วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อผมไปเรียนต่อ...มหาวิทยาลัยบ้านนอก


เดือนก่อนโน้น...พีอาร์คุณวัยวุฒิสูงของธนาคารธนชาต ชักชวนให้ไปดูงานที่"มหาวิทยาลัยบ้านนอก"
พอได้ยินชื่อมหาลัย ก็เหมือนยาขมยาฝาด เลยตอบกลับไปนุ่มๆว่า ขอคิดดูก่อนนะ ผมไม่อยากกลับไปเรียนหนังสืออีก
(ก็อายุมากขนาดนี้แล้วจะให้ผมไปเรียนอะไรที่ไหนอีก ถ้าชวนไปเรียนวิชาปักษีวิทยา..ก็ไม่ปฏิเสธ แหม...)

แต่พอพีอาร์คุณวัยวุฒิสูง... เอ่ยอ้างถึงสรรพคุณของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ พร้อมกับย้ำว่า รับรองไม่เหมือนที่อื่นๆ
ผมก็ทำตาโต ชักสนใจขึ้นมาทันที จึงตอบกลับคำชวนสั้นๆว่า"ไปครับ"

ผักกระชับ ของดีชุมชนบ้านจำรุง

ความจริง"มหาวิทยาลัยบ้านนอก" ก็เป็นสถานศึกษานั่นแหละครับ
แต่ไม่ใช่ประเภทยุ่งอยู่กับกองตำราหนาปึ๊กจนกลายเป็นพวก"ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"
"มหาวิทยาลัยบ้านนอก"แห่งนี้ สอนวิชาการจัดการตนเองด้วยวิถีแห่งชุมชนท้องถิ่นแบบไร้ขอบเขต
โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อธิบายง่ายๆ ก็คือ สอนวิชาทำมาหากินแบบพึ่งพาตนเอง โดยอาศัยแหล่งทรัยากรภายในชุมชน
ที่เขาเรียกกันว่า มีกิน มีใช้อย่างมั่นคง ไม่ฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเกินตัวนั่นแหละครับ

กลุ่มชุมชนบ้านจำรุุงเล่นดนตรีไทย ให้การต้อนรับ

"มหาวิทยาลัยบ้านนอก" เป็นเครือข่าย สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ
ตั้งอยู่ ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มีชาวบ้านมารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน
โดยเรียนรู้การจัดการตนเองด้วยวิถีแห่งชุมชนท้องถิ่น ใช้รูปขบวนองค์กรชุมชนเป็นแนวทาง

มีเวทีเชื่อมประสานงานกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ทุกเดือน มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายถึง 40 กลุ่ม
อาทิ กลุ่มเรียนรู้ กลุ่มกิจกรรมในพื้นที่ กลุ่มธนาคารต้นไม้ กลุ่มงาน ฒ ผู้เฒ่ากับเตาเผาถ่าน
กลุ่มบ้านพัก โฮมสเตย์ (มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย) กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน กลุ่มเลี้ยงตะพาบน้ำ กลุ่มตลาดสีเขียว เป็นต้น

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยบ้านนอก เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้สำคัญแห่งหนึ่ง
ที่นำประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติการจริงของกลุ่มกิจกรรมต่างๆ
มารวบรวมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ นักเดินทางที่สนใจวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน
ทั้งรูปแบบการทำงานแนวดิ่งแบบเดิมๆ ใช้การทำงานแนวราบ สร้างความเสมอภาคด้วยวิถีตนเอง
นำพาชีวิตของกลุ่มคนตัวเล็กๆ ในสังคมพลเมืองไปสู่ความมั่นคงด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

บอกตรงๆครับว่ามีความสุขทุกครั้งที่มีโอกาสไปเยือนชุมชนที่นำปรัชญาเศรษฐกิจไปใช้
จากการเขาไปเห็น เขาไปสัมผัส เขาไปพูดคุยสอบถาม เขาไปเรียนรู้กับคนในชุมชน
บอกได้คำเดียวเลยครับว่า ต่อให้ไม่มีเงินสักบาทในบ้าน ก็ไม่อดตายครับ
เพราะของกินของใช้จากนั้น หาได้จากพืชผักสวนครัวรอบๆบ้านนั่นเอง

