วันที่ พุธ กันยายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องที่ฟังค้างไว้


เรื่องที่ฟังค้างไว้ก็เป็นเรื่องที่ต้องฟังต่อจึงจะสรุปได้

มีคนจำนวนมากเชื่อว่า ที่สุดแล้วเมื่อเราเดินไปถึงปลายทาง ก็จะไม่เหลือสิ่งใด เมื่อทางเดินที่หมดสิ้นไม่ใช่ทางตัน แต่เป็นทางที่เดินไม่ได้ จึงไม่มีใครต้องการที่จะไปให้ถึงปลายทาง หรืออย่างน้อยก็คือไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางที่จะพบจุดหมาย

จุดหมายในที่นี้หรือจะหมายถึง การเข้าถึงความจริงของสิ่งทั้งหลาย  ที่นับวันจะไม่มีใครเข้าใกล้ได้ เพราะนับวันจะยิ่งลวกและฉาบฉวย

การใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือ คอยคนึงหาตลอดเวลา เวลาที่รอคอยอ้อยอิ่งนั้นเป็นเวลาที่ไร้ค่า ส่วนเวลาที่ใช้กับเจ้าหน้าจอนั้นนอกเหนือออกไปก็เป็นเรื่องไร้สาระเป็นส่วนใหญ่

การต่อว่าต่อขานถึงวิถีสังคมปัจจุบัน บางครั้งมันก็เป็นการด่าตัวเองไปด้วย และเราก็ด่าตัวเองไปได้เรื่อยๆ เราก็ว่ามันไม่ดี มันไร้สาระอยู่อย่างนั้น แต่บางครั้งเราก็ละจากมันไม่ได้ ราวกับเป็นสิ่งเสพติด

วันก่อนได้นึกต่อว่าคนจำนวนมาก ที่แชร์เรื่องบางเรื่องออกไปโดยไม่คิด แล้วสร้างความโกลาหลให้ผู้รับ ซึ่งก็คิดไม่ได้เหมือนกัน แล้วมันก็ถูกแชร์ต่อไปอีก

คนคิดน้อยหรือไม่คิดทำให้องค์กรและสังคมมีปัญหา คนพวกนี้เป็นปัญหาต่อสังคม ปัจจุบันสังคมก้มหน้ามีแต่คนอย่างนี้ทั้งนั้น รู้แต่จะแชร์แต่ไม่คิดว่ามันจะมีผลอย่างไร แปลว่าสังคมนี้มีแต่คนที่มีปัญหาเต็มไปหมดแล้วจะอยู่กันอย่างไร

ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีคนเชื่อว่า จะสามารถเปลี่ยนอัตราภาษีฯ ของประเทศได้ด้วยการประกาศล่วงหน้า 3 วัน  ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนเชื่อว่าจริงที่อัตราภาษีฯ จะถูกกำหนดเปอร์เซ็นต์ทศนิยม  ไม่น่าเชื่อว่าผู้มีความรู้สูงบางคนจะไม่ผิดสังเกตว่าการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร  เรื่องไม่น่าเชื่อนี้เป็นความน่าผิดหวังและความสูญเสีย

คนอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบต้องอธิบาย แก้ไขความเข้าใจ เสียเวลาและสิ้นเปลืองอารมณ์ไม่ใช่น้อย สูญเปล่าประโยชน์กับเวลาที่ใช้ไป เสียเวลาทำมาหากิน

มาคิดดูกันว่าไอ้สามจีสี่จีที่เทิดทูนกันนั้น  มันถูกใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มีและใช้มัน ผู้มีสมาร์ทโฟนจอสี่เหลี่ยมในมือ นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังออกจะถ่วงความเจริญเสียอีกด้วย

ก็เล่นเอาเรื่องไร้สาระ ไม่ใช่ความจริง เรื่องโฆษณาชวนเชื่อมาส่งต่อกัน คนที่มัวแต่ส่งต่อและติดตามเรื่องพวกนี้ ก็ใช้เวลาทำมาหากินมาเล่นเรื่องพวกนี้  นอกจากนั้นยังมีคนเดือดร้อนจากที่เรื่องพวกนั้นถูกแชร์ ต้องใช้เวลามาตามแก้ตามล้างอีก เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็เสียเวลาทำมาหากินไปอีก

การเผยแพร่เรื่องที่ตนเองยังไม่รู้แน่ว่าจริงหรือไม่  มันก็เสี่ยงว่าจะเป็นการโกหก และการทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อผิดๆ อันเป็นล้วนแต่เวรกรรม หากว่าโกหกกันต่อหน้าตัวต่อตัวเทียบได้กับน้ำหนัก 1 กิโลกรัม  การโกหกในโลกโซเชียลนั้นจะเทียบได้กับน้ำหนักหลายตัน! นั่นแหละเวรกรรมอันหนักหนา

หากพบเรื่องใดไม่มั่นใจว่าจริงหรือไม่ อย่าบอกต่อ ขอให้คิดว่าเป็นเรื่องที่ฟังค้างไว้.

โดย พนัง_บางกง

 

กลับไปที่ www.oknation.net