วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรียนรู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้นอกฤดูส่งออก


อำเภอบ้านแฮด จว.ขอนแก่น ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในปี 2557 ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านสว่าง ตำบลหนองแซง โดยคัดเลือกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮดเพื่อการส่งออกอำเภอบ้านแฮดให้เป็นศูนย์เรียนรู้ฯในพื้นที่ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการผลิตมะม่วง สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพให้เป็นสินค้าส่งออก สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและเป็นจุดถ่ายทอดความรู้ ศึกษาดูงานและเป็นต้นแบบในการผลิตมะม่วงนอกฤดูเพื่อการส่งออก ให้แก่เกษตรกรผู้สนใจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮดเพื่อการส่งออก ได้มีการจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรผู้สนใจ“เรื่องการผลิตมะม่วงนอกฤดูเพื่อการส่งออก”โดยมีการผลิตมะม่วงคุณภาพตามมาตรฐาน GAP เพื่อการส่งออก วางแผนการผลิตชัดเจนสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

                                                                              

ทั้งนี้ในศูนย์จะแบ่งฐานการเรียนรู้อออกเป็น 6 ฐานเริ่มตั้งแต่ฐานที่ฐานที่ 1.การผลิตมะม่วงนอกฤดูตามมาตรฐาน GAPซึ่งมีหลักปฏิบัติตั้งแต่จัดการสุขลักษณะสวน เครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตร ปัจจัยการผลิต ควบคุมการผลิต บันทึกและการควบคุมเอกสาร ตลอดจนเกณฑ์และวิธีการตรวจประเมินตามระบบการผลิตมะม่วง GAP ซึ่งจะพิจารณาแหล่งน้ำน้ำที่ใช้ ต้องได้จากแหล่งที่ไม่มีสภาพแวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนจุลินทรีย์ สารเคมี และโลหะหนัก พื้นที่ปลูกต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีความเสี่ยง เนื่องจาก สารเคมี จุลินทรีย์ และโลหะหนัก ที่จะทำให้เกิดการตกค้างหรือปนเปื้อนในผลิตผล การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรตามคำแนะนำ หรืออ้างอิงคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือตามคำแนะนำในฉลากที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องใช้สารเคมีให้สอดคล้องกับรายการสารเคมีที่ประเทศคู่ค้าอนุญาตให้ใช้ ห้ามใช้วัตถุอันตรายที่ระบุในทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ห้ามใช้

การเก็บรักษาและการขนย้ายผลิตผลในฟาร์มสถานที่เก็บรักษาต้องสะอาดมีอากาศถ่ายเทได้ดีสามารถป้องกันการปนเปื้อนจากวัตถุแปลกปลอมวัตถุอันตรายและสัตว์พาหะนำโรคอุปกรณ์และพาหนะในการขนย้ายต้องสะอาดปราศจากการปนเปื้อนสิ่งอันตรายที่มีผลต่อความปลอดภัยในการบริโภคต้องขนย้ายผลิตผลอย่างระมัดระวัง มิให้เกิดรอยช้ำ ตลอดจนบันทึกข้อมูลต้องมีการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้วัตถุ-อันตรายต้องมีการบันทึกข้อมูลการสำรวจศัตรูพืชและการป้องกันกำจัดต้องบันทึกแหล่งที่มาของปัจจัยการผลิตต้องมีการบันทึกการจัดการให้ได้คุณภาพ เป็นต้น 

                                                                            

 ฐานที่ 2 ที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการตัดแต่งกิ่ง การบำรุงรักษาและการดึงใบอ่อน ว่าควรที่ควรทำอย่างไร โดยมีการแนะนำว่าการตัดแต่งให้ทรงพุ่มโปร่งและควบคุมความสูงของต้นให้มีความสูงประมาณ 3 เมตร ตัดแต่งกิ่งออกประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์ของทรงพุ่ม ถ้าตัดออกน้อยเกินไป ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของทรงพุ่ม การแตกใบอ่อนจะน้อย และแตกใบอ่อนไม่พร้อมกัน ถ้าตัดแต่งกิ่งออกเยอะเกินไป ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ มะม่วงจะแตกใบอ่อนออกมาหลายครั้ง เพื่อทดแทนใบมะม่วงที่ถูกตัดออกไป ในกรณีตัดแต่งแบบตัดปลายยอดเข้ามาทุกยอด ให้ตัดปลายยอดออกไม่เกิน 1-2 ฉัตร ถ้าตัดแต่งเกิน2 ฉัตรขึ้นไป จะมีผลต่อการออกดอก คือ การออกดอกจะช้าออกไปอีก เมื่อดึงดอกจะได้ใบอ่อนแทน เป็นต้น ส่วนฐานที่ 3.จะให้ความรู้เรื่องการราดสารแพกโคลบริทราโซลและการใส่ปุ๋ย ที่สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร15-15-15 อัตราต้นละ 0.5-1ก.ก.และให้น้ำ และใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 8-24-24 หรือ 13-13-21 ต้นละ 0.5-1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นเพื่อบำรุงต้นด้วยปุ๋ยทางดินเพื่อสร้างตาดอก หลังราดสาร 1-7 วัน 


