วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต้อง "สนุก" ก่อนจะได้ "สตางค์"


ถ้าคุณขายของที่คุณไม่ 'อิน' ลูกค้าจะรู้สึกได้ สมมุติให้คนสมถะ เรียบง่าย ไปขายสินค้าฟุ่มเฟือย ก็ขายได้นะ แต่ขายดีรึเปล่าไม่รู้ เพราะลึกๆในใจเขาอาจไม่เชื่อว่า มันจะซื้อสิ่งนี้ไปทำไม ขนาดเรายังไม่สนใจ แล้วคนอื่นจะสนหรอ ก็สักแต่ว่าพูดๆ ขายๆไป ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ หรือให้คนไม่ชอบอ่านหนังสือเลย ไปขายหนังสือ โหย ทำร้ายกันชัดๆ 

เวลานำเสนอสินค้าหรือบริการอะไรก็ตาม ถ้าคนขายไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองขาย มันก็ขายไม่ออกไปแล้วครึ่งนึง อีกครึ่งแล้วแต่บุญญาวาสนาส่ง จะทำมาค้าขายหวังพึ่งบุญกรรม ตายแน่

อย่างที่เคยบอกครับ สินค้าต่อให้ดียังไง มันก็ต้องมีคนขายเปิดให้มันทั้งนั้น ตัวอย่างที่ผมยังชอบนึกถึงคือ วันนึงผมเดินเข้าร้านขายหนัง ไม่ได้คิดว่าจะมาซื้อเรื่องอะไรเป็นที่แน่นอน แค่อยากหาอะไรดู ปรากฏว่าออกมาผมได้หนังติดมือหลายแผ่นเลย มันเกิดจากการพูดคุยกับพนักงานขาย ถามอะไรตอบได้ ที่ตอบไม่ได้ส่วนน้อยมาก แล้วบอกกับผมตรงๆว่า ขอโทษทีพี่ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะจบ เขายังจับประเด็นแล้วนำเสนอข้อมูลอื่นๆประกอบต่อให้อีกด้วย

"ถ้าพี่ชอบแนวนี้นะ ต้องเรื่องนี้เลยครับ มาใหม่" ... "ดูแล้วยังครับเรื่องนี้ มันส์มาก ล่าสุดได้รางวัลด้วยนะพี่" ... "อันนี้ขายดี ตอนนี้กำลังฮิต ติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยครับ ถ้าพี่มีวันหยุดยาวแล้วไม่ได้ไปไหน รับรองพี่จะดูรวดเดียวจบแน่ๆ" ... "ยังไม่แน่ใจครับ ของยังไม่มา แต่ที่ร้านจะมีเข้ามาใหม่อีกทีเป็นวันอังคารหน้าครับ พี่แวะมาดูอีกทีวันนั้นก็ได้" และอีกสารพัด คือกลายเป็นเข้าไปคุยจนจากที่ไม่รู้จะซื้ออะไร ก็ได้เรื่องที่น่าสนใจเยอะเลย เพลินเชียวล่ะ 

พนักงานคนนี้อินกับเรื่องหนังมาก มากจนแววตา สีหน้า ท่าทาง เวลาคุยเรื่องหนัง มันปรากฏฉายแสงออกมาให้รู้สึกได้อย่างชัดเจน ซื้อไม่ซื้อไม่รู้ แต่ได้คุยเรื่องหนังแล้วมันฟิน 

ผมบอกเลยว่า ยอดขายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากหนัง มาจากพนักงานขายคนนี้ล้วนๆ 100% เพราะถ้าไม่มีเขา แล้วโชคดี ผมอาจจะเลือกหยิบติดมือมาสักแผ่น แต่พอมีคนที่อินกับสิ่งที่ขายมานำเสนอ กลายเป็นอีกเรื่องไปเลย นอกจากได้หนังแล้ว ตัวผมก็ยังได้ความประทับใจ รู้สึกดีมาด้วย ครั้งต่อไปถ้าผมจะซื้อหนัง คุณว่าผมจะไปที่ไหนหล่ะครับ 

