วันที่ อังคาร ตุลาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วาฬบรูด้าที่บางตะบูน ๔ ตุลาคม ๒๕๕๘


ปีที่แล้วไม่ได้ไปดูวาฬ ปีนี้แรกเลยไม่ได้คิดว่าจะไปดูวาฬอีก เพราะ ๓ ครั้งที่ผ่านมา แต่ละครั้งช่างยากลำบากเหลือเกิน เกิดความรู้สึกเข็ดนิดๆ

อย่างไรก็ตาม คุณหมอชาตรีพร้อมเพื่อนอีก ๒ คนมาชวนผมไปดูวาฬกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ พอมีเพื่อนไปด้วยกลายเป็นอยากไปขึ้นมากระทันหัน แถมผมยังชวนเพื่อนอีก ๒ คน กลายเป็นทริปนี้เพื่อนเยอะน่าสนุกทันที แสดงว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ไม่อยากไปเพราะไม่รู้จะชวนใครไปด้วยมากกว่า

เริ่มต้นก็เจออุปสรรคใหญ่ อุตส่าห์นัดกันล่วงหน้าเกือบ ๒ เดือน พอก่อนถึงวันไป พายุเข้าเสียนี่ ฝนตกตั้งแต่วันศุกร์ เสาร์ ยิ่งวันอาทิตย์ที่จะไป กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า พายุโซนร้อนมูจีแกจะเข้าวันที่ ๔-๖ ตุลาคม วันที่เราจะออกเรือไปดูวาฬกันเลยนี่นา วันเสาร์เกิดลังเลกันพอสมควร เพื่อนเริ่มกังวลกันว่าจะไปหรือไม่ไปดี แม้กระทั่งลุงจำรูญเจ้าของเรือยังกังวลคอยสังเกตอากาศพร้อมปรึกษากับคุณวุธผู้จัดการทริปตลอดว่า ตกลงวันอาทิตย์จะออกเรือไปกันได้หรือเปล่า สุดท้ายไม่มีใครถอย

เช้านี้ฝนตกหนักตั้งแต่ตี ๓ พอตี ๔ ครึ่งได้เวลาเริ่มออกเดินทางไปจุดนัดพบ สถานีน้ำมัน ปตท สนามเป้า ฝนก็ซา ทริปนี้สมาชิกขับรถไปเองหลายคน ดังนั้นบนรถตู้เลยนั่งกันหลวมๆสบาย ครบคนตี ๕ ออกเดินทาง

พอรถออกพ้นกรุงเทพ ฝนตกอีก ได้นั่งคุยกันตลอดทางไม่หลับ คงเพราะเมื่อคืนนอนมาพอหรือเพื่อนมาเยอะ ระหว่างทางยังเกิดอุบัติเหตุรถปิคอัพเป๋มาชนแบรีเออร์ข้างทางหมุน ๓๖๐ องศาอยู่ตรงหน้าให้ตื่นเต้นหวาดเสียวอีก ทำให้รู้สึกว่าเดินทางแป็บเดียวรถก็จอดเพราะถึงร้านอาหารแล้ว

ฝนตกพรำๆช่วงลงมาทานอาหารเช้าประมาณ ๖.๑๐ น.
 

มาถึงบ้านลุงจำรูญ ฝนหยุดตก สมาชิกร่วมทริปยังมากันไม่ครบ ผมถือโอกาสสำรวจเรือลำใหม่ที่เราจะขึ้นกันวันนี้
 

ลุงจำรูญมีเรือลำใหม่ใหญ่กว่าเดิม เรือเก่าก็ยังอยู่ มีเปลี่ยนแปลงหลังคาจากสแลนเป็นหลังคาไม้ สามารถกันได้ทั้งแดดและฝน
 

คุณหมอชาตรีสอนวิธีจำแนกนกยางเบื้องต้นให้กับเพื่อนๆช่วงรอลงเรือ
 

สมาชิกมาครบประมาณ ๘.๐๐ น. ลุงจำรูญออกเรือ
 

ท้องฟ้าแจ่มใส แดดแรงเป็นปกติ มีเค้าฝนเหมือนกันแต่อยู่ไกล คลื่นลมไม่มี

เราเห็นนกกาน้ำใหญ่ Great Cormorant เพียง ๑ ตัวเท่านั้น ปกติผมมาดูวาฬในเดือนกันยายน เห็นนกกาน้ำใหญ่เยอะมากตลอด ครั้งนี้เป็นเดือนตุลาคมจึงทราบว่า นกกาน้ำใหญ่ไปหมดแล้ว
 

พวกเรานั่งคุยกันไปเรื่อยๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ ให้ทำใจเย็นเพราะยังต้องนั่งเรืออีกนาน 
 

แต่ครั้งนี้ปรากฏว่า ประมาณ ๑๐ น. เท่านั้น ลุงจำรูญก็บอกว่าพบวาฬแล้ว

ความฝันของผมเป็นจริงขึ้นมาแล้ว นั่งเรือดูวาฬ ๓ รอบแรกมันโหดมันหินมาก ผมภาวนาขอเห็นวาฬง่ายๆสักครั้งเถอะ ในที่สุดก็ได้สมปรารถนา
 