 พีอาร์ธนชาตชุดนี้ทำงานแข็งขันมากครับ มืออาชีพจริงๆ

คุณวิชา กุลกอบเกียรติ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานสื่อสารและบริหารแบรนด์  ธนชาต

ผู้บริหารธนชาต เห็นว่า วิถีแห่ง "มหาวิทยาลัยบ้านนอก" นั่นเป็นสิ่งมีคุณค่า ใช้ได้จริง น่าสนับสนุน
จึงชวนสื่อมวลชนจำนวนมากไปดูงาน เพื่อช่วยกันเผยแพร่เรื่องราวดีในสังคมไทยที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้
ว่ากันตามจริง ผมเห็นว่าบริบทของ "มหาวิทยาลัยบ้านนอก" นั้นสอดคล้องกับม็อตโต้หนึ่งของธนชาต
ในม็อตโตที่ว่า คือ Rethink "คิดใหม่ ใช้เงินเป็น เห็นความสุข"
ส่งเสริมให้คนในสังคมตระหนักคุณค่าของเงินและคิดอย่างรอบคอบก่อนใช้

 ผู้ใหญ่ตี๋ ชาติชาย เหลืองเจริญ บอกถึงหัวใจของการขับเคลื่อนที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเข้มแข็ง

คณะผู้บริหารธนาชาตมอบคอมพิวเตอร์แก่มหาวิทยาลัยบ้านนอก และโรงเรียนในตำบลเนินฆ้อ

ที่ผ่านมา ธนชาตได้ตั้งแคมเปญรณรงค์ให้คนในสังคมไทย"ฉุกคิด"
และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้เงินให้พอดีกับรายได้ของตนเอง
ยิ่งในยุคสังคมดิจิตอลหรือสังคมออนไลน์ คนจำนวนมากได้วิ่งตามกระแสใช้ชีวิตให้ทันกับสังคม
จนดูเหมือนความต้องการทางด้านวัตถุจะเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งได้
ในขณะเดียวกันรายได้ของคนกลุ่มนี้บางคนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น บางคนจึงใช้จ่ายเกินกว่ารายได้ที่มี

ธนาคารธนชาตหวังว่าแคมเปญ Rethink : คิดใหม่ ใช้เงินเป็น เห็นความสุข
จะเข้าถึงสังคมและกระตุ้นเตือนสังคมได้ด้วยการเริ่มสร้างนิสัย Rethink กับตัวเอง
แค่เริ่มจากการเอาชนะใจของเราให้เปลี่ยนวิธีคิด ซึ่งจะพลิกชีวิตให้มีความสุขได้
แค่เริ่มถามตัวเองทุกครั้งที่จะใช้เงินว่า “สิ่งนั้นมันจำเป็น หรือแค่อยากได้”
เพียงเท่านี้ ทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนสังคมใหม่
เป็นสังคม Rethink “คิดใหม่ ใช้เงินเป็น เห็นความสุข” ได้แล้ว

เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง (มหาวิทยาลัยบ้านนอก การจัดการความรู้สู่การพึ่งพาตนเอง)

กว่า ๒๐๐ ปีของคนที่นี่ อพยพจากชายทะเล บ้านถนนกะเพรา ตำบลเนินฆ้อ เพื่อหาที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ พากันมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตก ข้ามคลองและทุ่งนาที่ร้อนระอุในฤดูแล้ง เป้าหมายคือป่าดงดิบข้างหน้า เมื่อถึงชายป่า ที่เรียกกันว่าป่าเรไร จึงปักหลัก หักร้างถางพงสร้าง เป็นที่อยู่อาศัย

