วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขับรถกินลม ชมเมืองจันท์ จากชุมชนเก่าริมน้ำเลาะเลียบหาดถึงเนินนางพญา


ทริปนี้เราไปเที่ยวจันท์กันค่ะ จันทบุรี แปลว่าเมืองพระจันทร์ เพราะชาวเมืองจันท์นับถือพระจันทร์เป็นของสูงของชาวตะวันออก แต่โดยทั่วไปคงหมายถึงว่าเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย พระอาทิตย์หรือพระจันทร์ย่อมขึ้นทางตะวันออก แต่เรามักจะถือว่าพระจันทร์นั้นขึ้นให้แสงสว่างร่มเย็นเป็นสุขสบายและน่ารักน่าชมมากกว่าพระอาทิตย์

 เราพักที่อ่าวคุ้งกระเบน แต่จะเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองจันท์กันก่อน เริ่มกันที่...

 

ชุมขนริมน้ำจันทบูร  (The old town chanthaboon waterfront)

ชุมชนริมน้ำเก่าแก่อายุมากกว่า 300 ปี ตั้งอยู่กลางใจเมือง จากโบสถ์โรมันคาทอลิก จนถึงวัดโบสถ์เมือง ระยะทาง 1 กิโลเมตรตลอดสองข้างทางจะเรียงรายไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปี และร้านค้า สภากาแฟ ร้านขายอาหารมากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทย จีน และญวน

 

 

 

 

วัดโบสถ์เมือง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2330 สมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำจันทบุรี

ภาพนี้จากด้านหลังของวัด เราถ่ายจากหัวถนนสุขาภิบาล ย่านท่าหลวง

 

 

 

เดินข้ามสะพานไป ตรงข้ามวัดโบสถ์เมือง จะเจอวัดนี้ค่ะ โบสถ์สวยงามมากเช่นกัน ขอโทษที่จำชื่อไม่ได้

 


 

 

ไม่ต้องจำแนกว่าเป็นไก่ชนิดไหน เรียกง่าย ว่า ไก่วัด

 


 

ข้ามกลับมาฝั่งชุมชนริมน้ำ เติมแรงก่อนเดิน เห็นแต่ป้ายก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง แวะชิมเจ้เขาหน่อยแล้วกัน น้ำก๋วยเตี๋ยวหวานมาก เพราะเขานำสัปปะรดใส่ลงไปด้วย พร้อมกับสมุนไพรบางชนิด ต้องตัดความหวานด้วยพริกน้ำส้มรสชาติเปลี่ยนทันที ดีขึ้น  น้ำเปล่าใบเตยบริการตัวเองฟรี หอม สดชื่น กระบวยตักน้ำใช้กระบวยตักน้ำร้อนจากหม้อชงโอเลี้ยง ไม่ได้เห็นมานาน เราชอบฟังเสียงกระบวยกระทบน้ำแข็ง ตักเแกว่งไป  แกว่งมา เสียงดังก็องแก็ง ลืมไปว่ามีคนต่อคิวด้านหลัง ดีนะที่ยังไม่มีใครช่วยแกว่งอะไรมาให้บ้าง

 

 

 

 

กาแฟโบราณเจ้น้อยริมน้ำ

 

 

 
 
ขนมจีนน้ำยา น้ำลายสอทันที อิ่มจากก๋วยเตี๋ยวมาแหม็บ ๆ จัดมาเลย
 
เห็นมีคนส่งขนมกล่องใส ๆ ที่เป็นแผ่นสีน้ำตาลใหญ่ อยู่ใกล้ตะกร้าถั่วฝักยาวให้แม่ค้า
 
บอกเป็นขนมโบราณ มองตามแต่ไม่กล้าถามเห็นคุยกันออกรส  ขนมอะไรน้า ซียูอยากรู้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชุมชนที่ผสมผสาน หลากหลาย วัฒนธรรม
 
 

 

ขนมไข่ป้าไต๊ ตลาดล่าง ร้านขายขนมโบราณขึ้นชื่อ ออกทีวีชวนชิมมาแล้วหลายรายการ

คุณยายอารมณ์ดี นั่งบรรจุขนมไข่ใส่ถุง ยิ้มแย้มทักทาย ต้องการกี่ถุงสั่งจองไว้ก่อนนะ ขนมยังอบไม่ทัน

อายุ 84 ปีแล้ว แต่ท่านยังคิดเงินได้ถูกเป๊ะ นะบอกเลย ...