ที่เล่ามาก็อยากให้เห็นว่า ถ้าเราคิดจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม สิ่งนั้นเราสนุกที่จะอยู่กับมันมั้ย เวลาเสนอขายคุณนำเสนอแบบให้มันผ่านๆไป หรือคุณใส่ใจเล่าโน่นนี่นั่นให้ลูกค้าฟังได้เป็นเรื่องเป็นราว ยิ่งคุยยิ่งสนุก ยิ่งถามยิ่งชอบ ยิ่งได้ตอบยิ่งมันส์รึเปล่า

หรือเป็นพวก ถามอยู่ได้ ไม่ซื้อก็ไปไกลๆไป๊ ถ้ารู้สึกแบบนี้ จบเห่

สนุกในสิ่งที่ทำ ทำมันเรื่อยๆ ทำมันบ่อยๆ ทำมันอยู่ทุกวัน เดี๋ยวคุณก็จะทำมันได้ดี พอทำได้ดี ลูกค้าที่มาซื้อของกับคุณ หรือแม้แต่ยังไม่ซื้อวันนี้ เขาก็เอาไปแชร์ในวงเพื่อน คนรู้จัก ในบริษัทเขาว่า ถ้าจะหาสิ่งนี้จะซื้อแบบนี้จะทำอันนี้ เธอต้องไปหาคนนี้เลยนะ คุยดี ให้ข้อมูลดี เขาชื่อนี้ เบอร์ติดต่อ กลายเป็นเซลล์ช่วยนำเสนอเราให้กับลูกค้าใหม่ให้ฟรีอีก เยี่ยมยอดที่สุด

ตัวผมเองก็เคยได้รับการติดต่อจากคนไม่รู้จักกันมาก่อนเลย โทรเข้ามาแล้วก็บอกว่า น้องค่ะพี่ได้เบอร์มาจากพี่คนนี้นะ เขาบอกว่าน้องทำอันนี้ให้เขา พี่สนใจอยากทำบ้าง เลยโทรมาถามรายละเอียดกับราคาค่ะ

ไม่ต้องเสแสร้ง ไม่ต้องหลอกลวงชาวบ้านให้เหนื่อย หาสิ่งที่เรารักเราชอบเราสนุก ทำมันให้ดี เดี๋ยวมันจะหาทางนำมาซึ่งธุรกิจรายได้เงินทองแก่เราเอง ส่วนจะช้าจะนานอันนี้ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน อาจจะขึ้นอยู่ที่การทำตลาดนั่นก็ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าคุณไม่ได้อินกับสิ่งที่ทำ แม้จะมีลูกค้าวิ่งมาหาคุณเยอะ สุดท้ายมันจะกลายเป็นว่ามีแต่คนวิ่งเอาปัญหาที่เราไม่ชอบแก้ มาให้เราเต็มไปหมด ก็เครียดอีก พอทำไม่ได้ไม่ดี สุดท้ายลูกค้าก็รับรู้เอาไปบอกกันต่อ เจ๊งจนได้

เอาเป็นว่าถ้าคุณตั้งต้นที่สตางค์ล้วนๆเมื่อไหร่ ความจริงใจก็หายไปแล้วกว่าครึ่ง เพราะคุณก็จะคิดในทิศทางที่ว่า จะเอาเงินชาวบ้านมาได้ยังไง จะให้จ่ายเงินเรามากๆยังไง บางคนอาจคิดไปถึงขั้นว่า จะหลอกเอาเงินคนอื่นมาด้วยวิธีไหน

เอาเวลาคิดแบบนี้ ไปใช้สติปัญญาค้นหาสิ่งที่ทำให้เราสนุกเมื่อได้อยู่กับมันดีกว่า หมกหมุ่นกับมัน แล้วปั้นมันจนกลายเป็นธุรกิจของเราให้ได้ ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า

"สติมา สตางค์เกิด"

โดย popzilar

 

กลับไปที่ www.oknation.net