วาฬบรูด้า Bryde’s Whale เป็นวาฬที่อยู่ในกลุ่ม Baleen Whales ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๑๓ ชนิด ความยาวร่างกายสูงสุดคือ ๑๕.๖ เมตร น้ำหนัก ๔๐ ตัน ความยาวแรกเกิดคือ ๔ เมตรและน้ำหนัก ๖๘๐ กิโลกรัม ความแตกต่างกับวาฬชนิดอื่นในกลุ่มคือ วาฬบรูด้าบางส่วนแทนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐาน กลับใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในมหาสมุทรเขตร้อน เช่นกลุ่มที่อยู่ในอ่าวไทยนี้

ฝูงนกนางนวลแกลบจับปลากะตักที่วาฬบรูด้าต้อนขึ้นมา
 

วาฬบรูด้าพลิกตัวต้อนปลากะตักเกือบหงายท้อง
 

วาฬบรูด้าตะแคงตัวว่ายน้ำ
 

มีเรือ ๒ ลำมาดูวาฬบรูด้าในวันนี้
 

 

ฝูงนกนางนวลแกลบมีส่วนให้เราสามารถมองหาวาฬบรูด้าว่าจะขึ้นจุดไหนได้ เพราะนกนางนวลแกลบบินอยู่สูง จะมองเห็นวาฬก่อนเรา เมื่อนกเห็นแล้วจะพุ่งเข้าใส่ทันที เรามองตามนกไปก็จะเห็นวาฬ
 

 

 

หลังจากกินปลากะตักไป ๑ คำ วาฬจะพ่นลมหายใจและน้ำออกมาเป็นฝอย เหมือนรูปที่เราเห็นกันตอนเด็ก
 

ปลากะตักฝูงใหญ่กำลังโดนกิน
 

 

สันที่เป็นเส้นยาวบนหัว (Rostral ridge) ๓ เส้นคือลักษณะเด่นที่บ่งบอกว่าเป็นวาฬบรูด้า
 

ดูกันนาน จนสามารถถ่ายรูปเซลฟี่กับวาฬบรูด้าได้
 

วาฬโผฮุบปลากะตักและว่ายวนไปมาเป็นเวลาเกิน ๑ ชั่วโมง พวกเราดูกันจนลุงจำรูญบอกว่า คงต้องเข้าฝั่งแล้ว เพราะเมฆฝนเริ่มเข้ามาใกล้
 

ถกกันบนเรือว่า เราเห็นวาฬ ๑ ตัวหรือ ๒ ตัว ไม่สามารถสรุปได้ จนผมมาตรวจสอบรูปเกือบจะรูปสุดท้ายจึงได้หลักฐานว่า มีวาฬ ๒ ตัว วาฬบรูด้าตัวหนึ่งที่โผขึ้นมาบ่อยมากชื่อ เจ้าเมษา ส่วนอีกตัวไม่ทราบชื่อ
 

ระหว่างทางกลับ ได้แวะดูนกที่เกาะหัวเสาอยู่ในทะเล

นกนางนวลแกลบธรรมดา Common Tern
 

 

นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ Great Crested Tern
 

 

นกนางนวลหลังดำพันธุ์รัสเซีย Heuglin’s Gull
 

ช่วงเรือแล่นกลับเข้าฝั่ง บรรดาปลาตัวเล็กๆจะกระโดดขึ้นจากน้ำตรงหลังท้ายเรือ นกนางนวลแกลบก็แสนรู้ บินวนมาจับปลากันเป็นฝูง นับเป็นเวลาที่เหมาะสมมากให้นักถ่ายรูปฝึกถ่ายรูปนกนางนวลแกลบบินได้อย่างสบายใจ
 

ส่วนใหญ่เป็นนกนางนวลแกลบเคราขาว Whiskered Tern
 

 

 

 

 

ห้องน้ำเรือลำใหม่ มีโถนั่งอย่างดี
 

วันนี้พวกเรากลับถึงฝั่งเร็วมาก เพราะวาฬบรูด้ามาให้เห็นตั้งแต่เช้า เห็นเมฆฝนทะมึนอยู่ทั่วฝั่ง เช้านี้ฝนตกในแผ่นดิน ไม่ตกในทะเล แต่ตอนนี้ก็กำลังไล่มาเกือบทันแล้ว
 

เพื่อนของผม ๒ คนมีความสุขมาก มาทริปแรกก็ได้พบวาฬบรูด้าสมความตั้งใจ
 

เมื่อขึ้นฝั่งประมาณ ๑๔ น. เนื่องจากเวลายังมีอีกมากจึงตกลงว่าจะไปดูนกที่ปากทะเลต่อ แต่ฝนที่อั้นไว้ตั้งแต่เช้าตกลงมาอย่างสม่ำเสมอ จึงเปลี่ยนแผนกลับกรุงเทพเลยดีกว่า ซึ่งก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกเพราะรถติดมาก

เราได้แวะทานข้าวเย็นกันที่ร้านลมทะเล บ้านแพ้ว สมุทรสาคร
 

 

กลับถึงกรุงเทพประมาณ ๑ ทุ่ม ซึ่งเร็วกว่า ๓ ทริปแรกมาก แล้วผมก็กลับมาเมาบกที่คอนโดต่อทั้งคืนตามปกติหลังจากนั่งเรือมาทั้งวัน

โดย ศุภฤกษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net