จำรุง เป็นภาษาถิ่นของคนชอง ที่เรียกเพี้ยนมาจากคำว่า “จำรุ” หมายถึง ปากทางน้ำไหลลงทุ่ง คลอง หนอง บึง ด้วยสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ลักษณะเช่นนี้จึงเหมาะแก่การทำนา ทำสวนผลไม้ สวนยางพารา ที่ลุ่มต่ำในทุ่งนามีดินเหนียวสีดำ ทำนาได้ผลดี ที่ดอนบนเนินมีดินสีแดงมันปู เหมาะแก่การปลูกผลไม้และยางพารา ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนป่าให้เป็นบ้าน เปลี่ยนบึงให้เป็นเรือกสวนไร่นา บนเนินเป็นสวนผลไม้และสวนยางพารา สังคมเกษตรกรรมเล็กๆ จึงผุดขึ้นที่นี่ และเป็นรายได้หลักของชาวบ้านมาจนถึงปัจจุบัน

 คุณลุงสำเริง ดีนาน (หมอดิน) ประธานศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติบ้านจำรุง เจ้าของฉายา "หมอดิน"

 ผักพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ

ปี ๒๕๑๗ ไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน มีการปรับตัวของคนในชุมชนอีกครั้ง การรุกคืบของทุนนิยมผ่านโทรทัศน์ ทำให้ผู้คนในชุมชน เริ่มมีเครื่องใช้ ไฟฟ้าเงินผ่อน ใช้สารเคมีในการผลิต ซื้อรถไถนาควายเหล็กมาแทนควายจริงในท้องทุ่ง ควายตัวสุดท้ายถูกขายไปเมื่อ ปี ๒๕๑๙

ปี ๒๕๒๙ มีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆ ตามนโยบายของรัฐ และมีการรวมตัวกันเองของชาวบ้าน ที่เรียกตัวเองว่า“เครือข่ายองค์กร ชุมชนบ้านจำรุง” เรียนรู้การจัดการตนเองด้วยวิถีแห่งชุมชนท้องถิ่น ใช้รูปขบวนองค์กรชุมชนเป็นแนวทาง ช่วงเวลานั้นชาวสวนทุเรียนกำลังประสบปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้เกษตรกร

วิกฤตมา ปัญญาเกิด ชาวสวนได้รวมตัวปรึกษาหารือและหาทางออกร่วมกัน ได้ข้อสรุปว่า น่าจะนำเนื้อทุเรียนดิบหั่นเป็นชิ้นบางๆ มาลงกระทะทอดให้เหลือง ซับน้ำมันออก ใส่เกลือเล็กน้อย ปรากฏว่ารสชาติ อร่อยไม่แพ้ทุเรียนสุก ที่สำคัญกลิ่นไม่รุนแรง กลุ่มแปรรูปผลผลิต เริ่มขึ้น มีเวทีพูดคุย นำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันเป็นประจำ ปัจจุบันกลุ่มผลิตทุเรียนทอดได้ขยายผล ถ่ายทอดชุดความรู้ประสบการณ์ สู่การแปรรูปผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีกด้วย

ขณะที่รัฐกำหนดนโยบายสุขภาพดีถ้วนหน้า ๒๕๔๓ ชาวบ้านได้รวมตัวกันสอดรับ มีกลุ่มกิจกรรมต่างๆ เกิดตามมา เช่น ศูนย์สาธิตการตลาด กองทุนยา เสียงตามสาย กลุ่มแปรรูปผลิตฯ กิจกรรมที่หลากหลายถึง ๑๐ กลุ่มกิจกรรม

 นั่งรถลุยสวนผลไม้ เก็บลองกองมาชิมกัน

ปี ๒๕๓๕ แนวคิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยมีตำบลเป็นพื้นที่เป้าหมาย ทำให้ กลุ่ม กิจกรรม ในพื้นที่มีการเชื่อมโยงกับในระดับตำบล มีการจัดกิจกรรมร่วมกันเป็นระยะ ระยะ เมื่อกองทุนเพื่อสังคม (SIF) เข้ามาสนับสนุนการทำงาน ทำให้กลุ่มกิจกรรมในพื้นที่ได้เรียนรู้ บัญชีครัวเรือนสู่ข้อมูลชุมชนท้องถิ่น เกิดการผลักดันการทำงานเป็นกระบวนการมากขึ้นบนฐานข้อมูล

