วันที่ เสาร์ กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ครั้งแรกในชีวิต เที่ยวย่างกุ้ง พม่า ไปเช้าเย็นกลับ !!!


ครั้งแรกในชีวิต "เที่ยวย่างกุ้ง" พม่า ไปเช้าเย็นกลับ !!!

สวัสดีครับเพื่อนชาว OK ที่รัก ห่างหายไปนานจนหลายๆ ท่านอาจจะลืม "คนขายปุ๋ย" ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปไหนไกลจนมิอาจติดต่อพบเจอกันได้ ยังอยู่ครับ เพียงแต่ภาระกิจที่ผ่านมา ค่อนข้่างจะหนาแน่นไปจนยากจะปลีกตัว

ถือเป็นโอกาสดีนะครับ ไทยกับพม่า มีข้อตกลงร่วมกันในการเข้าออกประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่า โดยเฉพาะกับผมเอง ประหยัดไปเยอะครับ ปกติผมต้องทำ Multiple Visa ชนิด 6 เดือน ครั้งละเกือบหนึ่งหมื่นบาท ที่สำคัญประหยัดเวลาที่ต้องเดินทางไปทำวีซ่า ที่สถานทูตพม่า

ทริปนี้ผมพึ่งไปมาวันที่ 23 กันยายน 2558 ชนิดที่ถูกล๊อกตัวไป ขอร้องแกมบังคับ โดยผู้ที่จะให้ผมพาไปขอหน้าพาสปอร์ตของผม แล้วก็จองตั๋ว ช่วงที่นกแอร์ออกโปรโมชั่นพอดิบพอดี เรียบร้อย แล้วก็แจ้ง วัน นอ เวลา การเดินทาง คือ ไฟท์ออก วันที่ 23-9-2015 จากดอนเมือง 6.20 น. ถึงย่างกุ้ง 7.05 น.ตามเวลาท้องถิ่น ไฟท์กลับจากย่างกุ้งเวลา 21.00 น. ซึ่งจะถึงดอนเมืองเวลา 22.45 ตามเวลาท้องถิ่น

งานนี้ผมทราบล่วงหน้าประมาณ 20 วันก่อนออกเดินทาง ก็เลยมีการบ้านต้องทำ จะพาท่านๆ ไปไหนบ้างใน 1 วัน

นับเป็น 1 Day Trip ครั้งแรกของผม ในการท่องไปในต่างแดน

ผมเดินทางไปพม่าบ่อยก็จริง (ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง) แต่ก็ไม่ค่อยได้อยู่ย่างกุ้งสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ จะอยู่ที่เมืองตองจี เมืองหลวงของรัฐฉาน

เมื่อมีการบ้านให้ทำ ผมก็นิ่งเฉยไม่ได้ทำอะไร (เป็นคนประเภทชอบกินแกงร้อน) พอใกล้วัน ทางท่านๆ ที่จะให้ผมเป็นไกด์จำเป็นให้ทราบว่า จะมีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 5 คน รวมผมด้วยเป็น 6 ทีแรกจะไป 3 รวมผมเป็น 4 ทีนี้ก็งานเข้าเพราะไม่อาจเรียกแท็กซีที่สนามบิน แล้วก็เหมาไป ก็ต้องระบุเจาะจงเป็นรถ Alphard จะได้ไปด้วยกันได้ครบ ไม่มีทางเลือกอื่นไดในเวลาอันสั้น ตัดสินใจโทรศัพย์ทางไกล หาเพื่อนคนพม่าขอความช่วยเหลือหารถให้หน่อย ให้เช้ามารับ เย็นมาส่ง ที่สนามบิน เพื่อนตอบตกลงกลับมา โอเคผ่านฉลุย ก่อนออกเดินทางหนึ่งวัน

ถึงสนามบินนานาชาติดอนเมือง ก็จัดแจงให้ลูกทัวร์จำเป็น ทานอาหารให้เรียบร้อยที่สนามบินเลย เพราะไปที่พม่าเราจะได้ผจญภัยกันแบบไม่ต้องยั้งมือ มัวหาอาหารเช้าทานอยู่อีก

