วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดอกรักบาน ปีศาจ วิญญาณ และฟักทอง @ Xiqiao National Arts Studio, Nanhai, China


ดอกรักบาน ปีศาจ วิญญาณ และฟักทอง @ Xiqiao National Arts Studio, Nanhai, China


เมื่อมาถึงหนานไห่ สถานที่ที่ควรจะไปเยี่ยมชมอย่างยิ่งคือ โรงถ่ายภาพยนตร์ของ CCTV ที่มีชื่อเรียกว่า Xiqiao National Arts Studio

CCTV เป็นผู้สร้างหนังจีนซีรีย์มากมายออกฉายทั่วประเทศจีนและทั่วโลก ทั้งภาพยนตร์ประเภทอิงประวัติศาสตร์จีนที่กล่าวถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในช่วงราชวงศ์ต่างๆ  ทั้งที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล สถานที่ ประเพณี วัฒนธรรมมากมายที่น่าสนใจ ..รวมถึง ภาพยนตร์รีโทร เช่นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่มวลชนเคยติดกันงอมแงม .. หรือแม้กระทั่งหนีงผีจีนที่ท่ากระโดด ต๊อบ ต๊อบ ต๊อบ ดูตลกมากกว่าจะน่ากลัว

ทางเข้าสตูดิโอ ประตูใหญ่โต เกรงขาม ตามสไตล์หนังจีน

ที่นี่คงจะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตติดลมบนในแถบนี้ ... เราจึงเห็นผู้คนมากมายมาเข้าแถวรอซื้อบัตรผ่านประตู เพื่อเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของโรงถ่าย

ประตูด้านใน .. สีสันสดใสจัดจ้าน .. มองอีกที คล้ายประตูโทริของญี่ปุ่นหน่อยๆ

ถัดเข้าไป มองเห็นสิ่งก่อสร้างที่เหมือนกำแพงเมือง และเชิงเทินฉบับบู๊ตึ้งที่ขาดไม่ได้สำหรับฉากการต่อสู้กับพวกมองโกล ผู้รุกราน หรือศัตรูเผ่าอื่นๆที่เข้ามารุกรานเมืองจีนในสมัยโบราณ ..

ด้านหน้าเชิงเทินมีคณะเชิดสิงโตรอทำการแสดงอยู่คณะหนึ่ง...

เดินผ่านไปก็ทำให้รู้สึกเสียวๆ .. เกรงว่าจะมีห่าธนูจากนักรบบนเชิงเทินร่วงลงมายังพวกเรา

สิ่งก่อสร้างใหญ่โตที่อยู่ตรงหน้า ตรงข้ามกับกำแพงและเชิงเทิน คือ ภาพขนาดย่อส่วนของ พระราชวังกู้กงซึ่งก็คือการสร้างเลียนแบบพระราชวังเดิมในกรุงปักกิ่งนั่นเอง ..

พระราชวังกู้กง ในกรุงปักกิ่ง มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ จื่อจิ้นเฉิงหรือพระราชวังต้องห้าม .. เป็นสิ่งก่อสร้างด้วยไม้ที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรที่สุดในโลก รวมถึงเป็นพระราชวังสวยมหึมาอย่างไม่ต้องสงสัย

ความใหญ่โตของพระราชวังนี้ที่ปักกิ่ง นับจากประตูทางเข้าที่ชื่อเทียนอันเหมิน มาจนถึงประตูทางเข้าจริงชื่อประตูหวู่เหมิน (Wu Men) เป็นระยะทางถึง 680 เมตร ก่อนที่คุณจะได้จ่ายเงินค่าผ่านประตูเข้าไปเดินเป็นระยะทางอีกมากมาย หลายกิโลเมตรด้านใน

พระราชวังกู้กงสร้างโดยฮ๋องเต้หย่งเล่อ (Yongle) แห่งราชวงศ์หมิง ในปี คศ.1406 …

วังอันเป็นศูนย์กลางโลกแห่งนั้น ถูกโอบล้อมด้วยคูเมืองกว้าง 50 เมตร ลึก 7 เมตร ขุดเป็นแนวดิ่ง .. พื้นล่างและด้านข้างปูด้วยก้อนหินหนา คูเมืองจะคู่ขนานไปกับกำแพงโดยตลอด ความยาวจากเหนือจรดใต้ 960 เมตร จากตะวันออกถึงตะวันตก 760 เมตร พื้นที่ด้านในรวม 4,655 ไร่

