วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.Entry - 100....กับ เขมรินทร์ อินทิรา และ ปราสาทเขาพระวิหาร


.

เขมรินทร์ - อินทิรา

.

โดย ก.สุรางคนางค์

.

.

วันนี้ได้ฤกษ์อัพบล็อคเสียทีนะคะ entry นี้เป็น entry ที่ 100 พอดี ก็คงไม่มีอะไรพิเศษจากวิหคพลัดถิ่น นอกเหนือไปจากเรื่องราวจากเพลงเเช่นเดิม เพราะคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นเพียง 1 หรือ 10 หรือ 50 หรือ 100 เราเองก็ยังคงทำหน้าที่ในการนำเสนอเฉกเช่นในแต่ละวันเหมือนเดิม จะพิเศษก็ตรงที่ จำนวนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้รู้ว่า ถึง 100 แล้วนะ ซึ่งทุกคนก็ต้องมาถึงตรงนี้เช่นเดียวกัน หากยังคงอัพบล็อคสม่ำเสมอ ...วันนี้จับเพลง "เขมรินทร์ - อินทิรา" ของ เอ๋ สันติภาพ มาให้ฟังกันพร้อมกับเรื่องราวของนวนิยายเรื่องนี้ ... ตามมาเลยค่ะ

.

.

“เมื่อฟ้าดินบันดาลให้หม่อมฉันเกิดมาเป็นคนไทย แล้วไยจึงให้ฝ่าพระบาทประสูติในราชสกุลของกัมพูชา เพื่อให้เราแตกต่างกันทั้งเชื้อชาติ ภาษา และชนชั้น” องค์เขมรินทร์…ที่ประทับอยู่ตรงหน้าของอินทิราขณะนี้ เป็นไปได้หรือว่าท่านคือเขาคนนั้น

“เชื้อชาติ ภาษา ทำให้เราแตกต่างกันเพียงภายนอก แต่หัวใจมิได้เป็นเช่นนั้นไม่ ถ้าคุณมีหัวใจตรงกับผม คุณจะกลัวไปไย ขอให้เชื่อมั่นในตัวผม ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณมาเคียงข้าง และจำทำโดยให้สมเกียรติของคุณที่สุด อินทิรา ความรักเกิดได้กับทุกคน ไม่ว่าจะแตกต่างกันเพียงใด ผิดกันเพียงว่า เราสองคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคนั้นให้ได้ และผมเชื่อ…ความรักที่ผมมีต่อคุณ มากพอที่จะต่อสู้ให้ถึงจุดหมายของเรา” (ตอนหนึ่งในนวนิยาย)

.

เขมรินทร์ อินทิรา เมื่อเป็นละคร

ถ้อยความด้านบนจากตอนหนึ่งของนวนิยายเรื่อง เขมรินทร์-อินทิรา เป็นเรื่องราวของ อินทิรา สาวไทยผู้หนีปัญหาว้าวุ่นใจไปเป็นครูสอนภาษาไทยในตำหนัก ม.จ.เขมรินทรธาดา ราชนิกุลกัมพูชา จนกลายเป็นความรักไร้พรมแดน  ความรักเกิดขึ้นได้ทุกชาติทุกภาษา แม้จะมีพรมแดนแห่งวัฒนธรรม แต่ที่สุดก็มีอันต้องจำพราก เมื่อสายสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ร้าวฉานจาก กรณีศาลโลกตัดสินว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา เมื่อปี 2505

.

เขมรินทร์ อินทิรา สมัยของจารุณี สุขสวัสดิ์

นวนิยายเรื่อง เขมรินทร์ อินทิรา ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และ ละคร หลายครั้งเช่นสมัยที่จารุณีเป็นนางเอก แต่พระเอกจำไม่ได้ค่ะ ใครทราบช่วยให้ข้อมูลด้วยนะคะ ต่อมาได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ โดยมี แคทลียา อิงลิช และ ศรัณยู วงศ์กระจ่าง เป็นคู่พระนาง

