วันที่ พุธ ตุลาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันดื่มนมโรงเรียนโลก


                          

             

                                                                            

World School  Milk  Day in Thailand หรือวันดื่มนมโรงรียนโลกซึ่งในปีนี้กระทรวงเกษตรฯร่วมกับ 40 ประเทศทั่วโลกจัดงาน "วันดื่มนมโรงเรียนโลก 2015" หวังกระตุ้นเด็กไทยหันมาดื่มนมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงขณะที่มิลค์บอร์ดก็ได้ประกาศเดินหน้าหนุนต่อโครงการเพราะสามารถช่วยเด็กไทยกว่า 40,000 โรงเรียน  จำนวน 7.6 กว่าแสนคนได้ดื่มนมฟรี มีคุณภาพและจะทำ MOU น้ำนมดิบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกทั้งยังเตรียมงัดมาตรการคุมเข้มผู้ประกอบการ 77 รายที่ผลิตนมไม่ได้คุณภาพตัดออกนอกระบบเรามาติดตามรายละเอียดของ World School  Milk  Day in Thailand หรือวันดื่มนมโรงรียนโลกจากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กันค่ะ

                                                                               

ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO)ได้กำหนดให้วันพุธสุดท้ายของเดือนกันยายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโรงเรียนโลก(World School  Milk  Day) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงโครงการนมโรงเรียนในแต่ละประเทศ และกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนหันมาให้ความสำคัญกับการดื่มนมมากยิ่งขึ้น สำหรับวันดื่มนมโรงเรียนโลกจัดขึ้นครั้งแรกในเดือนกันยายนปี ค.ศ. 2000 และได้จัดต่อเนื่องเป็นกิจกรรมประจำทุกปีในแต่ละประเทศทั่วโลกโดยวันดื่มนมโรงเรียนโลกในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 30  กันยายน พ.ศ. 2558ที่ผ่านมานับเป็นครั้งที่ 16  ที่ได้มีการจัดกิจกรรมวันดื่มนมโรงเรียนโลกขึ้นมา ซึ่งนอกจากประเทศไทยแล้วยังมีมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก อาทิ  จีน  อิหร่าน อินเดีย อินโดนีเซีย จาไมก้า ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย   ทานซาเนีย  ต่างก็จัดกิจกรรมวันดื่มนมโรงเรียนโลก  เพื่อแสดงถึงความสำคัญของโครงการนมโรงเรียนในระดับโลกกันอย่างพร้อมเพียง"ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม(มิลล์บอร์ด)กล่าวถึงที่มาที่ไปของวันดื่มนมโรงเรียน


                                                                                    

                                                                                  

 “ขอยืนยันว่าโครงการนมโรงเรียนนั้น เป็นโครงการที่ดี  เพราะไม่ใช่เพียงจะมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กไทย  แต่ยังเป็นโครงการที่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศอีกหลายพันครัวเรือนไม่ต้องเอานมมาเททิ้งเหมือนที่ผ่านมาเพราะน้ำนมดิบล้นตลาดอีกด้วยแม้สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีข่าวพบนมบูด เน่าเสีย ไม่ได้คุณภาพก็ตามแต่ก็เป็นเพียงที่เกิดจากผู้ประกอบการส่วนน้อย ซึ่งมิลค์บอร์ดได้มีมติลงโทษขั้นเด็ดขาดกับผู้ประกอบการรายดังกล่าวไปแล้ว โดยตัดสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตั้งแต่ภาคเรียนนี้จนถึงภาคเรียนหน้าสื่อมวลชนอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าทำไมใช้เวลานานในการลงโทษ ต้องชี้แจงว่าเนื่องจากเราต้องรอผลการตรวจสอบ และการยกเลิก GMP จาก อ.ย. ซึ่งทาง อ.ย. ต้องรอบคอบ เพราะเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย พรบ.อาหาร พ.ศ.2522” 

     

                                                                                

"สุชาติ  จริยาเลิศศักดิ์"รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)บอกว่าโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนในประเทศไทย เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาวะโภชนาการในเด็กไทย จึงได้จัดตั้งโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2535  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารอาหารในเด็กเนื่องจากนมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเมื่อเด็กนักเรียนได้ดื่มจะทำให้เกิดการพัฒนาทั้งทางร่างกายและสติปัญญาอย่างครบถ้วนอันจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติและเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำนมดิบในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของรัฐบาลซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เบื้องต้นรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่า  270  ล้านบาท       

                                                                                   

ต่อมาได้มีการเพิ่มจำนวนเด็กนักเรียนและจำนวนวันที่จัดให้เด็กนักเรียนดื่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบันการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน ได้จัดให้เด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมประถมจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ดื่มนมโรงเรียนเทอมละ 130 วัน ซึ่งโครงการฯนี้สามารถรองรับน้ำนมดิบของเกษตรกรได้วันละ 1,200 ตัน  จากน้ำนมดิบที่ผลิตได้ทั่วประเทศถึง 2,800 ตัน/วัน  นมโรงเรียนได้กระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ กว่า 0,000 โรงเรียนทั่วประเทศ  เด็กนักเรียนกว่า 7,600,000 คน   โดยได้จัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมให้กับผู้ประกอบการ จำนวน 77 ราย  รวมงบประมาณ  6,819.13  ล้านบาท ภายใต้ระบบการทำ MOU น้ำนมดิบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

                                                                                  

                                                         

โดย countrygirl

 

กลับไปที่ www.oknation.net