พระราชวังต้องห้ามมีประตูทั้งสี่ทิศ ทิศเหนือคือประตูเสินหวู่ ด้านตะวันออกคือประตูตงหวา  ด้านตะวันตกคือประตูซีหวา ประตูหวู่เหมินอยู่ทางด้านใต้ หันตรงสู่จุรัสเทียนอันเหมิน ถือเป็นประตูหลัก

ทางเข้าพระราชวังมี 5 ทาง ตรงกลาง 3 ประตู ด้านซ้ายขวาด้านละ 1 ทาง ... ช่องกลางสุดถือเป็นประตูพิเศษ มีแต่ฮ่องเต้เท่านั้นที่เสด็จผ่าน คนอื่นห้ามเด็ดขาด แม้แต่องค์ฮองเฮาก็จะเด็จผ่านช่องนี้ได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต คือ ตอนเข้าพิธีอภิเษกสมรส

คนที่เดินผ่านประตูกลางได้ จะมีเพียงบัณฑิตที่สอบ เตี้ยนสื้อหรือการสอบที่ฮ่องเต้เป็นประธาน คัดเลือกผู้ที่มีความสามารถในแผ่นดิน

พวกเขาไม่ใช่เป็นบัณฑิตธรรมดาๆ ... หากเทียบกับสมัยนี้ ก็ต้องถึงขั้นเกียรติ์นิยมเหรียญทอง จ้วงหยวน ป่างเยี่ยน และถ้านฮวา จึงจะใช้ประตูกลางได้

คนทั่วเมืองจีนในสมัยก่อนจึงพยายามนักหนา ที่จะส่งลูกหลานที่เรียนเก่งมาสอบเป็นบัณฑิต

รู้ภูมิหลังแบบย่อๆแล้ว ก็ถึงเวลาเดินชมพระราชวังย่อส่วนที่ใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของจีนหลายๆเรื่องกันแล้วนะคะ

... เราจะไปเดินชมด้านในของพระราชวังต้องห้ามด้วยกันค่ะ

ด้านในท้องพระโรง .. มีบัลลังก์มังกร (เลียนแบบ) ตั้งอยู่ตรงกลาง แต่หากเคยไปชมบัลลังก์มังกรที่พระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งมาแล้ว จะสังเกตุเห็นว่าไม่เหมือนซะทีเดียว ทั้งขนาด สีสัน และการตกแต่ง

ฉันพยายามมองหาป้ายใต้หลังคาเหนือบัลลังก์ ซึ่งที่พระราชวังต้องห้ามจะมีป้ายศักดิ์สิทธิ์จารึกพระนามพระพุทธเจ้าและเทวดาทั่วฟ้าให้มาคุ้มครองดินแดนจีนและองค์จักรพรรดิ์ แต่มองไม่เห็นอ่ะ

บนบัลลังก์ .. ฮ่องเต้และฮองเฮาประทับอยู่ .. เอ๊ะ ไม่ใช่สิ นี่คือคู่บ่าวสาว ที่มาถ่ายรูปพรีเว็ดดิ้งกัน

นี่หากเป็นที่วังต้องห้ามในสมัยก่อน ทั้งคู่คงหัวขาด ที่บังอาจเทียบชั้น ..

แต่ถึงจะเป็นบัลลังก์ที่เลียนแบบ ฉันก็คงไม่กล้าจะไปนั่ง ด้วยบัลลังก์มังกรก็ต้องให้มังกรนั่ง .. งูหลามงูเหลือมขึ้นไปนั่งมิเป็นการสมควร เดี๋ยวมีอันเป็นไปเพราะบุญวาสนาไม่ถึงเอา

บัลลังก์นกยูง ควรคู่เฉพาะฮองเฮา

ฮองเฮาองค์ในภาพ สวยดี .. ต้องใช้วิธีส่งสัญญาณมือขอถ่ายรูป

ห้องด้านหลัง และตรงข้ามกับที่ตั้งของบัลลังก์มังกร เก็บภาพมาเป็นหลักฐานซะหน่อย

บริเวณพระราชวัง และพื้นที่ในหลายฉากของภาพยนตร์ ได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ Pre-wedding .. ตั้งแต่หัวถนนทางเข้า จวบจนในพื้นที่ต่างๆ เราพบเจ้าสาวในชุดสีแดงอยู่กับเจ้าบ่าวกำลังโพสท่าให้ช่างภาพถ่ายรูปอยู่หลายคู่มาก