เรื่องราวความรักของทั้งเขาและเธอได้เกิดขึ้น ณ โบราณสถาน เขาพระวิหาร ดินแดนที่มีพลังมหัศจรรย์ที่คอยดึงดูดให้หัวใจเธอเฝ้าฝันหา เพียงครั้งเดียวที่พานพบ เธอก็เก็บ “เขา” ไว้ในก้นบึ้งแห่งหัวใจ หากรักเป็นเพียงสายลมพัดผ่าน คงไม่มีอะไรหลงเหลือให้เก็บมาคิดมาฝัน แต่รักนี้ไม่ได้เป็นดั่งสายลม ชีวิตของเธอ จึงดำรงอยู่ได้ด้วยความหวังที่เธอเชื่อมั่น…สักวัน เธอคงได้พบเขาอีกครั้ง และเธอจะรู้หรือไม่ อีกฟากฟ้าหนึ่ง เขาคนนั้นก็พร่ำเพ้อถึงเธอไม่เว้นวาย

.

.

เมื่อเรื่องราวความรักความพลัดพรากของชายหนุ่มหญิงสาวได้เริ่มเกิดขึ้นในดินแดนสองแผ่นดิน คือเขมรและไทย เลยอยากจะพาไปย้อนรอยร้าว เขมรินทร์ อินทิรากันที่เขาพระวิหารกันนะคะ

เขาพระวิหาร ได้รับสมญานามว่า เพชรยอดมงกุฎประดับเหนือเทือกเขาพนมดงรัก ภาษาเขมรเรียก "เปี๊ยะวิเฮียร์" สร้างในสมัยพระเจ้าวรมันที่ 1 พ.ศ.1581 หรือเมื่อ 967 ปีที่ผ่านมา (พุทธศตวรรษที่ ๑๕ )และต่อมาในพุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๗ ก็ได้มีการสร้างเสริมเพิ่มเติม โดยลำดับจนสำเร็จในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ให้บันทึกคำประกาศของ ทางราชการไว้บนแผ่นศิลาจารึกด้วย เป็นปราสาทที่สร้างบนเขาในเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ ทำจากศิลาแลง ก่อทับซ้อนกันทั้งหมด 6 หลัง

.

.

เทือกเขาพนมดงรักนั้น ถ้าอ่านแบบ เขมรนั้น คงต้องออกเสียง กันแบบ พนมดงแร๊ก ซึ่ง หมายถึง คานหาบ นั่นเอง ก็คงเพราะสัณฐาน ของภูเขาที่แบนราบ นั่นเอง ที่ตั้งของเขาพระวิหารนั้น จะตั้งอยู่ ปลายหน้าผา ( บริเวณปรางค์ประธาน )ซึ่งจะสูงจากระดับน้ำทะเลปกติ 657เมตร โดยประมาณ ซึ่งมีการเปรียบเทียบเปรียบเปรย กันว่า เป็นเสมือน มงกุฏแห่งเทพเจ้า ก็ว่าได้

.

ทางเดินในระเบียงคด

.
เป็นปราสาทหินที่สร้างในความเชื่อของ ศาสนาฮินดู โดยสมมุติให้เปรียบเสมือน เขาพระสุเมรุ ( ศูนย์กลางของจักรวาล) นั่นเอง โดยการสร้างนั้น ก็มีเหตุผลในการ รวบรวมอำนาจและความเชื่อของคนในละแวกนั้น เข้าด้วยกัน เพราะในอดีตแถบนั้น มี ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ อาศัยอยู่รวมกัน พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 จึง โปรดให้สร้างเขาพระวิหารขึ้น เพื่อเป็นจุดยึดเหนี่ยว และ ศูนย์รวมจิตใจของ ชาวบ้านซึ่งจะทำให้การปกครอง ง่ายขึ้นด้วย ...

.

ภาพหน้าบัน การกวนเกษียณสมุทร ทิศใต้ของโคปุระชั้นที่ 2

.

ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเทวสถานขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ ๙๐๐ เมตร ประกอบด้วย ปราสาท ๔ ชั้น แต่ละชั้นตั้งอยู่บนแนวเขา ที่เป็นเนินสูงลดหลั่นกันขึ้นไปตามลำดับทั้ง ๔ ชั้น ทางเดินระหว่างชั้นของปราสาท ได้อาศัยแผ่นศิลาบนผิวพื้นภูเขานั้นเป็นแนวถนน และขั้นบันได โดยตกแต่งให้มีระดับต่อเนื่องกัน จนถึงยอดสูงสุดอันเป็นที่ตั้งของปราสาทชั้นที่ ๔ ซึ่งเป็นปราสาทองค์ประธานอยู่ชิดกับหน้าผา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๖๕๗ เมตร

.

