วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รัฐธรรมนูญ 2550 จุดสมดุลใหม่ระหว่างอุดมคติและความป็นจริง


           คงไม่มีใครเถียงว่า  รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญในอุดมคติ  เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง  แต่บางครั้งอุดมคติก็ใช้ในชีวิตจริงไม่ได้
           ดูอย่างลัทธิคอมมิวนิสต์  หากฟังดูผิวเผินหลักการเขาดีมาก  เขาโฆษณาว่าเขาจะทำให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน  ทั้งในด้านความเป็นอยู่  ด้านโอกาสและการมีส่วนร่วมทางการเมือง  แต่ในความเป็นจริง  มนุษย์มีความต้องการ ความรับผิดชอบและความขยันต่างกัน  เมื่อทำมากทำน้อยก็ได้เท่ากัน  ทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำงาน  ไม่เกิดการแข่งขัน  ประเทศชาติก็ไม่เจริญ 
           มิหนำซ้ำ  ความที่คนเรายังมีความโลภ ความหลง ความมีตัวตน  ทำให้มีการใช้เส้นใช้สาย  มีการคอรัปชั่น  มีการสืบทอดอำนาจในกลุ่มผู้ปกครองของประเทศคอมมิวนิสต์  สุดท้ายความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ก็ไปทำลายความเป็นอุดมคติที่เขาคิดเอาไว้
           รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้พรรคการเมืองและรัฐบาล  ขณะเดียวกันก็สร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดสรรวุฒิสมาชิก( สว.)  และให้ สว.เหล่านี้ไปเลือกคณะกรรมการองค์กรกลางเอาไว้ตรวจสอบรัฐบาลอีกต่อหนึ่ง
           แต่รัฐธรรมนูญ 2540 กลับมีจุดอ่อนมากมาย  ความไม่พร้อมของประชาชน  ความไม่เข้าใจในบทบาทของ สว.ที่จะเข้ามาถ่วงดุลฝ่ายบริหาร  ทำให้เกิดสภาผัวเมีย  มีการซื้อเสียง สส. สว.แบบยกพรรค  ยกภูมิภาค  มีการครอบงำองค์กรกลางจนทำให้ระบบการตรวจสอบล้มเหลว  มีการคอรัปชั่นกันอย่างมโหฬาร  นำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมือง  และมีการรัฐประหารยึดอำนาจในที่สุด
           รัฐธรรมนูญ 2550 จึงถูกเขียนขึ้นมาเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้  โดยพยายามเพิ่มการตรวจสอบรัฐบาลและพรรคการเมือง  ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายและถอดถอนนักการเมืองง่ายขึ้น  ทำให้ สส.เป็นอิสระจากการครอบงำของพรรคการเมือง  ด้วยการมีอิสระในการอภิปราย ลงมติ และเสนอกฎหมาย  พยายามถ่วงดุล สว.ด้วยการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายอาชีพ  และกำหนดมาตรการเพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง
           แต่ในดีมีเสีย  ในเสียมีดี  ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ  เมื่อเราพยายามทำให้ สส.เป็นอิสระจากการครอบงำของพรรค  ทำให้ประชาชนตรวจสอบรัฐบาลง่ายขึ้น  สิ่งที่ตามมาคือ  พรรคการเมืองมีอำนาจน้อยลง  ขณะที่รัฐบาลอาจไร้เสถียรภาพมากขึ้น
            หรือเมื่อเราให้กรรมการที่เป็นกลางชุดหนึ่งมาคัดสรร สว.  ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการตุลาการ และประธานองค์กรกลางต่างๆ  ทำให้กังวลกันว่า  สว.ที่ได้จะเป็นกลุ่มข้าราชการ  เป็นตัวแทนของระบอบอำมาตยาธิปไตย
           แต่ผมกลับเชื่อใจสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหลายๆคน  ไม่ว่าคุณกล้าณรงค์ จันทิก  คุณการุณ ใสงาม  คุณจรัญ ภักดีธนากุล  คุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง  หรือคุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ  ที่มีประวัติซื่อสัตย์  กล้าพูดกล้าแสดงออก  ว่าพวกเขาจะเป็นตัวแทนของเราในการกลั่นกรอง  เลือกสรรสิ่งที่ดีให้เรา 
           หากจะมีสิ่งที่เรียกว่าการวางยา  หรือการสืบทอดอำนาจ  ผมคิดว่าพวกเขาคงออกมาวิจารณ์  หรือแม้แต่ลาออก  เพื่อประท้วงการกระทำเช่นนั้น
           ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า  เท่าไรจึงเหมาะสมกับสังคมไทย  ตึงเกินไปก็ว่าทำให้รัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ  หย่อนเกินไปก็ว่าทำให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพ
           แต่รัฐธรรมนูญ 2540 ได้พิสูจน์แล้วว่ามีข้อบกพร่องมีช่องโหว่  ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นการปรับแก้ไขใหม่  เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น  จะใช้ได้ดีจริงหรือไม่  ต้องลองประยุกต์ใช้ดู
           ตราบใด  สังคมไทยยังมีการเคลื่อนตัววิวัฒน์ไปข้างหน้า  รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมกับยุคสมัย  ปรับแก้ไขไปเรื่อยๆ  จนกว่าจะหาสมดุลได้  ระหว่าง อุดมคติ  ความตั้งใจ  และความเป็นจริง ของสังคมไทย

โดย บรรยง

 

กลับไปที่ www.oknation.net