เราชื่นชมความหล่อ ความสวยของทั้งคู่ รวมถึงแอบเก็บภาพพวกเขากลับมาชื่นชม บางคู่ฉันก็เข้าไปขอถ่ายรูปด้วยดื้อๆอย่างนั้นแหละ

เดินตอไปอีกหน่อย เจ้าสาวและเจ้าบ่ววอีกหลายคู่ก็กำลังโพสท่าที่มุมโน้น  มุมนี้ .. เหมือนกำลังอยู่ในงานรับปริญญา ชวนให้นึกว่าธุระกิจงานแต่งงานที่นี่คงดีไม่น้อยเลยหล่ะ

 ดอกรักบานที่สตูดิโอแห่งนี้จึงเสริมบรรยากาศการเดินท่ามกลางแดดร้อนๆให้ผ่อนคลายไปได้เยอะเหมือนกัน

ฉากเมืองจีน หรือฮ่องกง (ไม่แน่ใจ) เมื่อหลายสิบปีก่อน ..

ดูไปดูมา เหมือนที่เยาวราชบ้านรามาก ... หรือเจ้าของสตูดิโอจะเคยมา Little China in Thailand และชอบใจตึกรามย่านเมืองจีนบ้านเรา จึงนำไปลอกเลียนแบบ อิอิ

ฉากบ้านเรือนของผู้คน และวิถีชีวิตที่เคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนสมัยโบราณ ถูกจำลองมาให้ชมในบริเวณที่กว้างขวางของสตูดิโอแห่งนี้

ในภาพด้านบน ... หมู เห็ด เป็ด ไก่ .. หาใช่ของจริง ปลอมๆท้างน้าน

เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ คงเคยมามอร์นิ่งวอร์คแถวนี้เป็นประจำ

สอดส่ายสายตามองหาหนุ่มจีนท่าทางภูมิฐาน ที่สมควรจะเป็นดารา รับบทเจ้าพ่อเซี่ยงไห้ ... ม่ายมี แถมหนุ่มหัวเถิกคนหนึ่ง ขากถุยน้ำลายลงพื้นซะอีกแน่ะ

ความลับฟ้า มิอาจให้แพร่งพราย ..”

..จอมยุทธ์ จึงวุ่นวายอยู่กับการซัดพลังลมปราณที่ฝึกปรือมาใส่ศิษย์น้องที่ทรยศ

.. แต่มิทันที่เวลาจะผ่านไปแค่ไม้ปลิดปลิว ..

แว่วคำกล่าว ข้าน้อยผิดไปแล้ว  สมควรตาย.. ข้าขอชดใช้ให้ชาติหน้า”.. ก็ดังแว่วมาตามลม

 

นี่อาจจะเป็นศาลเจ้า ... อ่านภาษาจีนไม่ออก

โรงเตี๊ยมที่พักของจอมยุท์พเนจร

น้ำเต้า  ปู  ปลา .. สูง หรือต่ำ ..

หก สี่ เอี่ยว ... ว้า เป็นไปได้ไง

บ้านคหบดี .. ผู้มีอันจะกิน

ย่านไฮโซ .. สมัยโบราณ

ฉันชอบไม้ฉลุลายมากมาย ... มองเห็นบ้านโบราณแบบนี้ ทั้งที่สร้างขึ้นมาใหม่ และอาคารอนุรักษ์ในหลายเมืองของจีน ที่ในปัจจุบันนำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและขายสินค้า ขายของที่ระลึก ขายอาหารแบบดั้งเดิมที่ อาม่า อาก๋ง เคยใช้เป็นแหล่งรายได้ ทำมาหากิน และตกมาเป็นมรดกที่ลูกหลานได้ใช้ค้าขายเลี้ยงปากท้อง

 .. อยากให้ในเมืองไทยมีถนนคนเดินที่มีอาคารรูปแบบอนุรักษ์ในรูปแบบนั้นมากขึ้น

 

ด้านหนึ่งของบริเวณโรงถ่าย ถูกเนรมิตให้เป็นสวนสนุก ...

คงจะใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงอาจจะให้เด็กๆที่มาเที่ยวได้เล่นสนุกสนานด้วย

Halloween .. เป็นเทรนฮิตไปทั่วโลก สำหรับคนที่จ้องจะใช้เป็นข้ออ้างในการเฉลิมฉลองไปซะทุกเทศกาล .. ใน Shopping Mall กลางเมือง ฉันเห็นเด็กๆแต่งตัวเข้าธีมฮัลโลวีนมาร่วมงานฉลอง ถ่ายรูปกันเอิกเกริกทีเดียว .. พ่อแม่ เริ่ดซะยิ่งกว่าลูกๆอีกนะ

ในโรงแรมที่พัก .. กลิ่นไอของเทศกาลนี้ล่องลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ทั้งล๊อบบี้ และห้องรับประทานอาหาร

Xiqiao National Arts Studio รู้ใจนักท่องเที่ยวดี จึงได้จัดเทศกาลฮัลโลวีนเอาใจนักท่องเที่ยวด้วย

.. บางบริเวณ มีการตกแต่งให้เข้าธีม มองเห็นง่าย

ฮัลโลวีน (Halloween) กำเนิดจกโบสถ์คาทอลิกแห่งหนึ่ง ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า “All Hallows Eve” คือวันก่อนวันประกอบพิธีฉลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือวันก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวัน All Hallows Day หรือ All Saint’s Day อันเป็นวันที่ชาวคาทอลิกจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญต่างๆ

ตามความเชื่อของชาว เซ็ลต์ (Celt) ... วันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันที่วิญญาณของผู้เสียชีวิตจะกลับมายังโลก เพื่อเข้าสิงรางของคนที่มีชีวิตอยู่ ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด พวกเขาจึงดับไฟในบ้าน เพื่อบ้านจะได้หนาวเย็น คนในบ้านก็จะออกไปรวมตัวกันจุดกองไฟเพื่อให้วิญญาณกลัว และแต่งตัวให้เหมือนผี พร้อมเดินขบวนส่งเสียงร้องไปรอบๆหมู่บ้าน เพื่อให้วิญญาณเข้าใจผิดว่าเป็นผีเหมือนกัน ดังนั้นสัญลักษณ์ของฮัลโลวีนจึงประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

  1. หลุมฝังศพ โครงกระดูก และบ้านผีสิง ซึ่งแสดงถึงความตาย

  2. แม่มด แมวดำ แสดงถึงภูติผีปีศาจ

  3. ฟักทอง หุ่นไล่กา ฟางข้าวโพด ที่แสดงถึงการเก็บเกี่ยว เนื่องจากช่วงเวลาในเดือนดังกล่าวเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

  4. หัวฟักทองสีส้ม แกะสลักและคว้านเนื้ออก เพื่อใส่เทียนเข้าไป หรือที่เรียกว่า Jack-o-lantern คือแสงไฟที่ส่องนำทางให้กับ “วิญญาณแจ๊ค” ที่ต้องเร่ร่อนไม่มีที่ไปตลอดกาล ทุกคืนวันฮัลโลวีน วิญญาณของแจ๊คจะระหกระเหินไปในความมืดพร้อมแสงไฟส่องที่ครอบด้วยหัวผักกาด … ต่อมา เมื่อตำนานนี้แพร่เข้าไปในอเมริกา ก็มีการมาใช้ผลฟักทองแทนจนทุกวันนี้

  5. การเล่น Trick or treat เพื่อขอเค๊กให้กับวิญญาณ และยิ่งขอเค๊กได้มากเท่าไห่ วิญญาณก็จะได้บุญ และมีโอกาสได้ขึ้นสวรรค์

ปัจจุบัน สัญลักษณ์ต่างๆเหล่านี้ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของจินตนาการ และความสนุกสนานในรูปของชุดแฟนซี หน้ากากผี ตุ๊กตา ของเล่น และอุปกรณ์จัดปาร์ตี้ ฯลฯ ที่มีการออกแบบความสยองขวัญ ให้ดูน่ารักแปลกออกไปทุกปี

ฉันไม่ได้ไปร่วมงานฮัลโลวีนที่ส๖ุดิโอ แตมีภาพจากเพื่อนร่วมทริปมาให้ดูค่ะ

.. เพื่อนๆบอกว่า ผีจีน .. ตลกมากกว่าน่ากลัว”.. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าผีจอมกระโดด ต๊อบ ต๊อบ ต๊อบ..

พอเจอสาวสวยชาวไทย ... ผีหมวย สวยอิ๋ม ยังต้องยอมแพ้ .. วิ่งแถเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยแน่ะ

ที่แน่ๆ .. น้องกล่องฮิบ สวยหวานกว่าผีหม๋วยจีน

.. น้องมด สวย น่ารัก และน่ากลัวกว่าผีจีน .. อิอิ .. แต่ยังไงเธอก็ยังขอเป็นางเอกอยู่ดีค่ะ

-----------------------------------------------

Note : ขอบคุณรูปภาพหลายใบจากเพื่อนร่วมทริป และภาพ Halloween จาก Internet

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net