ปี ๒๕๔๕ เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาขยายแนวทางการทำงานไปยังกลุ่มคนในพื้นที่ของตำบลเนินฆ้อและพื้นที่ใกล้เคียง(พื้นที่ภูมินิเวศน์) มีเวทีเชื่อมประสานงานกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ทุกเดือน ด้วยการหนุนเสริมของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เรียกกันว่างาน พลิกฟื้นวิถีชุมชนท้องถิ่น ใช้พื้นที่ศูนย์ประสานงานของเครือข่ายองค์กร ชุมชน เชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน จนเป็นหลักการสำคัญในการทำงานของสมาชิก กลุ่ม องค์กร ในปัจจุบัน ด้วยเป้าเดียวกันคือ “สังคม เป็นสุข ชีวิตมีความมั่นคง พึ่งพาตนเองได้ บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

ปี ๒๕๕๑ ยกระดับการทำงานเครือข่ายสู่ สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ มีศูนย์ประสานงานอยู่ที่ ๗๐ หมู่ ๗ ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่เรียกกันว่า มหาวิทยาลัยบ้านนอก กิจกรรมที่หลากหลายถึง ๔๐ กลุ่มกิจกรรม ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติการจริงของการทำงานในพื้นมากกว่า ๓๐ ปี ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ในแบบบ้านบ้าน สัมผัสวิถีพอเพียงของชุมชนท้องถิ่น มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนงาน

 คุณลุงสำเริง ดีนาน (หมอดิน) กำลังสอนวิชาธรรมชาติของสวนผลไม้

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยบ้านนอก เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง นำประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติการจริงของกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ มารวบรวบและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเดินทางที่สนใจงานแบบชาวบ้าน ทิ้งรูปแบบการทำงานแนวดิ่งแบบเดิมๆ ใช้การทำงานแนวราบ สร้างความเสมอภาคด้วยวิถีตนเอง นำพาชีวิตของกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ ในสังคมพลเมือง ไปสู่ความมั่นคง ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่องของ เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ ที่มหาวิทยาลัยบ้านนอก มี
แกนนำ ๔๐ กลุ่มกิจกรรมและภาคีพัฒนาอื่น ๆ เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดชุดความรู้ของชุมชนท้องถิ่น ภูมิปัญญาที่หายไปถูกพลิกขึ้นมา สร้างความสุข ความมั่นคงแห่งชีวิต ให้กับคนในพื้นที่และนักเดินทาง

....แค่เอื้อมเท่านั้น....

การจัดการความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ด้วยทุนทางสังคมของชุมชน ชักชวนผู้คนที่มีเงินไม่มากนัก ออมเงินผ่านกลุ่มธนาคารชุมชน ในทุก วันศุกร์ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ทำให้คนตัวเล็กที่ไม่มีพลังทางสังคม มีความมั่นคงมากขึ้นด้วยฐานการออมและระบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงิน ทุกบาททุกสตางค์ที่เพิ่มขึ้นอยู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน

การเอื้อเฝื้อแบ่งปันของกันและกัน ผ่านการรวมตัวของ กลุ่มสวัสดิการเครือข่ายชุมชน ที่ปัจจุบันดูแลกันเองตั้งแต่แรกเกิดจนตายถึง ๑๒ เรื่อง ทำให้การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมพลเมืองที่นี่ มีความมั่นคงจริง

การเป็นสังคมเกษตรที่รู้เท่าทันของ กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน ลด ละ เลิกสารเคมี อย่างจริงจังมาตลอด ๒๐ ปี มีผักพื้นบ้าน ผลไม้อินทรีย์กิน ตลอดทั้งปี เมื่อมีเหลือจึงขายให้กับ กลุ่มงานอาหารท้องถิ่นไทย นำมาจัดวางอย่างสวยงามคู่กับน้ำพริกกะปิ ที่นำมาจากกลุ่มแปรรูปกะปิน้ำ ปลา เกิดการเชื่อมโยงผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มกิจกรรมในพื้นที่เขตงานของเครือข่ายองค์กรชุมชน