เช้าวันที่ 23 กันยายน ถึงย่างกุ้ง เวลา 7.30 เครื่องดีเลย์นิดหน่อย เนื่องจากผู้โดยสารมาขึ้นเครื่องไม่ทันที่ดอนเมือง ต้องรอค้นหากระเป๋าที่โหลดมาของท่านนั้นเอาลงจากเครื่องตามกฏข้อบังคับการบิน แต่สุดท้ายไม่ได้เอาลง ผู้โดยสารท่านนั้นมาไม่ทันหรอก แต่มีเพื่อนร่วมทางของเขาแจ้งว่าไม่ต้องเอาลง เดี๋ยวเขาไปรับที่ย่างกุ้งแทนเอง อ้าว! แล้วพี่นั่งนิ่งนิ่งอยู่ทำไมตั้งนาน เขาประกาศแล้วประกาศอีก สงสัยแกคงนั้่งลุ้นอยู่เผื่อระหว่างค้นหากระเป๋าของผู้โดยสารท่านนั้น เพื่อนอาจจะมาทัน

ไปถึงสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง มองหาป้ายชื่อเรา โบกมือ โอเค แล้วคนขับรถก็พาไปขึ้นรถที่จะใช้เป็นสารถี

นั่งรถไปพลางนึกพลาง ด้วยความไม่เคยเป็นไกด์มาก่อน ก็คิดออกวัดแรกที่จะไปกัน คือ "เจ้าดอจี" หรือที่พวกเราเรียกขานกันนามว่า "พระหินอ่อน" ซึ่งเป็นพระที่ถูกสร้างที่เมืองมัณฑะเลย์ ราชธานีเก่าของพม่า ก่อนจะถูกลำเลียงมาทางน้ำ แล้วก็มาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้

เมื่อคณะลูกทัวร์จำเป็นของผม อ่ิมเอมกับ "พระหินอ่อน" ก็กลับมาขึ้นรถ ไม่รอรีทำเวลา ผมก็แจ้งคนขับรถว่า ไป “Swedaw Pagoda” ที่คนไทยเรียกว่า วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬ่่ามณี

ดูเวลา ก็แค่ 9 โมงกว่าๆ ลูกทัวร์จำเป็นกราบไหว้พระเขี้ยวแก้วเสร็จ พร้อมออกเดินทางต่อ ทีแรกว่าจะไป โบตะทาวน์ ดูเวลาเหลือ บอกคนขับ ไป กาบาเอ ก่อนละกัน โซเฟอร์เราก็มิรอช้า ขับรถพาเราไป ถึง กาบาเอ

คนขับส่งเสร็จเราเข้าไปไหว้พระที่ "เจดีย์กาบาเอ" แล้วก็ไปเข้าชมไหว้พระที่ถ้ำหยก อยู่บริเวณใกล้เคียงที่สร้างขึ้นมาเพื่อสังคายนา พระไตรปิฏกครั้่งที่ 6 พอเสร็จสิ้น ยังมีเวลาเหลือก่อนทานมื้อเที่ยง

ขึ้นรถได้ แจ้งความประสงค์กับคนขับรถ ว่า ไป เจดีย์โบตะทาวน์

ถึงโบตะทาวน์ เสียค่าเข้าชมสถานที่ ถือโอกาสได้ทำบุญให้วัดแห่งนี้ คนละ 3 ดอลล่าร์ เข้าไปไหว้ พระเกษาธาตุก่อน แล้วเดินวกไปวนมาภายใต้ฐานเจดีย์ ด้วยความสงบร่มรื่นเย็นสบาย พุทธศาสนิกชนคนพม่าหลายคน มานั่งอยู่ตามซอกต่างๆ เพื่อบริกรรมสมาธิ

ยังอยู่ที่ โบตะทาวน์ อยู่เดินไปไหว้ พระที่เชื่อกันว่า พระนางอริซาเบธ แห่งอังกฤษ นักล่าอาณานิคมสมัยก่อน เคยนำกลับไปไว้ที่วังในอังกฤษ เสร็จแล้วพระองค์ปวดพระเศียรอย่างมากจนต้องนำมาคืน ณ วัดแห่งนี้

รั้ววัดแห่งนี้ ยังมีนัตโบยี หรือที่คนไทยรู้จักกันดี ว่า "เทพทันใจ" สุดฮิตของคนไทยเรา จัดแจงให้ลูกทัวร์ม้วนแบงค์ คนละสองใบเป็นกรวยซ้อนกัน ตั้งจิตอธิฐานขอพรจากนัตโบยี แล้วเอาหน้าผากไปจรดนิ้วชี้ท่าน ขอพรจากท่านหนึ่งอย่างแบบเจาะจง วนไปด้านหลังนัต แล้วกลับมาหยิบแบงค์ที่อยู่ด้านบนกลับ เอาไปเป็นขวัญถุง เป็นอันเสร็จพิธี ไม่ว่าจะทัวร์ไหนๆ จะต้องมาไหว้ นัต ณ ที่แห่งนี้