คุณยายขา ... รบกวนหันมายิ้มให้นู๋หน่อย คุณยายฟังแล้ว หันมาทำหน้าหวานให้ หลงรักยายเลย

ขอนำภาพไปใช้หน่อยนะ คุณยายอย่าฟ้องนู๋น้าาา.. คุณยายยิ้มไม่ตอบ แต่ลูกชายคุณยายพยักหน้าตอบแทน

 

 

 

 

บ้านเลขที่ ๕๓ พระยาวิชยาธิบดี

ลักษณะบ้านในอดีตเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว แต่ตอนนี้บ้านล้มแล้วเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่า

 

 

บ้านเลขที่ ๑๒๙ โรงเจเทียงเซ็งตึ้ง

ด้านหน้าเป็นอาคารไม้ตกแต่งด้วยลายฉลุ

ในอดีตเป็นศาสนสถานของชาวจีนที่เข้ามาสักการบูชาเจ้าแม่กวนอิม และที่หยุดพักพิงของชาวจีนจากโพ้นทะเลที่เดินทางมาเมืองจันท์และจะเดินทางต่อไปยังที่อื่น มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี มีผู้ดูแลติดต่อกันมา  6 รุ่น หลังจากนั้นจึงมีผู้มาเช่าเปิดเป็นร้านขายยายาวนานถึง 50 ปี  ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของมูลนิธิสันติอโศก

เชื่อกันว่าผู้สมควรดูแลโรงเจจะต้องเป็นคนที่รับประทานอาหารเจมาตั้งแต่เด็ก ผู้ดูแลถ้าเป็นผู้ชายจะเรียก "เล่าซือ" ถ้าเป็นผู้หญิงจะเรียก "โกวเนี้ยว"

 

บ้านเลขที่ ๖๙ ขุนอนุสรสมบัติ

บ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูร  (Community learning house)

เป็นพิพิธภัณฑ์ของชุมชน  ที่ได้มีการวบรวมประวัติ ความเป็นมา ภาพถ่าย ของใช้เก่า และภาพเขียน ของย่านเมืองเก่าจันทบูร ให้ได้ชม อย่าลืมเดินขึ้นไปชั้นสองด้วยนะคะ ยังเก็บบรรยากาศเก่า ๆ เอาไว้ให้ชมกันอยู่ค่ะ

 

 
 

 

 
 
 
 
 

 

บริเวณด้านหลัง จะพบภาพชุมชนริมน้ำขนาดใหญ่ ในมุมที่เห็นวัดโบสถ์เมือง

 

 
 
 

บริเวณชั้นสอง

 

 

 
 
 
 

 

 

บ้านโภคบาล เลขที่ ๘๙

เป็นบ้านไม้ตะเคียนทั้งหลังปัจจุบันเปลี่ยนแปลงปรับปรุงบางส่วนเนื่องจากประสบอุทกภัยบ่อย

 

 

 

 

เห็นไหม แค่คิดถึงก็ส่งได้

ส่งให้คนที่คุณรัก

เราซื้อกลับมาหลายแผ่นเลยค่ะ

 

 

ถนนสองฝั่งประกอบไปด้วยร้านค้า หลากหลายสไตล์ เดินดูของเข้าร้านนู๊น ออกร้านนี้ไปเรื่อย ๆ

 

 

ใครมาที่นี่ก็ต้องแวะ ... สถานที่ซึ่งเคยถ่ายทำโฆษณา ปี 2550 “ดู ดู๊ ดู เธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้”

 

 

 

 

เป็นถนนเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีรถราผ่านนัก เดินได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องคอยหลบหลีกรถยนต์

เดินชมสภาพบ้านไม้ และวิถีชุมชนเก่าแก่ย่านริมน้ำจันทบูร โดยไม่ต้องระวังนัก

 

 
 
 
 
 
 

 

 
 

 

 

 

ศาลาท่าน้ำ และสะพานนิรมลที่ข้ามไปโบสถ์คาทอลิก

 

 

 
 
 


 

โบสถ์โรมันคาทอลิก Catholic Church หรือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

โบสถ์คาทอลิคที่มีขนาดใหญ่ และสวยงามที่สุดในประเทศไทย มีอายุประมาณ 300 กว่าปีสร้างโดยชาวญวนที่นับถือคริสต์ เสียดายว่าวันที่เราไป ข้างในโบสถ์ไม่เปิดให้เข้าชม เนื่องจากมีพิธีกรรมตลอดต่อเนื่องทั้งวัน

