วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Egypt, 1 of our dream destination : (5) Edfu Temple, the Temple of Horus


1-9 DEC 2012
"Egypt" 1 of our dream destination

Egypt 1 of our dream destination 4 คอมออมโบ วิหาร 2 เทพ
Egypt 1 of our dream destination 4 คอมออมโบ วิหาร 2 เทพ



4 ธ.ค. 2555 (อ)


วันที่สี่ของการเดินทาง

หลังจากโปรแกรมไปเยี่ยมชมวิหารคอมออมโบในช่วงเช้า

เราก็มาต่อที่โปรแกรมในช่วงบ่ายที่วิหารเอ็ดฟู (Edfu)

ความสำคัญของ “วิหารเอ็ดฟู (Edfu)” คือ สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพฮอรัส (Horus)
ซึ่งเป็นลูกของมหาเทพโอซิริสและเทพีไอซิส
ยังจำได้หรือเปล่าว่า เทพฮอรัส เป็นเทพที่มีสัญลักษณ์เป็นอะไร?

สิ่งก่อสร้างที่อิยิปต์ทุกที่ ยิ่งใหญ่ ตระการตา
แต่ไปเที่ยวมากๆ ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเสพวิหารเยอะไปแล้วหล่ะ ^^

กำแพงแห่งวิหารสูงตระหง่าน





เทพฮอรัส เป็นเทพเหยี่ยว
ดังนั้นเรื่องราวที่สลักบนกำแพงหรือเสา หรือแม้แต่รูปปั้นวิหารก็จะเป็นรูปเหยี่ยว





รูปปั้นเหยี่ยวตัวใหญ่ ใครมาก็ต้องแวะมาถ่ายรูปด้วย





ลวดลายของเสาด้านในวิหาร





กำแพงของวิหารด้านใน เป็นเรื่องราวของเทพฮอรัสตอนออกไล่ล่าเทพเซตผู้เป็นอา เพื่อล้างแค้น





อย่างที่บอกว่าฮอรัสเป็นลูกของมหาเทพโอซิริสและเทพีไอซิส
ซึ่งครั้งนึงเทพเซตเคยวางแผนเพื่อจะล้มโอซิริสเพื่อขึ้นปกครองบัลลังก์แห่งเทพซะเอง โดยได้จัดการฆ่าถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรกออกอุบายให้โอซิริสลงไปนอนในโลงขนาดเท่าตัวเองพอดีและปิดฝา จากนั้นก็โยนทิ้งลงแม่น้ำไนล์
กว่าเทพีไอซิสจะตามจนเจอพระศพก็ยากลำบากแล้ว

แต่พอเจอ เทพเซตก็ตามไปจัดการรอบ 2
คราวนี้ถึงกับหั่นโอซิริสออกเป็นชิ้นๆ ถึง 14 ชิ้น และโยนทิ้งลงแม่น้ำไนล์อีกครั้ง
ทำให้เทพีไอซิสต้องออกตามหาชิ้นส่วนของโอซิริสอีกครั้งด้วยความยากลำบากว่าเดิม
(การที่ต้องหาศพให้เจอ เนื่องจากคนอียิปต์เชื่อว่าถ้าไม่มีการทำพิธีศพที่ถูกต้อง คนตายจะไม่ได้ไปสู่โลกหน้า)


และจากที่เทพเซตผู้เป็นอาได้ฆ่าเทพโอซิริสผู้เป็นพ่อ
แถมยังเคยแปลงกายเป็นแมงป่องเข้าไปกัดตนเองจนตาย (แต่ด้วยบุญญาธิการ จึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่)
ทำให้เทพฮอรัสแค้นเซตเป็นอย่างมาก จึงเกิดการไล่ล่าเพื่อแก้แค้นขึ้น

ซึ่งบนกำแพงด้านในจะเป็นภาพสลักเรื่องราวตอนฮอรัสออกไล่ล่าเซตที่แปลงกายเป็นฮิปโป
จนในที่สุด เทพเซตในร่างฮิปโปก็ถูกฆ่า
และเรื่องราวในตอนนี้ก็คือ สงครามแห่งมหาเทพ นั่นเอง







สำหรับเรื่องราวตามกำแพงหรือในวิหารต่างๆ มีอยู่มากมาย ซึ่งก็แล้วแต่ว่าไกด์แต่ละคนจะพาไปดูตรงส่วนไหนเป็นสำคัญ
อย่างรูปสลักนี้ หัวหน้าทัวร์ไทยพาไปดู มองเผินๆ ก็อาจจะดูเป็นรูปธรรมดาๆ
(จากขวามาซ้าย) เทพฮอรัส, เทพีฮาเธอร์ (เมียของฮอรัส) และลูกชาย





แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือ ตอนที่หัวหน้าทัวร์ชี้ให้ดู อวัยวะเพศของรูปปั้นที่เห็นได้อย่างเด่นชัด
จนอดถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้
หัวหน้าทัวร์บอกว่า ถ้ามีรูปแบบนี้ แปลว่าเป็นเทพวัยเด็ก เพราะนอกจากจะมีสัญลักษณ์อวัยวะเพศแบบนี้แล้ว
จากรูปบนก็ยังทำท่าดูดนิ้วมืออีกด้วย
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าคนอียิปต์สมัยก่อนมีความละเอียดลออในการเล่าเรื่องซะจริงๆ





สุดกำแพงเรื่องราวของ สงครามแห่งมหาเทพ





ก่อนออกจากวิหาร แวะถ่ายรูปกับรูปปั้นเหยี่ยวตัวเล็กอีกซักหน่อย
เราว่าตัวนี้น่ารักว่าตัวใหญ่นะ





เดินมาจนถึง ประตูทางเข้า-ออกของวิหาร ที่ทั้งสูงและใหญ่







มองขึ้นไปจะเห็นรูปสลักงูเหนือประตู
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองไม่ให้สิ่งชั่วร้ายผ่านเข้ามาได้





กลับมาที่ด้านหน้าวิหารเอ็ดฟูอีกครั้ง





จากวิหารเอ็ดฟู เราต้องนั่งรถเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองลักซอร์ (Luxor)
ซึ่งในการเดินทางด้วยระยะทางอีกไม่ถึง 200 กม แต่กลับต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
เนื่องจากบนถนนมีลูกระนาดตลอดเส้นทาง ทำให้ใช้ความเร็วไม่ได้มากนัก

ไกด์บอกว่าที่คนอียิปต์ที่นี่สร้างลูกระนาดกันขึ้นมาเอง เพื่อไม่ให้รถใช้ความเร็วได้มากนัก
เพราะว่าคนส่วนใหญ่ยังใช้ลาเป็นพาหนะ
ทำให้กว่าจะไปถึง Luxor ก็เย็นมากแล้ว โปรแกรมเดิมของวันนี้ก็เลยต้องเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้แทน

เดี๋ยวตอนหน้าพาไปเที่ยวเมืองลักซอร์นะจ๊ะ

ปล. เพิ่งจบวันที่ 4 เอง กว่าจะจบมหากาพย์อียิปต์อาจจะสิ้นปีหรือยาวไปถึงปีหน้าแน่ๆ เลย

โดย huanjung

 

กลับไปที่ www.oknation.net