กลุ่มธนาคารต้นไม้ ชักชวนสมาชิกมาสร้างความมั่นคงให้กับตนเองด้วยการปลูกต้นไม้สามอย่าง ไม้กินได้ ไม้โตเร็ว ไม้เศรษฐกิจ ในสวน ผลไม้และสวนยางพารา สมาชิกกว่า ๒๐๐ ครอบครัวที่สนใจ ลงมือปลูกต้นไม้และเป็นสมาชิกธนาคารต้นไม้มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มเห็นผลบ้างแล้ว

ต้นยางพาราสูงชะลูดเรียงเป็นแถว มีมูลค่ามหาศาลจากน้ำยางและต้นยางพารา แต่ชาวสวนไม่นิ่งนอนใจในราคายางที่ขึ้นลงเหมือนหุ้นได้รวมกันสร้างหลักประกันความเสี่ยง ตั้ง กลุ่มรวมซื้อรวมขายยางพารา รองรับผลผลิต

เดินเก็บผลไมมันธรรมดาไปครับสำหรับคุณชาลี ต้องปีนเก็บ (ตอนแรกว่าจะปีนต้นไม้เก็บ แต่มีคนห้ามไว้ทัน(ฮา))

เช่นเดียวกับชาวสวนผลไม้ซึ่งบางคนก็เป็นกลุ่มเดียวกับชาวสวนยาง จับกลุ่มกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับราคาผลลิตที่เป็นธรรมมาก ขึ้น มี ตลาดสีเขียว รองรับผลไม้สดและสินค้าแปรรูปทุกชนิด ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างระบบการผลิตกับระบบการตลาดที่ติดกัน ทำให้ ได้ราคาเหมาะสมเป็นธรรม เป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรชาวสวน จึงไม่แปลกใจเลย เมื่อนักเดินทางได้ฟังเรื่องราวจากปากของคน ที่นี่ เล่าขานถึงสวนผลไม้และต้นยางพารา ด้วยความภาคภูมิใจทุกครั้ง

ชวนฟังครับ.. เพลงเอก...ประจำมหาวิทยาลัยบ้านนอก 

ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน ที่จะพากันไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง เป็นสังคมแห่งพลเมือง กระบวนการเรียนรู้ที่ผ่านมาตลอด ๓๐ ปี และการยึดแนวทางการเคลื่อนงานบนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้หลอมรวมเอาแนวคิด ประสบการณ์การทำงานของกลุ่มคนตัวเล็ก ให้เข้มแข็งมั่นคง กลายเป็นขบวนองค์กรชุมชน

เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้งานแบบบ้านบ้าน ที่คิดและทำงานแบบนอกกรอบกติกาสังคมเดิมๆ เป็น สภาองค์กรชุมชนต้นแบบ เป็น สถาบันเรียนรู้ความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน เป็น แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ เป็น ตลาดสีเขียวของคนรักษ์สุขภาพ เป็น ศูนย์อาหารสุขภาพแห่งชาติ และเป็น มหาวิทยาลัยบ้านนอก ที่เขียนทฤษฎีจากแผ่นดิน โลกแห่งการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด

กลุ่มกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ
กิจกรรมที่น่าสนใจและเรียนรู้ กลุ่มธนาคารขยะ / กลุ่มธนาคารต้นไม้ / กลุ่มเกษตรพื้นบ้านปลอดสารเคมี / โฮมเสตย์และการท่องเที่ยว / ร้านค้าพอเพียง / วิสาหกิจรวมซื้อรวมขายยางพารา / กลุ่มแปรรูปผลผลิต / กลุ่มธนาคารปูแสม / กลุ่มตีมีด กรีดยางพารา / กลุ่มธนาคารชุมชน / กลุ่มรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น / สื่อ วิทยุชุมชน ทีวี อินเตอร์เน็ต สิ่งพิมพ์

ที่มา: http://www.banjumrung.org/

 

โดย BlueHill

 

กลับไปที่ www.oknation.net