขาได้ปรับ เปลี่ยน แปลง หัวข้อ หลักเกณฑ์ คะแนน ที่จะประเมินสถานศึกษาหรือยัง ?

ในความรู้สึกส่วนตัว ... คิดว่า การปรับ เปลี่ยน แปลง นโยบายนี้ ดีนะครับ เพียงแต่ เราน่าจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2559 เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้เตรียมพร้อม ปรับตารางสอน ฯลฯ เสียก่อน ...แล้ว “ผล” ที่ได้รับที่จะตามมา ย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เรามีแต่ปริมาณเฮฮาไปตามกระแส นะครับ

เพิ่มเติมในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
 ในช่วงเช้าถึงเวลาประมาณ 14.00 น. นักเรียนจะได้เรียนวิชาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หลังจากนั้นจะเป็นการทำกิจกรรมที่เน้นด้านปฏิบัติและบูรณาการ ในเบื้องต้น สพฐ.ได้กำหนดกิจกรรม 4 แบบ ได้แก่

1.กิจกรรมเสริมสร้างทักษะ ที่เน้นให้เด็กทำกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยกิจกรรมจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ในช่วงเช้าเพื่อให้เด็กมีทักษะและลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การทำโครงงาน การวาดรูป เล่นละครประวัติศาสตร์ เป็นต้น

2.กิจกรรมเสรี ให้โรงเรียนจัดตามความเหมาะสมและความพร้อม อาทิ ชมรมจิตอาสา ชมรมกีฬา เป็นต้น

3.กิจกรรมสอนอาชีพ ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัด สพฐ.กว่าหมื่นโรงมีความต้องการเรื่องดังกล่าว โดยโรงเรียนอาจชักชวนผู้ปกครอง หรือภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาร่วมให้ความรู้และสอนอาชีพแก่นักเรียน รวมกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะชีวิตด้วย

4.กิจกรรมสอนเสริมวิชาการ ที่เป็นการดูแลเด็กที่มีปัญหาเรียนอ่อนหรือสอนการบ้าน เป็นต้น ซึ่งแต่ละโรงเรียนสามารถเลือกกิจกรรมได้เอง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน

เอ๊ ...หรือว่า จะเป็นที่ตัวเรา วิตกจริตไปคนเดียวหว่า ....



มีความสุขทุกวันและรักกันทุกคน
I'm fine thank you.
ป๋าโซ 

โดย น้ำทะเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net