วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไหว้พระจันทร์ วันสำคัญที่ควรค่าแก่การรักษา


ปีนี้เป็นปีแรกของป้ารุ ที่ได้มีโอกาสสัมผัสเทศกาลไหว้พระจันทร์อย่างใกล้ชิด

ขอขอบคุณ BG เฟิงสุ่ย ที่แนะนำ และชักชวน ให้ป้ารุได้เข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ

โครงการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมย่านประวัติศาสตร์เมือง

กิจกรรมเดินเท้าศึกษาวัฒนธรรมประเพณีจีน ตอน ประเพณีไหว้พระจันทร์

ณ ย่านตรอกเจริญชัย-ตรอกเล่งบ้วยเอี๊ย-ย่านตลาดน้อย

ในวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๘

จุดนัดหมายช่วงสามโมงเย็น คือ หอศิลป์กรุงไทย แถว ๆแยกราชวงศ์

ได้พบกับทีมงาน และวิทยากร ที่จะพาคณะเดินตามตรอก ตามซอย รู้จักสถานที่สำคัญ

และได้พบกับหลาย ๆบ้านที่ยังคงรักษาธรรมเนียมไหว้พระจันทร์มาถึงลูกหลาน

หลังจากนั้น เดินข้ามถนนไปโรงแรมแกรนด์ ไชน่า ชมนิทรรศการ และฟังตำนานไหว้พระจันทร์

แต่ประเด็นสำคัญสำหรับป้ารุ คือ จะซื้อขนมไหว้พระจันทร์ ที่ร่ำลือกันว่า อร่อยมาก ๆ

ปรากฏว่า ขนมหมดตู้ ไม่เหลือให้ชมแม้แต่ชิ้นเดียว แสดงว่าอร่อยจริงล่ะค่ะ

เดินต่อไปจนถึงเยาวราชซอย ๘ เดินเลี้ยวเข้าไปนิดหน่อยถึงวัดบำเพ็ญจีนพรต(ย่งฮกยี่)

ซึ่งเป็นวัดจีนแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ มีรูปเคารพที่น่าสนใจมากมาย

ในภาพด้านบน พระท่านกำลังสวดมนต์ทำวัตรเย็นอยู่พอดี

รูปปั้น ๑๘ อรหันต์ ซึ่งใช้ผ้าป่านผสมยางรักปั้นขึ้นเป็นองค์พระ งดงามมากค่ะ

จากการที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก และนานพอสมควร

ทำให้มีโอกาสชมวัดพุทธมหายานแห่งนี้จนรู้สึกได้ว่า ต้องกลับมาชมอีกรอบแน่นอน

ท่านวิทยากรใช้เวลาช่วงนี้เล่าเรื่องราวของวันไหว้พระจันทร์ ซึ่งน่าสนใจมาก

เพียงแต่ว่า ต้องใช้ความพยายามในการฟังมากขึ้น เนื่องจากเสียงฝนดังไม่น้อย

ป้ารุขออนุญาตข้ามเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของการไหว้พระจันทร์

ซึ่งทุกท่านสามารถอ่านได้จากหลายสื่อ โดยจะขอเล่าเรื่องที่ฟังจากท่านวิทยากรแทนนะคะ

ประเพณีวันไหว้พระจันทร์ เป็นประเพณีของคนในครอบครัวที่จะมารวมกัน

เนื่องจากช่วงนี้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ความจำเป็นในการใช้แรงงานก็มีมาก

ก็คงจะคล้าย ๆกับการลงแขกเกี่ยวข้าวของบ้านเรา บรรยากาศน่าจะคึกคัก ครึกครื้นไม่น้อย

เสียงพูดคุยของญาติมิตรอื้ออึงไปด้วยสารพัดเรื่องเล่าสู่กันฟัง คุยกันไป กินกันไป สุขใจนัก

ดังนั้น วันนี้ ก็อาจจะกลายเป็นความเงียบเหงาของคนที่อยู่ไกล และไม่ได้มีโอกาสกลับบ้าน

บทเพลง หรือ บทกวี ส่วนใหญ่ ที่เขียนขึ้นในวันไหว้พระจันทร์หลายบท

จึงสะท้อนถึงอารมณ์เศร้า อย่างเช่น  หลี่ไป๋ กวีสมัยราชวงศ์ถัง เขียนไว้ว่า

".....เงยหน้ามองจันทร์แจ่มฟ้าผ่องอำไพ ก้มหน้าไซร้คิดถึงบ้านเกิดตน....."

หรือในบทกวี “คืนเพ็ญ”ของตู้ฝู่ (พ.ศ.๑๒๕๕-๑๓๑๓)

กวีเอกของจีนผู้มีฉายาว่า “ราชาแห่งปวงกวี” เขียนถึงความห่วงหาอาทรที่มีต่อครอบครัวไว้ว่า

“...ฟูโจว แขคืนนี้      เมียรักอยู่ชมเดียวดาย

สงสารลูกเล็กหลาย    มิรู้คิดถึงฉางอาน

หมอกหอมชุ่มผมเจ้า  แสงเงินหนาวแขนสะคราญ

วันใดได้เคียงม่าน      ร่วมชมโสมซับชลนา...”

