วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ออกจากที่อุ่นนุ่ม


พูดง่ายกว่าทำ อันนี้จริงนะ เรื่องนึงที่ทำยากมากคือ 'ออกจาก Comfort Zone' คำนี้ได้ยินบ่อยๆ คือให้คุณกล้าๆทำอะไรที่แตกต่างไปจากที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน เลิกทำอะไรตามความคุ้นเคย อะไรไม่เคยทำ ก็ไปทำ ที่ไหนไม่เคยไปก็ไปซะ อยากรวย ก็ลาออกจากการเป็นพนักงานกินเงินเดือน อะไรทำนองนี้

เอาเข้าจริงๆมันไม่ง่ายหรอกที่อยู่ดีๆใครจะลุกขึ้นมา ลาออกเว้ย ... แชร์ประสบการณ์ ตัวผมเองก่อนจะยื่นใบลาออกจากบริษัทที่ดีมากๆ ก็คิดอยู่นานนะครับ ไม่ใช่ เมื่อคืนคิดจะออกวันนี้ก็ไปบอกหัวหน้า บอกHR ผมออกละนะ คือคิดมาเป็นเดือนๆแล้วว่า โอเค คงออกแน่นอน แต่จะออกตอนไหนดี ก่อนออกก็วางแผน จะทำอะไร 1 2 3 4 5 มีเงินอยู่เท่าไหร่ จะอดตายมั้ย ติดต่อสิ่งต่างๆเตรียมไว้เรียบร้อยรึยัง คือคิด และวางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้ามาสักพักนึงแล้ว คิดดูสิ ขนาดบัตรเครดิตอ่ะ ผมยังวางแผนว่า ต้องทำก่อนลาออกเลย จะได้มีสลิปเงินเดือนไปยื่นสมัครกับแบงค์ มีเงินเข้าแน่นอน เพราะออกไปอาจทำบัตรไม่ได้ เงินไม่วิ่งเข้าบัญชีสม่ำเสมอแบบตอนเป็นพนักงาน แค่เรื่องบัตรเครดิตยังเตรียมไว้เลย เผื่อออกไปอดตาย จะได้ตายช้าลงหน่อย ยังกดวงเงินจากบัตรมาใช้กินประทังชีวิตต่อไปได้ (คิดงี้จริงๆนะ) 

ต้องบอกก่อนว่าผมรู้ตัวเองดีเลยว่าชาตินี้ยังไงซะก็ต้องออกมาทำอะไรของตัวเอง เพราะโดยสันดานเกิดมาเป็น 'ผู้ประกอบการ' แต่ขนาดรู้ซะอย่างนี้ก็ใช่ว่าจะทำตัวเลิศๆเชิดๆ ลาออกง่ายๆ ไม่เลยครับ ผมทำงานมาก็ 5-6 ที่ ก่อนจะออกมาตั้งธุรกิจตัวเอง มันไม่ง่ายที่จะเดินออกมาจากพื้นที่อุ่นนุ่ม

เหมือนยามเช้าเวลาเรารู้สึกตัวนิดๆ โอ้โห โคตรสบาย เตียงนี่อย่างนุ่ม ผ้าห่มนิ่ม อุ่นสุดๆ ไม่อยากออกไปไหนเลย ก็อารมณ์แบบนั้นแหละ แต่นี่มันไม่ใช่เตียงนอนไง มันคือชีวิตจริงทั้งชีวิตของเรา ถ้าเตียงยังทำให้เราลุกออกไปทำงานได้ยากซะขนาดนั้น แล้วการจะลุกออกไปจากชีวิตปกติอย่างทุกวันนี้ มันก็ยิ่งยากกกกกกเข้าไปใหญ่

แต่ทุกอย่างมีต้นทุน ทุกอย่างมันแฟร์ในตัว ถ้าใครที่สามารถฝืนความสุขสบาย แม้ไม่มากของชีวิตปัจจุบันที่ตัวเองเป็นอยู่ สลัดมันทิ้งไปได้ แล้วก้าวออกไปหาดินแดนใหม่ ถ้าคนนั้นจะมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ก็สมควรแล้วที่เขาได้รับ เพราะเขากล้าทำสิ่งที่น้อยคนจะทำใจกล้าทำลงไปได้

