วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่อยากคุย ผมนี้ไปต่อใบขับขี่ 1 ชั่วโมง 20 นาที


ผมมีใบขับขี่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แต่ในชีวิตจริง ปั่นจักรยานมากกว่า รถยนต์นี่ไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ได้ขับเลยครับ  ที่มีใบขับขี่ไว้ก็เพื่อความอุ่นใจ เวลาต้องขับรถ เกิดเหตุอะไรก็จะได้บอกว่า เรานี้มีใบขับขี่นะครับ

ใบขับขี่หมดอายุไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา  แต่ผมก็รีรอ ประวิงเวลา ไม่อยากไปต่อสักที  จนแล้วจนรอด  ก็ต่อเรียบร้อย เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  วันนั้น ยังจำได้ เที่ยงฝนพรำๆ ผมทำงานเสร็จ  เห็นว่าอยู่ใกล้ รถไฟฟ้า BTS ก็เลยนั่งรถไปหมอชิต

เอกสารไม่ยุ่งยากครับ เอาไป 2 อย่าง คือ  ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน  และ ใบขับขี่ตัวจริง  นี่ผมโง่อยู่ตั้งนาน นึกว่า ต้องเอาใบรับรองแพทย์ไปด้วย  ถ้าหากเป็นสมัยก่อน ต้องเอารูปถ่าย 1 นิ้วไปด้วย 2 รูป  สมัยนี้ มีกล้องดิจิตอล แล้ว เขามีบริการถ่ายภาพลงบัตร (ดูภาพตัวเองในบัตรทีไร หงุดหงิดทุกที อยากได้แบบ ให้เราเซลฟี่แอง แล้วแต่งด้วยแอพนะครับ จะได้หล่อๆกับเขามั่ง)

ออกจากรถไฟฟ้าหมอชิต 13:05 เดินจ้ำอ้าวไปยังกรมขนส่งทางบกถึงอาคารต่อใบขับขี่ 13:15 ผมนี้รีบเลย ลุ้นว่ามันต้องหมดเวลาไปถึงครึ่งวันบ่ายมั้ย กว่าจะเสร็จ  ไปถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์  ชั้น 2  บอกว่ามาต่อใบขับขี่ เขาตรวจเอกสารเบื้องต้น – ครบ!  แล้วส่งไป  โต๊ะ 2 ยื่นคำร้อง  เสร็จแล้วขึ้นไปชั้น 3 ส่งเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ แลกกับบัตรคิว  แล้วไปนั่งดูโทรทัศน์ ไม่ทันรู้เลยว่ารายการอะไร เขาก็เรียกไปทดสอบสมรรถภาพตามบัตรคิว  สายตาบอดสีมั้ย เหยียบเบรคทันมั้ย วิสัยทัศน์การมองเป็นอย่างไร พอผ่านแล้ว ก็ขึ้นไปชั้น 4  ดูเวลา 13:35 เจ้าหน้าที่รีบโบ้ยให้เข้าห้องอบรม - ไปดูวิดีโอ   ขออภัย เอนทรี่นี้ไม่ภาพประกอบ  มีป้ายติดไว้ว่า ห้ามถ่ายภาพ  ผมก็เลยไม่กล้า

 

ดูวิดีโอเพลินๆครับ ชั่วโมงเดียว ผมก็ดูไปเรื่อย คือ ปกติผมค่อนข้างจะใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและการใช้ถนนอยู่แล้ว เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วสูญเสียกันทุกฝ่าย

ขอเล่าอุบัติเหตุที่ไม่ควรจะเกิด แต่ก็เกิด  สัก 2 กรณี  กรณีแรก เมาแล้วขับ   ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุ 30 กว่าๆ  ยืมรถคนข้างบ้านไปธุระ ปรากฎว่า เมาเหล้า  แล้วขับไปชนคนตาย  เมาแล้วขับ ถึงมีประกันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะมันผิดกฎหมาย แต่รถคันนั้นมีประกันครับ แม้ว่าความเสียหายของรถ หรือตัวคนขับจะไม่ประกัน แต่บุคคลที่ 3 ยังงัยบริษัทประกันก็ต้องรับผิดชอบ  สิ้นสุดคดีนั้น คือ นายคนนั้นติดคุกไม่พอ ยังต้องถูกบริษัทฯ ประกันฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายอีก  (ผมไม่อยากบอกจำนวนเงิน)  เจ้าของรถก็ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายที่ทำรถเขาพัง  ผมแอบคิดแทนเขาว่า ชาตินี้จะใช้หนี้เขาหมดมั้ยหนอ ผ่อนเดือนละ 10,000 ก็หลายสิบปีล่ะ

อีกกรณีหนึ่ง  ผู้โดยสารเปิดประตูรถเก๋ง ด้านขวา ปกติเราต้องเปิดด้านซ้ายใช่มั้ยครับ นี่เปิดด้านขวา แล้วมอเตอร์ไซค์ที่ขับตามมา ชนประตู แล้วกระเด็นไปโดนรถทับเสียชีวิต งานนี้ผู้โดยสารดังกล่าวโดนฟ้อง ฐานประมาททำให้เกิดความเสียหาย  รวมค่าใช้จ่ายที่ทางผู้เสียหายเรียกมาเป็นจำนวนเงินที่น่าตกใจมาก (แม้ว่าไกล่เกลี่ยแล้วจะเหลือไม่มากก็ตาม)

