วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Creative economy@น่าน : ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก


Creative economy@น่าน : ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก


     
 

เพิ่งจะมีโอกาส ได้ไปเยือนจังหวัดน่านมาเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2558 ทำให้ได้ทราบถึงกระแส “ปู่ม่านญ่าม่าน” หรือ “กระซิบรักบันลือโลก” ที่ตอนนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองน่าน มีปรากฏให้เห็นอยู่ในสินค้าที่ระลึก อาทิ เสื้อยืด เสื้อผ้าฝ้ายพื้นเมือง ผ้าพันคอ โปสการ์ด หรือข้าวของแต่งบ้าน

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการใช้ Creative economy มาช่วยเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวเมืองน่าน (ที่ไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจ)  ใครที่ยังไม่เคยมาจังหวัดน่านหรือมาก่อนปี 2552  อาจจะสงสัยขึ้นมาว่า ปู่ม่านญ่าม่าน คืออะไรกันนะ “ปู่ม่านญ่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก” ที่กล่าวถึงคือ หนึ่งในภาพจิตรกรรมฝาผนัง ณ วัดภูมินทร์ นั่นเอง

ที่กล่าวว่าชาวน่านใช้ Creative economy นั่นก็ด้วยว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยทั่วไปจะเขียนเรื่องราวในชาดก หรือสะท้อนวิถีชีวิตชาวบ้าน ผ่านกิจกรรมประเพณีงานบุญต่าง ๆ ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมในยุคสมัยนั้นตามแต่จินตนาการของศิลปิน หรือบางภาพก็อาจสอดแทรกอารมณ์ขันของจิตรกรลงไปด้วย ดังเช่นภาพที่กลายมาโด่งดังและเลื่องลือของจังหวัดน่านภาพนี้

ภาพ ปู่ม่านญ่าม่าน นี้ แจ้งเกิดจากการที่มีคนเห็น แล้วมองว่า เฮ้ย! มันสร้างสรรค์นะ น้อยคนนักที่จะกล้าเขียนงานแบบนี้ แถมยังสื่ออารมณ์ได้อย่างดีอีกด้วย เพราะภาพเขียนรูปนี้เป็นภาพเขียนหนุ่มสาวที่แต่งกายแบบพม่า แสดงท่าทางกระซิบหยอกล้อประดุจคู่รัก สายตาหญิงสาวเจ้าก็แสดงท่าทีที่รู้ทันการล้อเล่น ชายตาแสดงความกรุ้มกริ่ม ลักษณะท่าทางของภาพชวนให้โน้มเอียงไปทางกามารมณ์ชัดเจน   ถ้าภาพนี้เขียนโดยศิลปินรุ่นน้องคงต้องถูกเรียกมาตักเตือนว่า “ทะลึ่ง” มากไปมั้ย หรือสาว ๆ อาจจะออกอาการกล่าวว่า “ลามก” ก็เป็นได้

จากภาพแนวทะเล้น ก็เอามาเป็นจุดขายเชิงสร้างสรรค์ ผูกเข้ากับคำกลอนเกี้ยวสาวห้อยท้าย “คำฮักน้อง กูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา…” แปลความได้ว่า “ความรักของน้องนั้น พี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวเหน็บหนาว จะฝากไว้กลางท้องฟ้านภากาศ ก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุม จะเอาไปฝากในวังในคุ้มเจ้าหลวง ก็กลัวเจ้านานมาเจอะเจอแล้วแย่งไป เลยขอฝากเอาไว้ในอกในใจของพี่ จะให้มันร้องไห้กระซิกกระซี้ถึงน้อง ไม่ว่ายามพี่นอนหลับหรือสะดุ้งตื่น”

ก็เลยเกิดเป็นปรากฏการณ์ “กระซิบรักบันลือโลก ณ น่าน” สุดยอด Creative economy บันลือน่าน ไปเลยนะจ๊ะ

 

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

วินัย  ปราบริปู. จิตรกรรมฝาผนังเมืองน่าน. น่าน : หอศิลป์ริมน่าน, 2552

ภาพประกอบจาก  http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000078350

โดย Anocha-Library

 

กลับไปที่ www.oknation.net