ส่วนของไหว้ วันไหว้พระจันทร์ ป้ารุขอนำผังการจัดโต๊ะ (ภาพด้านบน)

ที่จัดแสดงในนิทรรศการที่โรงแรมแกรนด์ ไชน่า มาให้ชม มีคำอธิบายไว้แล้วค่ะ

ที่น่าสนใจคือมีเครื่องสำอาง ซึ่งตอนนี้บางบ้านอาจเปลี่ยนเป็นเครื่องหอมชนิดอื่น ๆตามยุคสมัย

เพราะหลังจากไหว้แล้ว ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

ท่านวิทยากรให้แนวคิดติดตลกว่า อาจเป็นความคิดของสะใภ้สมัยก่อน

ที่จะใช้ช่วงเวลานี้ซื้อเครื่องสำอาง โดยคุณแม่สามีไม่อาจคัดค้านก็เป็นได้

มีประเพณีการละเล่นอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า “หน่าโก้ว” (ผีตะกร้า)

ซึ่งจะเล่นกันในคืนวันไหว้พระจันทร์ ประเพณีนี้คงเหลือแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ยังคงจดจำ

และเล่าขานถึงความสนุกสนานของหน่าโก้วได้ เด็ก ๆรุ่นหลังอาจจะลืมเลือนกันไปแล้ว

โชคดีของป้ารุ ที่ได้ชมประเพณีนี้จากชาวตลาดน้อย

ลักษณะ และแนวคิดของผีตะกร้า ดูแล้วน่าจะคล้าย ๆกับผีถ้วยแก้ว

คือนำตะกร้าใบขนาดย่อม ๆ แล้วสวมเสื้อลงไป

จากนั้นก็อัญเชิญดวงวิญญาณที่นัยว่ามาจากทางท่อระบายน้ำให้เข้ามาในตะกร้า

ให้คนถือตะกร้าข้างละคน โดยเอามือรองที่ก้นตะกร้าไว้ ถ้าตะกร้ามีน้ำหนักมากขึ้น

แสดงว่า “อาโกว” หรือดวงวิญญาณนั้นได้เข้ามาอยู่ในตะกร้าแล้ว

แล้วคราวนี้ก็เริ่มถามคำถามกัน เช่น อาโกว เป็นหญิง หรือชาย อายุเท่าไหร่

หรือคำถามอื่น ๆ คล้ายผีถ้วยแก้วอีกนั่นล่ะค่ะ

และแน่ล่ะค่ะ คำถามต้องเป็นภาษาจีน อาโกวจึงจะเข้าใจ

ส่วนวิธีการตอบ ก็จะเป็นเหมือนกับก้มหน้าลงกับพื้น กี่ครั้งก็คงแล้วแต่จะกำหนดกันไป

เพื่อนร่วมทางของป้ารุทดลองเล่นดู ไม่ทราบเหมือนกันว่าถามตอบกันเรื่องอะไร

ได้ยินแต่เสียงหัวเราะกันครื้นเครง สงสัยอาโกวท่านนี้จะเป็นคนตลกอารมณ์ดี

การท่องเยาวราชในคืนวันไหว้พระจันทร์ของป้ารุคืนนี้

แตกต่างจากการเดินซื้อของย่านเยาวราช สำเพ็งที่ผ่าน ๆมาเป็นอย่างมาก

เพราะปกติแล้วย่านการค้าก็จะเต็มไปด้วยผู้คน และเสียงซื้อขาย ต่อรองราคา

แต่คืนนี้ตามตรอกเล็กตรอกน้อยค่อนข้างเงียบ มีเพียงบางบ้าน ที่ยังเปิดประตู

ตั้งโต๊ะไหว้พระจันทร์ที่จัดไว้อย่างสวยงามมีอากง อาม่า นั่งพักผ่อนสบาย ๆ

คุยกันเบา ๆในบ้าน แต่ก็ยินดีที่จะตอบคำถามอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสให้ผู้มาเยือน

อย่างภูมิใจที่ได้สืบสานประเพณีของบรรพบุรุษ ซึ่งโต๊ะจะเล็ก หรือ ใหญ่

ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในครอบครัวนั้น ๆ

ดังภาพในด้านล่าง

จากเรื่องราวที่ได้เห็น ได้รับฟังเกี่ยวกับประเพณีไหว้พระจันทร์มาในวันนี้

ป้ารุมีความรู้สึกว่า ไม่ว่านักบินอวกาศคนไหน ของประเทศใด

จะขึ้นไปเหยียบพื้นผิวพระจันทร์สักกี่ครั้ง กี่หน

ก็ไม่มีความสำคัญหรือมีผลต่อการไหว้พระจันทร์

เพราะสิ่งที่เป็นหัวใจของประเพณีไหว้พระจันทร์ สำคัญ ลึกซึ้งกว่านั้นมากนัก

ขอบคุณ หอศิลป์กรุงไทย สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว

กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านเจริญไชย กลุ่มชุมชนคนรักตลาดน้อย

และเครือข่ายท่องเที่ยวภาคประชาสังคม

ที่ทำให้ป้ารุได้มีโอกาสพบเห็นสิ่งดี ๆอีกส่วนหนึ่งของประเทศไทย

ส่วนที่น่าจะสนับสนุนและพัฒนาให้พื้นที่ชุมชนเก่าแก่เหล่านี้ให้คงอยู่

เพราะป้ารุคิดว่า นี่คือแหล่งเรียนรู้อีกบทหนึ่งของประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์

ช่วยกันรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้คงไว้อย่างงดงาม ดีกว่ารื้อแล้วสร้างใหม่เยอะเลยค่ะ

ป้ารุ.....รายงาน

โดย ป้ารุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net