ผมได้ฟังเกี่ยวกับคดีความและการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยๆ แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะนิสัยการขับรถของคนไทย บางที เจอกับตัวเอง ผมรู้สึกแย่มากๆ เอาแค่เรื่องพื้นฐาน ความปลอดภัยของการข้ามทางม้าลายนี่แหละครับ  รถ 3 เลน ถ้า 2 เลนเขาหยุด อีกเลนไม่หยุด  แถมขับซิ่ง เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก  และการชนคนบนทางม้าลายเป็นเหตุการณ์ที่ได้ยินกันบ่อยๆ  ทำให้คิดว่า ทำไมเราพัฒนาคนของเรา ให้เป็นคนมีระเบียบ เห็นอกเห็นใจ ในชีวิตและทรัพย์สินคนอื่น หรือ เคารพกฎจราจรไม่ได้

ย้อนไปสมัยทำใบขับขี่ครั้งแรกนิดหนึ่งครับ  ตอนนั้น ผมอยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ได้เป็นเด็กเต้บ  จำได้ว่ายังขับรถไม่แข็ง และไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง อะแฮ่ม ปัจจุบันก็ยังไม่มีนะครับ  นี่ผมอาศัย เติมเงินมือถือบ้าง ซื้อสลาก ธกส หรือสลากกาชาดบ้าง เอาเฉพาะรายการที่เขาบอกว่า ผู้โชคดีจะได้รางวัลรถยนต์นั่นล่ะครับ  เผื่อจะมีโชคบ้าง จะได้มีรถเป็นของตัวเองซะที   คงอีกไม่นาน.. เอ้า ๆ เลิกฝันก่อน มาเล่าเรื่องไปทำใบขับขี่ครั้งแรก  น้าเขยผมบอกว่า ไม่ต้องขับเก่งหรอก เดี๋ยวน้าพาไป แล้วเช้าตรู่แกก็พาไปบ้านทาวเฮาส์หลังหนึ่ง ปรากฎว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในขนส่งนั่นแหละครับ แกบอกว่า จะให้เขาจัดการให้  เสียเงินเพิ่มไม่เท่าไรหรอก แค่ขับๆเป็นพิธี  เอ้อ ที่ไหนได้ ผมถอยหลังไม่เข้าซอง ผมเลยสอบตก  ผมก็อายครับ ไม่กล้าไปสอบอีก ดีว่าไม่ต้องเสียเงินเลย  ต่อมายังมีคนรู้จักบอกอีกว่า เดี่ยวเขาพาไปทำ เขาเป็น “somebody” รับรอง ผ่านฉลุย  เหล้านอกกลมเดียว ..    ครับ ผมอายก็เลยบอกว่า ไม่เอาดีกว่า อีกทั้ง ขาดความมั่นใจ ก็รีรอตั้งสามปี กว่าจะไปสอบเอง แล้วก็ได้ใบขับขี่มา ครอบครอง ภูมิใจว่า เอ้ย สอบได้นะครับ สอบได้ !! แต่ก็ไม่ค่อยได้ขับรถครับ

ผมคุยให้ฟัง เพลินเลย ผมนะเพลินครับ    ผ่านไป 1 ชั่วโมง  ดูวิดีโอจบ เจ้าหน้าที่บอกว่า ให้ออกไปรับเอกสาร แล้วลงไปยื่นที่ ชั้น 2 รอถ่ายรูป ทำใบขับขี่ได้แล้ว  ผมก็ลงไป ไม่รีบเร่ง  ดูนาฬิกาในมือถือ  ผมใช้เวลาต่อใบขับขี่เพียง 1 ชั่วโมง 20 นาที! 

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ก็คุยกันว่า เดี่ยวนี้ให้บริการช้าไม่ได้ เพราะถ้าผู้ใช้บริการมาบ่นในเว็บแห่งหนึ่ง แล้วจะเป็นเรื่อง อย่างก่อนหน้าวันที่ผมจะไปก็มีเรื่อง ดาราแทรกคิว หรืออะไรประมาณนั้น ทางเจ้าหน้าที่เลยต้องพยายามให้บริการด้วยความใจเย็น และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ผมมาเล่าให้น้องที่ทำงานว่า เดี่ยวนี้ ทำใบขับขี่ ไม่ต้องลางานครึ่งวันก็ได้ แว่บไปแพร็บเดียว เสร็จ.. ปรากฎว่า มีคนไปลอง แต่ยังไม่สามารถทำลายสถิติของผมได้ .. สรุป .. ผมฟลุ๊คครับ ไปเข้าร่อง ตรงเวลาเขาพอดี เท่านั้นเอง แต่โดยปกติ ถ้าคนไม่เยอะ ก็เสียเวลาไม่นานนะครับ

โดย ยามครับ

 

กลับไปที่ www.oknation.net