วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Paris, je taime ...มหานครแห่งรัก


          ผมเคยไปฝรั่งเศส ...แต่ไม่เคยไปปารีส
          เหตุเป็นเมื่อหลายปีก่อน บังเอิญมีงานต้องไปที่"ลียง" ผมจึงมีโอกาสไปฝรั่งเศสครั้งแรก(และครั้งเดียว) โดย"เป้าหมาย"ของการเดินทางคือเมืองลียง เมืองใหญ่อันดับ 2 ของฝรั่งเศส ซึ่งตอนนั้นเพิ่งรู้จักใหม่ๆ เพราะมีทีมฟุตบอลที่เรามักจะล้อกันว่า"ลียง ลงเป็นยิง" เพราะเป็นแชมป์ลีกเอิงของฝรั่งเศสติดกันหลายปี
          ต่างจากปารีส บอร์กโดซ์ ที่รู้จักชื่อมานาน
          เวลาที่อยู่ฝรั่งเศสกว่าหนึ่งสัปดาห์ ผมก็วนอยู่แต่ที่นั่น และอยู่ได้"ไม่เบื่อ" เพราะแม้ไม่ได้เป็นเมืองหลวง แต่"ลียง"ก็มีครบทุกอย่าง ทั้งห้างใหญ่ หรือจตุรัสสวยๆ
          นอกจากนั้น ตอนอยู่ที่ลียงนี่แหละ ที่ผมได้รับรู้ว่า ร้านกาแฟริมถนนสวยๆ ก็ทำให้บรรยากาศการดื่มกาแฟเป็นความสุขมากมาย

   

          "ปารีส" คือเมืองที่คนรู้จักดี
          ผมว่าคนทั่วโลกรู้จัก"ปารีส" ไม่ว่าคนๆนั้นเคยไปฝรั่งเศสหรือไม่ เพราะกล่าวได้ว่า ชื่อ "ปารีส"เป็นชื่อติดปากคนทั่วโลก โดยแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปเยือนมหานครแห่งนี้นับสิบล้านคน เพราะกล่าวได้ว่ามหานครแห่งนี้เป็นหนึ่งในมหานครที่มีชีวิตชีวา
          เหตุร้าย ศุกร์ที่ 13 จึงสะเทือนไปทั้งโลก
          ผมหมายถึงเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ที่มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายก่อเหตุระเบิดและกราดยิงผู้คนพร้อมๆกันหลายจุดในฝรั่งเศส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายกว่า 130 คน ขณะที่"เหยื่อ"กำลังเริงร่ากับกิจกรรมแห่งความสุขในค่ำคืนนั้น ทั้งดนตรี กีฬา อาหาร ในเมืองที่มีครบทุกรสชาติ
          มหานครแห่งรัก..จึงร่ำไห้จนโลกเปื้อนนำตา



          ผมหยิบ Paris, je t'aime มาดูอีกรอบ
          นี่เป็น DVD ที่ผมซื้อมานานและเคยดูไปรอบหนึ่งแล้ว โดยเป็น"หนังสั้น" 18 เรื่อง จาก 20 ผู้กำกับ เพื่อจะแสดงถึงกิจกรรมต่างๆที่ผู้คนทั้งคนต่างถิ่น คนปารีส คนฝรั่งเศส คนต่างชาติ มาใช้ชีวิตในช่วงเวลาหนึ่งที่มหานครแห่งนี้ โดยแต่ละเรื่องมีความยาวไม่มากนัก แหม ...ก็บอกแล้วว่า"รวมหนังสั้น18เรื่อง"
          ผมไม่ใช่"เซียนหนัง" ที่ดูแล้ว(กล้า)วิจารณ์ว่าหนังดีไม่ดี แต่จากที่ดูหนังเรื่องนี้ ก็สรุปด้วยตัวเองได้ว่า นี่เป็นหนังที่ทั้ง 20 ผู้กำกับนำเสนอแง่มุมของ"ปารีส" และ"ความรัก" โดยเน้นในแต่ละเรื่องว่า"ความรัก"จะมีทั้งสมหวังและผิดหวัง จบแล้วจะมีทั้งความทรวจำที่งดงามและปวดร้าว
          ขณะเดียวกัน Paris, je t'aime ยังนำเสนอให้เห็น"มุมเมือง"ของปารีสที่"นักท่องเที่ยว"อาจจะไม่เคยไปสัมผัส เพราะบางเรื่องมี"ป่าช้า" ..ซึ่งผมเชื่อว่าคงไม่มีนักท่องเที่ยวหรือทัวร์ไหนพากรุปทัวร์ไปป่าช้าแน่นอน
          ก็แน่ละ ผมพบว่าปารีสมี 20 เขต(น่าจะเหมือน36เขตของกทม.) และคนที่เป็น"นัอกท่องเที่ยว" ก็มักจะ(ถูกพา)ไปในมุมที่รู้จักดี ไม่ว่าจะเป็น หอไอเฟล ปราสาทนอทเทอร์แดม ถนนฌ็องเซลิเซ่ และประตูชัยนโปเลียน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ มงต์มาร์ท
          นี่คือสิ่งที่มีและไม่มีใน Paris, je t'aime


