วันที่ พุธ กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คืนวันอันแสนงาม


 

คืนวันอันแสนงาม

 

ทุกวันในตอนเช้า เมื่อยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน

ประตูด้านทางเข้าก็จะถูกเปิดทิ้งไว้ก่อน เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเท

แต่จู่ๆ เจ้านกกระจอกตัวหนึ่ง ก็เกิดบินพลัดหลงเข้ามาในร้าน

ด้วยความที่ร้านค่อนข้างกว้างและมีหลังคาสูง(มาก)

เจ้านกกระจอกตัวน้อยจึงบินหาทางออกไม่ได้

มันได้แต่บินวนเวียนอยู่ในร้าน ดูมันตะหนกตกใจ

และคงขวัญเสียมาก ผมเห็นมันบินชนกระจกหลายครั้ง

ผมพยายามต้อนเจ้านกน้อยให้ไปในทิศทางที่ประตูเปิดไว้

แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลสำเร็จ

มันยังคงบินวนเวียนไปมาจนเหนื่อยอ่อน อย่างน่าสงสาร

ผมพยายามเอาใจช่วยมันเต็มที่

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มันก็ดูเหนื่อยล้าลงทุกทีๆ

จนในที่สุดผมจึงตัดสินใจ ให้เด็กเปิดประตูรอบร้านทุกบาน

เพื่อให้มันมีทางออกมากขึ้น จากนั้นอีกไม่นาน

มันก็สามารถหาทางออกไปได้....


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทำให้ผมได้คิดว่า ในชีวิตคนเรานั้น(รวมทั้งตัวผมด้วย)

หลายครั้งที่เราต้องประสบปัญหา แล้วหาทางออกจากปัญหาไม่ได้

สภาพก็คงไม่ต่างกับเจ้านกกระจอกตัวนั้น

ที่บินวนไปวนมาจนเหนื่อนล้า ในสภาพที่บาดเจ็บ

จวนจะหมดแรง แล้วจู่ๆก็มีคนมาช่วยเปิดประตูหาทางออกให้

ทำให้ชีวิตที่ถึงทางตันของใครคนนั้นมีทางออก

ผมจึงเข้าใจความรู้สึกของเจ้านกกระจอกตัวนั้นได้ดี

แม่สอนผมเสมอว่า..

เมื่อมีโอกาสจงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับผู้อื่นบ้าง

เพราะบางทีความช่วยเหลือของเราอาจช่วยเยียวยาเขาได้

ในวันที่เขาอาจจะกำลังสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด..

แม่ผมเรียกเรื่องแบบนี้ว่า

“การจ่ายก่อนล่วงหน้า”( Pay it forward.)

จริงๆแล้ว ผมกับนกกระจอกนั้น เรามีความหลังต่อกัน

เพราะเราเป็นเพื่อนกัน

ห้องนอนวัยเด็กของผม ที่บ้านหลังเก่าอยู่บนชั้นสอง

มักจะมีนกกระจอกมาเกาะข้างหน้าต่าง ส่งเสียงร้องจุ๊กจิ๊กๆ อยู่เสมอ

แล้ววันหนึ่ง..เมื่อผมกลับจากโรงเรียน ผมก็มาเล่าให้แม่ฟังว่า

เจ้านกกระจอกที่ข้างหน้าต่างห้องนอน มันไปหาผมที่โรงเรียน

มันมาเกาะที่หน้าต่างห้องเรียน ร้องเรียกผม

พอแม่ได้ฟังแม่ก็หัวเราะขำ แต่ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ

ว่าเหตุใดแม่จึงต้องขำ

ผมบอกแม่ว่า ผมกับนกกระจอกตัวนั้นเราเป็นเพื่อนกัน

เราคุยกันอยู่เสมอ มันจะคอยตามผมไปเกือบทุกที่

บางทีเวลาแม่พาผมไปต่างจังหวัดไกลๆ

มันก็ยังบินตามไปด้วย เกือบทุกที่ที่ผมไป ผมก็จะพบมัน

แม่บอกว่า นับตั้งแต่ที่ผมเล่าให้แม่ฟังครั้งนั้น

แม่ก็ไม่เคยหัวเราะเรื่องต่างๆ ที่ผมเล่าให้ฟังอีกเลย

ผมจึงมีนกกระจอกเป็นเพื่อนอยู่อย่างนั้นตลอดมา

จนกระทั่งผมโต ผมจึงได้รู้ด้วยตัวเองว่า

"มันเป็นนกคนละตัวกัน"

 

แต่มันจะแปลกอะไร ในเมื่อความฝันของผม

ไม่เคยถูกทำลายด้วยน้ำมือใคร (เหมือนเซเซ่)**

แม่ว่าไม่กี่ปีหรอกที่เราจะได้ใช้ชีวิตวัยเด็กของเรา

อย่างที่มันควรจะเป็น เพราะไม่นานเราก็จะเติบโต

แล้วเราก็จะลืมช่วงเวลาที่สวยงามเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น

แล้วผมก็ลืมมันไปจริงๆด้วย

 

 แต่แล้ววันนี้..เจ้านกกระจอกเพื่อนผม มันได้กลับมาหาผม

มาให้ผมช่วยปลดปล่อยมัน หรือบางทีอาจเป็นมันต่างหาก

ที่ช่วยรื้อฟื้นความฝันวัยเยาว์ของผมให้กลับมาอีกครั้ง..

ขอบคุณนะเพื่อนรัก

**เซเซ่ เด็กน้อยที่น่าสงสาร จากหนังสือ"ต้นส้มแสนรัก"**

 ติดตามเรื่องราวของผมได้ที่ Steel-Rose.com

โดย ราศีเมษ

 

กลับไปที่ www.oknation.net