วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

(((วิ่งซะ...พรุ่งนี้ก็ตายแล้ว)))




เป้าหมายของฉัน คือ = ตายถูก ไม่ตายแพง =

ฉันตั้งใจเรียนรู้วิถีแห่งความตาย ก่อนที่จะตาย ต้นปี พ.ศ.๒๕๕๗
ฉันรู้ตัวว่าเป็นโรคเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจโป่งพอง( Aortic Aneurysm ) ทั้ง๓เส้น ต้องผ่าตัดใช้สตางค์เกือบสองล้านบาท เงินเยอะมากส่งลูกสาวสองคนเรียนจบ ปริญญาเอกได้เลยครับ (ฉันจึงเลือกตาย ๑ เกิดสอง)
ฉันรักษาตัวโดยกินยา มา ๑ ปี ค่ายาแพงมาก
ฉันคงจะตายเพราะค่ายา ยังไงซะ “พรุ่งนี้ ฉันก็ตายอยู่แล้ว”
ฉันฝึกโยคะมาก่อนหน้านั้น สามปี ฉันมีความสุขกับโยคะ
ฉันได้พบวิถีชีวิตใหม่ “ไปช้าๆไม่ต้องรีบครับ” แต่ฉันมักจะเจ็บที่หน้าอก เป็นๆหายๆ ต่อมาจึงรู้ว่าฉันเป็นเส้นเลือดหัวใจโป่ง ๓ เดือนแรก ฉันเสียศูนย์ วิตกจริต (Anxiety disorder) ตื่นตระหนกกลัวตาย(Panic Disorder) ฉันซึมเศร้า(Major depressive disorder)

...ในที่สุด ฉันก็ค้นพบว่า “ฉันกลัวตาย” “วิ่ง” คือยาที่วิเศษ ประหยัด และสมถะ ที่สุด


ฉันจึงออกมาวิ่ง...วิ่งเพื่อรักษาโรคกลัวตาย
ฉันวิ่ง ...และวิ่งทุกวัน ฉันเหนื่อย หัวใจฉันเต้นแรง และเร็วระรัว เหมือนใจจะขาด
แต่ฉันก็ยัง...หายใจอยู่
ฉันเลิก กินยาทุกชนิด
ฉันเรียนรู้วิถีแห่งความตายมากขึ้น
ฉันวิ่งๆๆๆ.....วิ่งทุกวัน....วิ่งจนหัวใจชินชา
ฉันเหนื่อยน้อยลง และสนุกมากขึ้น
ฉันเริ่มสนใจ การวิ่งมาราธอน ทำไมนักวิ่งจึงเสพติดความสุข จากการวิ่ง
ฉันออกไปวิ่งกับนักวิ่งมาราธอน ...ต้องมีสัจจะ ต้องวิ่งให้จบระยะที่กำหนด
ฉันออกไปวิ่งด้วยชุดลูกเสือ เพราะจะได้เตือนตนว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์”
ฉันวิ่งเพื่อตัวเอง จะได้ไม่เป็นภาระแก่ภรรยานางฟ้า และลูกเทพธิดาทั้งสองของฉัน
ทุกครั้งที่ฉันวิ่ง ในกระเป๋าจะมีบัตรประจำตัว และเบอร์โทร.ถึงภรรยานางฟ้า ของฉัน
ถ้าเห็นฉันล้มลงหัวใจวายเฉียบพลัน ได้โปรดปล่อยให้ฉันตายถูกๆ ตรงนั้น
แล้วท่านจึงโทรหานางฟ้าของฉัน

((( ฉันจะเป็นครูได้อย่างไร?ครับ ถ้าไม่มีสัจจะ และความอดทนอดกลั้น)))
จากที่เคยวิ่งได้ เพซ ๖ จนเมื่อสองเดือนก่อน ขาขวาพลิกจากการสอนโยคะ (ท่าเอกบาทอาสนะ คือท่าสร้างสมดุล ยืนขาเดียว กางแขนออกให้เหมือนเครื่องบิน โน้มตัวไปข้างหน้าให้ตัวขนานกับพื้นโลก) เดินขากระเผลกมาสองเดือน เจ็บมากครับ แต่ให้สัจจะกับตัวเอง เอาไว้ว่า จะวิ่งงานนี้ให้ได้เพราะซ้อมมา ๑ ปีเต็มๆครับ 
ฉันเริ่มจากวิ่ง เพซ ๙ ไปเรื่อยๆ เจ็บจนชา และเจ็บจนน้ำตาไหล

....ใช่ครับฉันวิ่งผิดทางจึงวิ่งไป ๔๕ กม. พอเลยเขาดิน กม.ที่ ๓๓ น้ำตาไหลเจ็บมากครับกระดูกขาขวาร้าว ตาลาย...ครับ เขาปล่อยรถวิ่งแล้ว จึงวิ่งขวามีนักวิ่งตามมาอีกเป็นสิบ พอถึงทำเนียบเจอนักวิ่งอีกเป็นร้อยมาจากนางเลิ้งตกใจมาก เรามาผิดทางแล้ว ขอโทษนักวิ่งที่ตามมาด้วย ฉันหันกลับไป แล้วปรึกษาว่า "ย้อนกลับ นะครับ ทำให้ถูก วิ่งให้จบ มีสัจจะครับ" แล้วมีน้องคนหนึ่งด้านซ้าย เข่าขวาเจ็บ ก็เดินตามมาด้วยกัน ไม่รู้ว่าน้องจบหรือเปล่าครับ พอถึงวัดบวรนิเวศ หันไปก็ไม่เห็นแล้วครับ แต่มีน้องๆอวบๆ๓คนเดินตามหลังมาที่ เพซ ๑๑ 

.../พี่ลูกเสือ รำพึง 

วันอังคารที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

โดย ครูแหลม

 

กลับไปที่ www.oknation.net