วันที่ พุธ ธันวาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าให้ชาวบ้านเขาบ่นเสียดายค่าแรง


ภาพเตือนความทรงจำ เจตนาของประชาชนที่ออกมาคัดค้านการเลือกตั้ง

เพราะหวังให้การเลือกตั้ง เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

 

เห็นนักการเมืองถกกันหลายเวที เท่าที่ได้ฟัง ก็คงวนเวียนซ้ำซากกับวิธีเดิมๆ แต่ไม่เห็นจะมีใครพูดถึงว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาตรงไหน  วันนี้ผมขออนุญาตบ่นสักเล็กน้อยครับ

 

 

อย่าให้ชาวบ้านเขาบ่นเสียดายค่าแรง

 

สวัสดีครับมิตรรัก แควนเพลงทุกท่าน  วันนี้ผมขออนุญาตพูดเรื่องหนักๆ  แต่พยายามให้มันเบาๆ  ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้สำเร็จหรือเปล่า  เรื่องที่ผมจะพูดถึงก็เรื่อง “รัฐธรรมนูญ”นั่นแหละครับ  ผมไม่ได้บังอาจจะชี้แนะท่านผู้ใดทั้งสิ้น  เพียงแต่ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในฐานะ”พลเมืองไทย”คนหนึ่งเท่านั้น  มีอะไรที่ไม่เข้าท่าก็ขอความกรุณา อย่าถือสาหาความผมเลยนะครับ

 

เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

 

คงมีเนื้อหาโดยรวมประมาณว่า  เพื่อให้สถาบันหลักของชาติมีความมั่นคง  ประชาชนทั่วไปมีคุณภาพชีวิตที่ดี  ประชาชนเป็นผู้มีคุณภาพ  มีความสุข  มีความมั่นคง และเป็นคนดี

 

ถ้าผู้ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ จะร่างตามเจตนารมณ์ดังกล่าว  คงไม่ต้องร่างกันหลายหน หลายคราว ยกเว้นจะมีนัยไปในทางอื่น

 

ผมขอให้ทุกท่านนึกถึงคำที่ว่า “ทองแท้ไม่กลัวไฟ” ถ้ารัฐบาล คสช. เป็นทองแท้ คงไม่ต้องกลัวสิ่งใดหลังจากท่านลงจากตำแหน่ง ถ้าพวกท่านไม่มีจุดด่างพร้อย  ไม่มีแผล ก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ ประชาชนเขาดูออก ถ้าท่านดีจริง  พวกเขาก็จะยอมเป็นผนังทองแดง  กำแพงเหล็กป้องกันพวกท่านให้พ้นภัยถ้าหากจะมี  ...ผมเชื่อโดยสุจริตว่า ถ้าหากทุกเรื่อง ท่านทำโดยสุจริตใจตรงไปตรงมาไม่กลั่นแกล้งใคร  คงไม่มีใครแค้นเคืองพวกท่านลงหรอก.....นอกจากพวกหนารุ่นพิเศษเท่านั้น   

 

ความเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมืองของผม คงไม่เหมือนที่ผ่านมา ขออนุญาตนำเสนอดังนี้ครับ

 

รัฐบาล  ทั้งคณะ...มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ใครเป็นใคร  นโยบายอย่างไรบ้าง ( ยกเว้นนโยบายประชานิยม ที่ต้องออกกฎหมายห้ามให้ชัดเจนว่าอย่างไรจึงจะเข้านิยาม ประชานิยม )  เสนอตัวให้ประชาชนเลือก

 

รัฐบาล  มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้ข้าราชการทำงานตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด

 

รัฐบาล คุณสมบัติของคณะผู้ลงสมัครรับเลือกเป็น รัฐบาล ต้องเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเช่นเดียวกับ ส.ส.   แต่ต้องสังกัด “พรรคการเมือง”  เท่านั้น ( หนึ่งพรรคส่งได้หนึ่งคณะ )

 

พรรคการเมือง  ถ้า..เจตนารมณ์ของการตั้งพรรคการเมืองเพื่อพรรคจะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชน ซึ่งคงไม่ใช่การรับใช้เฉพาะประชาชนส่วนไดส่วนหนึ่ง พรรคการเมืองทุกพรรค  ก็ควรจะขึ้นตรงกับประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้น  ควรกำหนดให้แต่ละพรรคให้มี”สมาชิกพรรค”ได้เท่าที่จำเป็นแก่งานของพรรค เช่นงานควบคุมสังเกตการณ์ การเลือกตั้ง   

 

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับพรรคไดพรรคหนึ่ง

 

เพราะประชาชนทุกคนควรเป็นเจ้าของพรรคการเมืองทุกพรรค

 

ไม่ใช่ประชาชนเป็นคนของพรรคการเมืองพรรคไดพรรคหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความแตกแยก

 

ทางความคิดขึ้นมาก็ได้  ถ้ามีผู้แสดงความเห็นต่างจากที่ “พรรค”ที่ตนเองสังกัด

 

กำหนดให้ พรรคการเมือง ที่ไม่ได้รบการเลือกเข้าไปเป็น”รัฐบาล”ให้ไปทำงานร่วมกับ ส.ส. ในสภา  โดยการกำหนดสัดส่วนตามความเหมาะสม  สัดส่วนไม่ควรจะเกิน ร้อยละ 30 ของ ส.ส.ทั้งหมดในสภา

 

สมาชิกวุฒิสภา  ไม่สังกัดพรรคการเมือง มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด  จำนวน ไม่ควรเกิน 200 ตำแหน่ง คุณสมบัติ  คล้ายกับ ส.ส.แต่ให้เน้นคุณวุฒิทางการศึกษา  เพราะมีหน้าที่ร่างกฎหมาย /  ร่วมผ่านร่างงบประมาณ /  ร่วมตรวจสอบถอดถอนคณะรัฐมนตรี /  นายกรัฐมนตรี

 

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม อาจจะไม่เน้นวุฒิทางการศึกษา ทำหน้าที่ผ่านร่างกฎหมาย / ผ่านร่างงบประมาณ / ร่วมกับวุฒิสมาชิกตรวจสอบ ถอดถอน รัฐบาล  แต่ควรกำหนดระดับความสำคัญของประเด็นที่จะต้องโหวตในสภา  บางระดับความสำคัญต้องผ่านความเห็นชอบ หรือคัดค้านของประชาชนในเขตของ ส.ส.ผู้นั้นก่อนที่จะทำการโหวตในสภาว่า YES หรือ NO

 

เพื่อความหลากหลายของที่มาของ ส.ส. ควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ และมั่นใจในศักยภาพของตัวเองว่ามีความเหมาะสมในการทำงานในตำแหน่งนี้  ได้มีโอกาสมากยิ่งขึ้น รัฐ ควรเป็นเจ้าภาพในการหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน  โดยห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งหาเสียงเองโดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง  และทางอาญา 

 

ทุกคนที่สมัครรับเลือกตั้ง ต้องวางเงินจำนวนหนึ่งเพื่อประกันตัวเอง ในกรณีที่ได้เสียงน้อยกว่าที่กำหนดจะต้องโดนริบเงินประกันนั้น  ในกรณีนี้เพื่อคัดกรองผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจริงๆเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย สว.ขี้บ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net