วันนี้ไม่ได้ชมภายในที่ตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สแตนกลาส เป็นภาพนักบุญองค์ต่าง ๆ ถือว่าซียูยังมาไม่ถึง และยังคุยกับเขาไม่รู้เรื่องค่ะ ฮ่า ๆๆ

 
 
 
 
 
 
 
 
วันนี้ติดป้ายงดเยี่ยมชมค่ะ

 

 

 

โบสถ์กว้าง 20 เมตร ยาว 60 เมตร จุคนได้ประมาณ 800-900 คน

อีกนานเลยกว่าจะได้มาอีก เดินคอตกชมความงาม รอบ ๆ ไปก่อน

 

 
 

 

จะไปที่พักค่ะ ผ่านจุดชมวิวปากน้ำแขมหนู

มีลานจอดรถกว้างขวาง และห้องน้ำไว้คอยบริการบริเวณจุดชมวิว มีศาลารูปทรงแปดเหลี่ยม ไว้ให้นั่งพัก รับลมทะเล

 

 

สะพานเฉลิมพระเกียรติ หรือสะพานปากน้ำแขมหนู  เป็นสะพานเชื่อมข้ามระหว่างตำบลตะกาดเง้ากับตำบลคลองขุด ด้วยระยะทางยาว 500 เมตร เป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง หากท่านไปเยือนจันทบุรี มีเวลาก็น่าจะแวะสัมผัส ทิวทัศน์บริเวณนี้ที่ทำให้เห็นภาพบริเวณกว้างจากแม่น้ำวังโตนด ที่ไหลสงสู่ปากอ่าวของอ่าวไทย

 

 
 
 
 
 

จุดพักเรือของชาวประมง

ปากน้ำแขมหนูเป็นที่อยู่ของประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านบริเวณแม่น้ำวังโตนด

 

 

ตอนเย็นเห็นเด็ก ๆ มานั่งตกปลา อยู่ในศาลากันหลายคนเลย

 

 

 

 

ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเลือกหาดเจ้าหลาวเป็นที่พัก แต่ด้วยความบังเอิญที่เราเหล่ไปเจอที่นี่

จันทราบุรี บูติก รีสอร์ท เลยเปลี่ยนมาพักที่อ่าวคุ้งกระเบนแทน

 

 
 
 
 
 

 ภายในห้องพัก มีกระจกใสบานใหญ่ ที่ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของท้องทะเลด้านนอกในมุมกว้าง

ห้องขึ้น 11 ค่ำ คือชื่อห้องที่เราพักคืนนี้

ค่ำไหนนอนนั่น ประมาณนั้น


 
 
 

 

มินิบาร์ ในตู้เย็นประกอบด้วย  น้ำอัดลม 2 กระป๋อง /น้ำเปล่า 2 ขวด /ไอติม 2 แท่ง/ นมถั่วเหลือง 2 กล่อง  และเบียร์อีก 2 กระป๋อง ทุกอย่างไม่เหลือให้เสียน้ำใจที่ให้ฟรี ยกเว้น เบียร์ที่บอยไม่ดื่มค่ะ เปลี่ยนเป็นไวน์ยังพอกรึ่ม ๆ  อิอิ

มีบันไดวนสำหรับขึ้นไปชั้นดาดฟ้า สามารถเลือกที่จะมานั่งกินมื้อค่ำตรงนี้ได้ โดยพนักงานจะเดินมาเสริฟ์จากทางเดินของพนักงานด้านหลังห้อง เปิดประตูเข้ามาที่ชั้นดาดฟ้าได้เลย โดยไม่ต้องผ่านห้องที่เรากำลังพักอยู่ เป็นส่วนตัวดี

 

 

วันนี้เราสั่งอาหารเย็นกินเร็วหน่อยค่ะ เพราะเรามีแพลนจะลงไปว่ายน้ำกันตอนสองทุ่ม

มาทะเลแต่เราไม่เล่นน้ำทะเลนะคะ เล่นแต่น้ำสระค่ะ ฮ่า ๆ

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศบนดาดฟ้ายามเย็น น้ำทะเลสงบนิ่ง สายลมเย็น พลอยทำให้สบายใจ

 

 
 
 
 
อาหารย่อยแล้ว คงไม่จุกแน่ ลงไปน้ำว่ายกันค่ะ
 
 