ทางเดินจาก โคปุระชั้นที่ 1 สู่ โคปุระชั้นที่ 2.

ปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้เดิมเคยอยู่ในความปกครองดูแลของไทย และกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมาได้เปลี่ยนไปอยู่ภายใต้ การปกครองดูแลของประเทศกัมพูชาสืบมาจนถึงปัจจุบัน

.

หน้าบันภาพ พระกฤษณะ ยกภูเขาโควรรธนะ ด้านในโคปุระชั้นที่ 2 ทิศเหนือ

.

เมื่อจะเข้าชมเขาพระวิหารนั้น ต้องเดินผ่านทางเข้าของผามออีแดง ด้วยซึ่งที่ผามออีแดงนั้น ก็จะมีภาพแกะสลัก บนหน้าผาอีกด้วย จากนั้นก็เดินเข้าสู่ประเทศเขมร โดยเสียค่าผ่านแดนไม่กี่บาท ก็สามารถเดินขึ้นชมเขาพระวิหารได้แล้ว เขาพระวิหาร นั้นจะมีทางเดินขึ้นจากทางฝั่งไทยเท่านั้น ส่วนทางเขมร หรือที่เรียกกันว่า เขมรต่ำนั้น จะมีทางขึ้นที่เรียกว่า บันไดหัก ( ปัจจุบัน แทบดูไม่ออก ) เพียงเท่านั้น ที่นี่จะมีส่วนสำคัญๆ ทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกัน คือโคปุระ ( ซุ้ม ประตู) มี2 ช่วง , พระมหามณเฑียร , พระปรางค์ประธาน , และ หน้าผาเป้ยตาดี สุดทางของเขาพระวิหารนั่นเอง

.

.

เรื่องราวความรักของเขมรินทร์ อินทิรา พบรักที่นี่ และได้พลัดพรากจากกันที่นี่ ปราสาทเขาพระวิหาร บนถนนสองสายที่แยกกันไปคนละทิศละทาง คนละชาติ จะแลเห็นรถสองคันวิ่งแยกห่างจากกันไป ไกลกันออกไปทุกวินาที คันหนึ่งมุ่งสู่เสียมเรียบ แห่งดินแดนกัมพูชา อีกคันหนึ่งมุ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานครของประเทศไทย

นับห้วงเวลาแล้วทั้งสองมีแต่จะห่างไกลนัก แต่ในหัวใจสองดวง รัดเกลียวแน่นเป็นหนึ่ง สองหัวใจเฝ้าปลอบตัวเอง ต้องรอ…สักวันหนึ่ง… การจากกัน บางครั้งมิใช่จะลาจากกันไปชั่วชีวิต แต่การจากกันในยามรัก แม้เพียงหันหลังให้กัน ก็ห่วงหาอาวรณ์สุดประมาณ


ประวัติผู้เขียน (ก. สุรางคนางค์)

.
กัณหา เคียงศิริ (สกุลเดิม วรรธนะภัฏ) มีนามปากกาว่า "สุรางค์" เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2454 ที่บ้านคลองบางหลวงเป็นธิดาของพระสุริยภักดี พระตำรวจหลวง กับนางสุริยภักดี (หวั่น) สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนราชินีบน และได้เข้าเป็นครูที่โรงเรียนราชินีปากคลองตลาด อยู่ 3 ปี ก่อนลาออกมาประกอบอาชีพนักเขียนจนตลอดชีวิต เคยเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เมืองทองรายวัน ผู้อำนวยการนิตยสารนารีนาถรายสัปดาห์ และเจ้าของสำนักพิมพ์วรรธนะศิลป์

.