เสร็จสิื้นวัดนี้ เที่ยงกว่าๆ ต้องไปหาอะไรทาน ผมเลือกร้านเป็ดปักกิ่ง ชื่อว่า "Western park” ถามคนขับรถรู้จักไหม คนขับบอกไม่รู้จัก เลยถาม google map ได้แล้วบอกถนน แจ้งคนขับไป คนขับก็พาเราไปถึงที่ google แจ้งมา ปรากฏว่า เจอแต่สวนสาธารณะหญ้าเขียวๆ น่านั่งเล่น ไม่มีร้านเป็นปักกิ่งอีกต่อไป คนขับรถจึงลงไปถามแท็กซี่ เจ้าถิ่นได้ความว่า "ย้ายไปอยู่อีกที่" เลยถามว่าไกลไหม เขาบอกว่าไกลเหมือนกัน อ้าว!! ไหนๆ ก็ตั้งใจจะกินร้านนี้ ไกลก็ไกล ขับรถไปไกลนะไม่เท่าไหร่ ไปได้ค่อนทาง เจอรถติดชนิด กระดืบกระดืบไปทีละหน่อย ถามคนขับใหม่ว่าใกล้ยัง เพราะนี่บ่ายโมงกว่าๆ แล้ว คนขับบอกหลุดรถติดนี้ก็ถึงแล้ว งั้นก็โอเค เพราะถ้าอีกไกลจะกลับไปในเมืองแถวตลาดสก๊อต เพราะมีร้านก๋วยเตี๋ยวไทใหญ่ อร่อยอยู่ร้านหนึ่ง กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จเดินตลาดสก๊อต แล้วพอแดดร่มลมตก ก็ไปนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากองต่อ

สรุปแล้วได้ไปกินเป็ดปักกิ่งสมที่ตั้งใจ เพราะเคยไปทานมาสองครั้ง รู้สึกว่า ประทับใจ ก็เลยย้อนกลับมาทานใหม่ สังอาหารมาทาน เป็ดหนึ่งตัว แล้วก็อื่นๆ

พอทานไป รู้สึกได้ถึงรสชาติ ผิดหวังเล็กๆ ว่า "ไม่เหมือนเดิม" อาจจะเปลี่ยนกุ๊กหรือกระไร ก็ไม่ทราบได้ แต่คณะทัวร์ชอบพามาทาน วันที่ไป ก็เจอคนไทยหนึ่งคณะ

ว่าไปแล้ว คนพม่าส่วนใหญ่ชอบ ไปทานร้าน "Golden duck “ มากกว่า เพราะหลายต่อหลายครั้งเพื่อนคนพม่าพาไปทาน ก็มักจะพาผมไปร้าน "Golden duck” มากกว่า ใครที่ชอบทานเป็ดก็ลองไปลิ้มรสเปรียบเทียบกันดูสองร้านนี้นะครับ แต่ Golden duck” มีหลายสาขา คนแน่นทุกสาขาก็ว่าได้นะครับ อาจต้องรอคิว

ทานอาหารกันเสร็จเกือบบ่ายสอง ออกจากร้าน ทีแรกจะพาลูกทัวร์ไปสก๊อตมาเก็ต ที่สุดฮิตพี่ไทยเรา แต่ผมมองว่าไม่มีอะไรมากก็เลยไม่ไป แต่ออกอุบาย ให้ไปเดินห้างแทน ของถูกกว่า แอร์เย็นๆ เลยพาไปที่ห้าง โอเชียล ใกล้ๆ กับร้าน Western Park แนะให้ซื้อของฝาก ที่นี่เลยละกัน

นัดเวลากันไว้ บ่ายสามโมงเราจะออกจากห้าง โอเชียล แล้วมุ่งหน้าไป พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เผื่อเวลารถติด ไปถึงชเวดากองยังไม่ สี่โมงเย็น จ่ายค่าเข้าคนละ 8 เหรียญ มุ่งตรงขึ้นลิฟไปกราบมหาเจดีย์ชเวดากองกันเลยทันที

ขึ้นไปถึงข้างบน มหาเจดีย์ นมัสการโดยรอบ แนะนำให้ลูกทัวร์ไปสงน้ำพระประจำวันเกิดของแต่ละคน เข้าชม Photo Galaly แล้วก็ปล่อยตามอัธยาศัย บ้างก็นั่งสมาธิ บ้างก็เดินรอบ ผมเดินรอบๆ ด้วยจิตอธิฐานพลาง หามุมถ่ายรูปไปพลาง