 

หลังว่ายน้ำ ว่าจะนอนพักเล่น ๆ หลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกที ตอนจะลุกมาเข้าห้องน้ำได้ยินเสียงร้องโหยหวนของผู้หญิง คิดว่าตรูโดนแล้ว พยายามตั้งสติหรือว่าประสาทหลอนไปเอง แต่เสียงนั้นก็ยังคงอยู่ ด้วยความเพลียตะลอนมาทั้งวัน แถมฟิต ฟิต ไปว่ายน้ำอีก ง่วง ไม่มีสติเหลือจะกลัว หลับต่อ ... เช้ามาเล่าให้เพื่อนฟังว่า เมื่อคืนเหมือนจะโดนผีหลอก เพื่อนตาเหลือก เห็นชัดไหม ไม่เห็นตัวได้ยินแต่เสียงผู้หญิงร้องทรมานน่ากลัวมาก

เพื่อนหัวเราะลั่น  เราเงิบไป 3 วิ เล่าเรื่องสยองขวัญ ดันมาหัวเราะ สะบัดบ็อบใส่  อารมณ์บ่จอย...

นี่เธอ ไม่ลองฟังดูดี ๆ มัวแต่เมาขี้ตา ห้องข้าง ๆ เขาเปิดหนังเว้ยค่ะ ผีผ้าห่ม ยูโน่ ?

ที่นี้ถึงตาเราหัวเราะบ้าง  ฮ่า ๆๆ ( วันนี้มาเรท18+ คิดอยู่ตั้งนานเล่าไม่เล่าดี แต่นาน ๆ เจอที เล่าดีกว่าค่ะ)

 

เมื่อตอนเช็คอิน เขาจะนำรายการมาให้เราเลือกเซท เมนูอาหารเช้าว่าต้องการแบบไหน ที่นี่ไม่มีบุฟเฟ่ย์ค่ะ

กำหนดเวลาลงได้ด้วย ลงมารอที่ห้องอาหาร ถึงเวลาเขาจะนำมาเสริฟ์ให้

(ค่าห้องรวมอาหารเช้าแล้ว)

 

 

 

 

 
 
ทิ้งช่วงห่างไปสักพัก พอใกล้อิ่ม เขาจะนำผลไม้มาให้ค่ะ
 
 
 
อิ่มแล้วชวนกันไปนั่งเล่นที่ปลายสะพาน รับลมเย็นยามเช้า สมควรแก่เวลาก็ชวนกันไปเก็บของ
 
ที่แรกคุณเพื่อนจะพายเรือคายัค แน่ใจนะว่ากลับเข้ามาได้ ไม่โดนลมหอบออกไปปากอ่าวเสียก่อน
 
ลมแรงเป็นช่วง ๆ ขนาดนี้จะเอา แรงที่ไหนไปต้าน
 
 
 
 
 
เช็คเอ้าท์แล้วเราก็ไปให้อาหารปลาฉลามกันต่อ

ที่นี่...

หน่วยสาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำภายในอ่าวคุ้งกระเบน

 

 

 

อยู่ใกล้ ๆ กับศูนย์การศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

จะทำเป็นกระชังปลา เลี้ยงปลาไว้หลายชนิดเดินทางห่างจากโรงแรม ประมาณ 500 เมตร

 

 
 
 
 
 
 

 

ซื้ออาหารให้ปลาฉลามก่อนนะคะ

ตรงปากทางเข้าสะพานจะมีร้านขาย ในราคากระป๋องละ 40 สามกระป๋อง 100

 

 
 
ก่อนจะไปให้อาหารฉลามน้ำ ขอให้อาหารฉลามบกก่อนนะคะ ของโปรดเลยปลาหมึกบดกับน้ำจิ้มใส่ถั่วป่น
 
 
 
 
 
 
ตามติดมาด้วยไอติมน้ำแดง หวานเย็นชื่นใจ จัดไป 1 แท่ง
 
 
 