                                                                                  

ส่วนฐานที่ 4 เป็นการให้ความรู้เรื่องฉีดพ่นปุ๋ยทางใบและการป้องกันกำจัดโรคแมลงเพื่อสร้างตาดอก หลังราดสาร 1 เดือนฐานนี้ถือว่ามีรายละเอียดอย่างมากและสำคัญเนื่องจากมีผลต่อการป้องกันโรคพืชต่าง ๆ สำหรับฐานที่ 5 ว่าด้วยเรื่องการตัดแต่งผลการห่อผล การตัดแต่งผลการห่อผลการบำรุงผลระยะติดผลเท่าหัวแม่มือ ในระยะนี้ ให้ใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 15-15-15 หรือกรณีสวนที่ไม่มีระบบการให้น้ำ ดินแห้ง ให้ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 30-20-10 เพื่อขยายขนาดผล และการบำรุงผลระยะติดผลเท่าผลมะนาว โดยตัดแต่งผลที่ดกเกินไป ผลไม่สวย ผลลาย ผลมีรอยขีดข่วน ผลที่ถูกโรคและแมลงทำลาย ผลเล็ก ผลกะเทย ให้เหลือไว้เฉพาะผลที่สวย ช่อละ 1-3 ผล ไม่ควรไว้ผลเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ผลจะไม่โต ผลที่ได้มาตรฐานต้องมีน้ำหนัก 300 กรัมขึ้นไป ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและลงมือทำจริงได้ มาถึงฐานที่ 6 เป็นฐานสุดท้ายคือการเก็บเกี่ยวและการคัดคุณภาพการเก็บผลผลิต หลังห่อผลประมาณ 45-50 วัน เก็บผลผลิต โดยมะม่วงต้องมีเปอร์เซ็นต์ความแก่อยู่ที่ 85-90 % การเก็บเกี่ยวผลผลิตจะต้องทำด้วยความระมัดระวังและพิถีพิถันอย่าให้มะม่วงช้ำหรือเสียหายได้**หยุดพ่นสารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 15 วัน และนำมะม่วงไปตรวจหาสารเคมีตกค้างก่อนเก็บผลผลิต ตัวอย่างละ 10 ผล 

                                                                  

 
                                                                 

"สำหรับมะม่วงที่พร้อมสำหรับเก็บเกี่ยวการคัดคุณภาพมะม่วง ตัวแทนของบริษัทจะมาคัดแยกมะม่วงตามขนาดความต้องการของตลาด โดยมะม่วงที่ตลาดส่งออกต้องการมี 2 เกรด ด้วยกัน คือ 1.เกรด A = สีผิวสวย สด สะอาด ผิวมีตำหนิไม่เกิน 5% ของพื้นผิวมะม่วง น้ำหนักผลขนาด 280-600 กรัม 2.เกรด B = สีผิวสวย สด สะอาด ผิวมีตำหนิ 5-20 % ของพื้นผิวมะม่วง น้ำหนักผลขนาด 300-500 กรัม"

"วิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮดเพื่อการส่งออก จว.ขอนก่น กิจกรรมหลักจะผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้นอกฤดูเพื่อการส่งออก ภายใต้การบริหารจัดการที่มีศักยภาพเหมาะสมมีตลาดรับซื้อแน่นอน สมาชิกชำนาญการผลิตมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีกระบวนการเรียนรู้ตลอดเวลา ทั้งบริการจัดการกลุ่มได้ดี รับมือกับปัจจัยเสี่ยงได้ ตลอดจนมีการกระจายภาระกิจสู่สมาชิกสร้างรายได้มั่นคง จัดสัดส่วนการตลาดเชื่อมโยงกับสมาคมคนปลูกมะม่วง ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับความรู้ความชำนาญภูมิปัญญาของสมาชิกในสภาพพื้นที่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจสมาชิกอย่างยั่งยืน มีกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่อง ถ่ายทอดการเรียนรู้ต่อเนื่อง และมะม่วงได้รับให้จีเอพีแบบกลุ่มตลอดจนมีมีคิวอาร์โค้ดและไลน์"   

                                                                                    

 

 

 

 

โดย countrygirl

 

กลับไปที่ www.oknation.net