          ถ้าถามว่า Paris, je t'aime น่าดูไหม ผมว่าน่าดูครับ
          โดยส่วนตัว ผมว่าหนัง(สั้น)ทั้ง 18 เรื่อง เล่าถึงการมีชีวิตในปารีส ซึ่งชีวิตคนๆหนึ่งจะมีทั้งสุขและเศร้า จะมีทั้งร่าเริงและเงียบเหงา จะมีทั้งสมหวังและผิดหวัง และมีปรากฎให้ครบในหนังทั้ง 18 เรื่อง
          แถมเป็น"ความเก่ง"ของผู้กำกับ ที่นำเสนอ"ความรัก"ในทุกรูปแบบ ทั้งแบบธรรมดาสามัญ แบบแบรักแอบ แบบผิดศีลธรรมจรรยา รวมทั้งความรักในครอบครัว ที่แต่ละผู้กำกับมีกลเล่าเรื่องผ่านการแสดงที่ตัวเองทำไปคนละแบบจนดูเพลิน และดูไปงงไป ...
          ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ Paris, je t'aime ยังมี"ดาราดัง"หลายคนมาร่วมแสดง เช่น นาตาลี พอร์ตแมน , วิลเลม ดาโฟ ,แม็กกี้ จิลเลนฮาล  รวมทั้งคนโปรดผม นิค โนลเต้ ...ในบทที่เราคาดไม่ถึง
          ผมคงไม่สรุปว่า 18 เรื่องมีเรื่องไหนดีหรือไม่ดี เพราะเคยมีคนถาม และผมก็จะตอบทุกครั้งว่าหนัง เพลง หรือหนังสือ มันบอกไม่ได้หรอกว่าดีหรือไม่ดี สนุกหรือไม่สนุก เพราะ"รสนิยม"และ"ปูมหลัง"หรือ"ภูมิหลัง"ของคนเราต่างกัน การดูหนังฟังเพลงจึงไม่เหมือนกัน
          ถ้าผมบอก ผมชอบ Bastille ที่ชายคนหนึ่งตัดสินใจขอเลิกกับภรรยา แต่เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเสียชีวิต เขาก็ตัดสินใจอยู้กับเธอจนเธอเป็นคนทิ้งเขาไปอยู่อีกภพ ก็อาจจมีคนไม่ชอบเพราะมันเศร้าเกินไป ขณะที่บางคนอาจจะชอบ Faubourg Saint-Denis ที่ นาตาลี พอร์ตแมน เล่นเป็นสาวอเมริกันผู้ตามฝันมาเรียนการแสดงและพบรักกับหนุ่มเยอรมันตาบอด แต่ผมกลับเฉยๆ เพราะผมชอบ Loin du 16eme ที่เล่าถึงหญิงสาวคนหนึ่งฝากลูกตัวเองไว้ที่เนสเซอร์รี่ ขณะที่เธอเดินทางไปทำงานเป็น"พี่เลี้ยงเด็ก" ในบ้านมหาเศรษฐี และชอบสุดๆคือ Parc Monceau ที่นิค โนลเต้ เล่นเป็นพ่อและมาพบลูก(เพียง)เพื่อเดินคุยและสอบถามถึงการใช้ชีวิตในมหานครปารีส
          ผมว่านั่นคือ"ความรัก"ที่แท้จริง


          ผมบอกแล้ว..ไม่เคยไปปารีส
          แต่หลังจากดู Paris, je t'aime ซ้ำสอง ผมกลับพบว่าผมไม่เคยรู้จักมหานครแห่งนี้ และอยากรู้จักอย่างจริงจัง เพราะเคยรู้มาว่า คนฝรั่งเศสเขากินและทำงานเพื่อมีชีวิต(ที่ร่าเริง) ไม่ใช่มีชีวิตเพื่อทำงาน(หนัก)
          รู้จักมากกว่าเห็น"น้ำตา"เมื่อวันศุกร์ 13 ที่คนร่ำไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นั่น
          ที่ๆเราเรียกว่า มหานครแห่งรัก

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net