 
เรื่องขำก็คือ เมื่อถึงกระชังปลาฉลาม เราก็จะไปยืนดูคนอื่นให้อาหารก่อน เดี๋ยวของเราหมด ดูซิว่าฉลามขึ้นบนผิวน้ำหรือไม่ขึ้น ถ้ามีคนให้แล้วไม่ขึ้นมา เราก็เปลี่ยนกระชังไปอันอื่น สังเกตุได้ที่หลังว่า กระชังไหนคนเยอะไม่ควรไป เพราะเสียงจะดัง ฉลามจะไม่ยอมขึ้นมาโชว์ตัว
ตอนให้ไม่ขึ้น ขึ้นมาตอนเผลอ เป็นอีกกระชังที่ไม่มีคน เสียงน้ำแตกกระจาย ก็ได้เห็นแบบเผลอ ๆ แค่นี่แหละค่ะ
 
 
 
 
หรือไม่ ก็เห็นแค่ครีบฉลาม
 
 
 
เต่าน้อย ผู้น่าสงสาร คนไปรุมให้แต่อาหารปลาฉลาม
 
นี่ก็ลอยตัวทนร้อนโชว์ตั้งนานสองนาน ไม่มีปลาหล่นใส่สักตัว
 
เราก็เป็นหนึ่งในนั้น ปลาหมดแล้ว 3 กระป๋อง ถึงรู้ตัวกับเพื่อนว่า เต่ายังไม่ได้กินเลย มัวแต่ไปรุมอยากเห็นปลาฉลาม
 
เค้าอุตส่าห์ยกมือขอแล้วนะ
 
 
 
 
 
 
 
 


 
 
 
 
 
 
 

 

เส้นทางถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบหาดที่ว่ากันว่าสวยที่สุดแห่งภาคตะวันออก

ด้วยถนนที่เชื่อมถึงกันหมด เราจึงมาถึง จุดชมวิวหลวงพ่อพระยืน (พระชนะมารศรีมงคล)ไหว้พระขอพรให้เดินทางปลอดภัยค่ะ

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

ขับรถออกจากจุดชมวิวหลวงพ่อพระยืน จุดต่อไปก็คือจุดชมวิวเนินนางพญา

ก่อนถึงเนินนางพญา เราแวะตรงโค้งก่อนขึ้นเนินเล็กน้อย เป็นอีกมุมที่เราเคยหลงมาเมื่อ 10 ปีก่อน

มายืนมุมเดิม ที่เคยยืน  และที่สำคัญวันนี้ยังมากับเพื่อนคนเดิมอีกด้วย...

เมื่อครั้งนั้นไม่ได้ตั้งใจมาเพราะไม่รู้จัก แค่คนหลงทางแล้วรู้สึกประทับใจว่าที่นี่คือที่ไหนของเมืองจันท์

มีถนนเลียบหาดที่สวยงามแบบนี้ด้วยหรือ

เนินนางพญาตอนนั้นยังเป็นแค่เนินดินลูกรังสีแดง แต่มีป้ายบอกไว้ว่าเป็นเนินนางพญา

เมื่อเริ่มมีคนพูดถึงนาง เราก็นึกได้และเห็นด้วย ว่าเป็นอีกมุมหนึ่งที่สวยงาม

วันนี้เราไม่ได้หลงทาง แต่ตั้งใจกลับมาหาเธออีกครั้ง...

 

 
 

 

 

 
 

 

 
 
ขับต่อมาอีกนิดเดียว ถึงแล้วค่ะ จุดชมวิวเนินนางพญา
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

ถ้ามีโอกาส จะกลับมาเที่ยวเมืองจันท์อีกนะ นางพญาที่รัก

ระหว่างทางกลับจะเห็นป้ายติดอยู่แทบจะทุก 1 กิโลเมตร ลองดูค่ะ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ถูกปากมาก

  ก๋วยเตี๋ยวหมูบ้านบึง สูตรดั้งเดิม

 

 

หน้าตาชวนกิน และน้ำซุปกลมกล่อมดี มีเส้นปลาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ด้วย

 

 

เต้าหู้ทอด แนะนำเลยค่ะ เมนูนี้อร่อยบอกต่อ

 

 

ข้าวกล้องคลุกกะปิ หนึ่งในเมนูสุขภาพ

 

 

น้ำลำไยที่นี่รสกำลังดีเลยค่ะ น้อยครั้งที่จะได้ดื่มแบบทำไม่หวานจัด 

ร้านต้มเอง ใส่ถ้วยพลาสติกมาให้เผื่อ ดื่มไม่หมดจะได้หิ้วกลับบ้านได้

 

 

ปิดท้ายด้วยไอศครีมกะทิสด อื้อหือ...อร่อยจัง...

 

 

เป็นอีกหนึ่งทริปที่สุขใจ

แล้วพบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ

-See you again-

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net