สำหรับพระมหาเจดีย์ชเวดากองแห่งนี้ ผมมีโอกาสมานมัสการหลายครั้งแล้ว รู้สึกได้ทุกครั้่งถึงความศักดิ์สิทธิ์ สุขุม นุ่มลึก เยือกเย็น เป็นสุข ทุกครั้่งที่ได้มากราบนมัสการองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากองแห่งนี้

ผมจึงให้เวลาลูกทัวร์จำเป็นอย่างเต็มที่ ในการนมัสการองค์พระมหาเจดีย์ นัดกันอีกที 6 โมงเย็น แล้วมาปรึกษากันว่าจะอยู่ต่อหรือจะกลับ

ก่อนเวลานัดนิดหน่อย พระพิรุณทรงโปรยปรายสายฝนลงมาชุ่มฉ่ำ ดูทีท่าแล้วฟ้าคลื้มๆ พวกเราจึงตกลงกันว่า ไปหาอะไรทานก่อนกลับสนามบินย่างกุ้งกัน เพราะกว่าจะถึงกรุงเทพฯ คงดึก

พอนั่งรถออกมาได้เวลาพระอาทิตย์ตกพอดี มองไปฟ้าหลังฝน ท้องฟ้าผ่องอำไพ เสียดาย ๆ ไม่ได้ถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตก หน้าเป็นเจดีย์ หลังฉากเป็นพระอาทิตย์กำลังเลื่อนร้อยคล้อยลง บันทึกไว้ในความทรงจำ แต่ไม่ทันแระ วันหน้าจะมาใหม่ ก็มีโอกาสมาเรื่อยๆ อยู่ไม่เป็นไรครับ..

ผมจึงแจ้งคนขับรถ ว่า จะไปทานอาหารร้านยะไข่ ชื่อร้านว่า "ยะไข่มนตรี" (Rakhine Monte) ซึ่งมีสาขาอยู่หลายสาขาทั่วกรุงย่างกุ้ง ผมเลือกสาขา ที่ 7 mile ซึ่งน่าจะใกล้สนามบินที่สุด เผื่อเวลารถติดไว้สักหนึ่งชั่วโมงในการเดินทาง ย่างกุ้งสมัยนี้ เรื่องรถติดเริ่มไม่ธรรมดาซะแล้ว ถ้าไม่เผื่อเวลามีโอกาสจะตกเครื่องเอาได้ ทริปเช้าไปเย็นกลับเป็นอันต้องล้มเลิก กลายเป็นต้องพักย่างกุ้งหนึ่งคืน และต้องเสียสตางค์ซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่

ถึงร้านยะไข่มนตรี (Rakhine Monte) สาขา 7 mile สั่งอาหารมาเสร็จ ทานกันแบบอ่ำหนำสำราญ โดยเฉพาะกุ้งที่นี่ สด และตัวใหญ่มาก ผมสั่งกุ้งมา แปดตัวด้วยความโมโหหิว และอย่างอื่นอีก อย่างละสองชุด เห็นว่าจานเล็ก
อาหารที่นี่ จัดว่าราคากลางๆ ไม่แพงจนเกินไป ถามลูกทัวร์จำเป็นคอกุ้งบอกว่า ถ้ากุ้งตัวใหญ่ขนาดนี้ที่ไทย ตัวเป็นพัน

ทานเสร็จอิ่มหนำสำราญ กลับมาขึ้นรถไปเช็คอินที่สนามบิน ใช้เวลาเดินทางจากร้านครึ่งชั่วโมง ก่อนเวลา เครื่องขึ้น 1 ชั่วโมง ทันเวลาสบายๆ แล้วเดินทางกลับไทยโดยสวัสดิภาพ

ลองดูกันนะครับ 1 Day Trip ในต่างแดน สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย ใครจะพาญาติมิตรไปไหว้พระ คอยจับจังหวังจ้องตั๋วถูกกันดีๆ ไปเที่ยวที่เมืองพม่ากัน แค่ "พระมหาเจดีย์ชเวดากอง" แห่งเดียวผมก็ว่าคุ้มแล้วครับ

นี่ขนาดผมพึ่งกลับมา ลูกทัวร์จำเป็นผม บอก วันหน้าจะชวนไปอีก เอาแค่ "มหาเจดีย์ชเวดากอง" กับ ไปกินกุ้งที่ "ยะไข่มนตรี" ก็พอ

เบื้องหลังหนึ่งของทริปนี้ ก็ได้หนังสือดีๆ เล่มนี้เป็นที่ปรึกษา "พาเที่ยวพม่าพาเที่ยว" ของพี่โบเดีย เพื่อนชาวโอเคของพวกเราครับ...

 

โดย คนขายปุ๋ย

 

กลับไปที่ www.oknation.net