ก. สุรางคนางค์  เริ่มเขียนเรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อมาลินี ลงพิมพ์ในเดลิเมล์วันจันทร์ ในปี พ.ศ. 2473 ขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยม 6 นวนิยายเรื่องแรกคือเรื่อง ลูกรักลูกชัง หลังจากออกจากครูแล้ว ในปี 2480 ได้เขียนนิยายเรื่อง หญิงคนชั่ว ต่อมาในปี 2493 นิยายเรื่อง บ้านทรายทอง ที่ลงพิมพ์ในปิยะมิตรได้รับความนิยมอย่างสูง ได้รับการถ่ายทอดเป็นละครเวที ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ หลายต่อหลายครั้ง ก. สุรางคนางค์ เขียนนิยายไว้ทั้งสิ้น 45 เรื่อง รวมทั้ง พจมาน สว่างวงศ์, ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง, เขมรินทร์ - อินทิรา แต่เรื่องที่รักมากที่สุดคือ กุหลาบแดง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากชีวิตจริงของผู้ประพันธ์

.

ก. สุรางคนางค์ ได้รับการประกาศเกียรติคุณ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี พ.ศ. 2529
ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2542 เนื่องจากหัวใจหยุดทำงาน เมื่ออายุ 88 ปี

นามปากกา
ก.สุรางคนางค์ - ใช้เขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย
รสมาริน - ใช้เขียนคอลัมน์
นคร สุรพันธ์ - ใช้เขียนสารคดี
มลฤดี - ใช้เขียนคอลัมน์ตอบปัยหาประจำนิตยสาร"สกุลไทย"

สรุปผลงาน
นวนิยาย : ลูกรักลูกชัง กรองกาญจน์ หญิงคนชั่ว จุดหมายปลายทาง
ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง กุหลาบแดงปิ่นไพร ทางสายเปลี่ยว ปราสาททราย ปราสาทรัก บ้านทรายทอง เขมรินทร์-อินทิรา รักประกาศิต ภูชิชย์-นริศรา ฯลฯ
รวมเรื่องสั้น : พวงร้อย ดาวประดับเกียรติ ฯลฯ
สารคดี : บ้านและการสมรส ฯลฯ
ร้อยกรอง : แม่รักลูกเท่าไหน? ฯลฯ

"ข้าพเจ้ารู้สึกเสมอว่าท่านผู้อ่านมีความกรุณาต่อข้าพเจ้า และเป็นผู้ให้กำลังใจเสมอมา ปราศจากผู้อ่าน นักเขียนจะตกอยู่ในสภาพอันอ้างว้างเหมือนเดิมอยู่ในทางสายเปลี่ยวแต่ผู้เดียว ว้าเหว่ วิเวก และเศร้าระทม"


!!! หมายเหตุ  !!!

วันนี้ Entry ที่ 100 แล้วนะคะ ต้องขอบพระคุณเพื่อน ๆ ทุกคน วิหคพลัดถิ่น สำนึกในน้ำใจเพื่อน ๆ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกันอย่างเสมอ ก็ได้บอกไว้ข้างต้นแล้วว่า จะจำนวนเท่าไหร่ มันก็คือตัวเลข พรุ่งนี้ มะรืนนี้อัพเรื่อง ก็แค่มีตัวเลขเปลี่ยนไป คงไม่มีอะไรเป็นพิเศษสำหรับที่นี่ แต่อยากบอกจากใจด้วยคำ "ขอบคุณ" เพื่อน ๆ ทุกคน ... ที่ได้มอบไมตรีจิตให้กันสม่ำเสมอ ทั้งเพื่อนใหม่ และเพื่อนเก่า ถ้าไม่มีเพื่อน ๆ ในวันวาน วิหคพลัดถิ่นอาจจะไม่มีวันได้เลข 100 มาในวันนี้ก็ได้ค่ะ ...

ด้วยจิตรคารวะ

วิหคพลัดถิ่น

.

.

*** ขอบคุณ - ข้อมูลจาก ....

*** ขอบคุณ - เพลง เขมรินทร์ อินทิรา ศิลปิน เอ๋ สันติภาพ

.

..


.

.

มาที่นี่แล้วช่วยเถลไถลแวะไปเยี่ยมที่

"ลานคำ...ลำนำกลอน" ด้วยนะคะ

ลานคำ เงียบหงอย เงียบหงอย

http://www.oknation.net/blog/songforlife

.

.

โดย วิหคพลัดถิ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net