ร้อยคนที่กล้าก้าวออกจากชีวิตปกติทุกวันไปทำสิ่งใหม่ มันก็ใช่ว่าจะรุ่งหมด ไอ้ที่ร่วงก็มีเยอะ แต่ถ้าเราไม่กล้าเสี่ยงเลยมันก็คือเท่าเดิม ก็ใช้ชีวิตปกติต่อไป ถามว่าผิดไหม ไม่ผิดเลย แต่คุณก็ต้องอย่าคิดที่จะเรียกร้องว่าทำไมชีวิตไม่ดีขึ้นกว่านี้ หรือเอาแต่พูดไปวันๆว่า "อยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้จังเลยยยย" ฟังแล้วอาจสร้างความน่ารำคาณมากกว่าน่าสงสาร ก็เอาแต่พูดมันจะดีขึ้นมั้ยล่ะ

อยากถูกล็อตเตอรี่ แต่ไม่คิดจะซื้อสักบัตร มันจะถูกมั้ย ลองกล้าซื้อสักใบ อาจฟลุ๊กถูกรางวัลก็ได้ แต่การไม่ซื้อเลยคือการยินยอมที่จะ ไม่ถูกรางวัลแน่นอน 100% ไม่ต้องลุ้น

ถ้าใครรั้งๆรอๆอยู่ตอนนี้ ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปเช็ค เผื่อช่วยให้การออกไปจาก Comfort Zone ทำได้มากขึ้น

1. มีเป้าหมายรึยัง - ถ้ายังอย่าเพึ่งรีบออก ไร้เป้าหมายก็เหมือนเดินเข้าป่าไม่มีเข็มทิศ มองซ้ายมองขวามีแต่ต้นไม้เหมือนกันไปหมด ต้องมีจุดประสงค์ชัดเจนก่อนนะว่า ออกไปทำไม ยิ่งเป้าหมายชัด การออกไปจะยิ่งมีคุณค่า เช่นถ้าลาออกจากงานเพราะเบื่อนาย เดี๋ยวก็ต้องวิ่งสมัครงานใหม่ เผลอๆเจอนายแย่กว่าเก่า ซวยซ้ำเข้าไปอีก

2. มีแผนการรึยัง - ออกไปลุยเอง มีปัจจัย 108 อย่างที่เหนือการควบคุม อย่างน้อยก็ขอให้มีแผนการสักหน่อยก็ยังดี เอาไว้ยึดติด เหมือนออกไปทะเลติดห่วงยางไปด้วย ถ้าเรือล่มก็จะได้เอาไว้เป็นหลักยึดเกาะพยุงตัวเองให้ลอยคอกลางทะเลได้บ้าง แผนการอาจใช้ไม่ได้ผลไปทุกอย่าง หรือบางขั้นตอนใช้ไม่ได้ก็ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม แต่ถ้าไม่มีเลยนี่แย่ที่สุด

3. มีภาระน่าเป็นห่วงมั้ย - อันนี้ต้องคิดเยอะๆ ตัวคนเดียวแบบผมก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าคุณพี่มีทั้งลูก เมียต้องเลี้ยง มีบ้าน มีรถต้องผ่อน มีบิลค่าน้ำไฟ โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เนต ค่ากินอยู่ ก็คิดดีๆว่าเงินทองที่เรามี จะพอให้เราเสี่ยงอยู่ได้นานแค่ไหน โอกาสที่เราจะหาเงินมาต่อมากน้อยแค่ไหน ชีวิตคนในครอบครัวจะสู้ไปกับเราไหวมั้ย พ่อแม่ พี่น้อง ญาติจะช่วยส่งเสริม หรือกดดันเราถ้าออกจากพื้นที่ปลอดภัย พลาดแล้วพอยื่นมือมาช่วย หรือจะกรูกันมาส่งเสียงก่นด่าทับถมให้จมดินลงไปอีกมั้ย ถ้ามีเราจะทำใจสู้ไหว หรือจะคิดฆ่าตัวตายไปซะให้สิ้นเรื่อง 

เอาแค่ 3 เรื่องนี้ก่อน ถ้าคิดๆดูแล้ว 3 ข้อนี้เราผ่าน ก็อยากบอกว่า งั้นลองไปลุยดูสักตั้งเป็นไร ชีวิตใหม่รออยู่ข้างหน้าโน้นนนนนนน

 

โดย popzilar

 

กลับไปที่ www.oknation.net