วันที่ พุธ ธันวาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

# หัวใจบอกว่า..ง่ายจริงๆเลยนะ กุหลาบใบเตย ภาพที่ได้เป็นดังที่เห็น


   ...คนเป็นครู   บางครั้งก็ต้องเอากระจกมาส่องตนเองเหมือนกัน

 

.. " สอนคน ไม่ใช่สอนหนังสือ  "

 

จะทำอย่างไร  ให้คนเข้าใจ  จำได้  ทำได้  ดูเหมือนว่าไม่ยากนะ

แต่เอาจริงแล้วก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

 

 คนเรา  มิว่าวัยใด  ความศรัทธา  ความพอใจ  ที่คิดจะทำอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด  ถ้าหัวใจเรียกร้อง

ที่จะทำ  พูดภาษาตรงตัว  คือ  อยากทำ  มุ่งมั่นที่จะทำ  ตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ  ย่อมทำได้เสมอ

 

การทำได้แบบที่หัวใจตนเองอยากทำ  จะเป็นการเข้าใจ  จำได้  ทำได้ที่คงทนถาวร

และความสุขที่แท้จริงของคนเป็นครู  ก็อยู่ตรงนี้แหละ  ตรงที่  เค้าทำได้แบบคงทน  ถาวร

 

ผุ้เรียน  สามารถนำความรู้ ความเข้าใจ  และประสบการณ์ที่ทำได้  ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

อย่างถูกต้อง  และมีเป้าหมายในชีวิต  มีตารางชีวิตในหนึ่งวันที่มีคุณค่า เค้าทำได้เช่นนี้

ถือว่า เค้าจบปริญญาชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ

 

   วันนี้  คาบนี้  สอนนักเรียน  ม. 1 แค่เรื่องง่ายๆ  ประเด็นเดียว  คือ  พับใบเตยเป็นดอกกุหลาบ

ถ้าเค้าทำได้  อย่างคงทนถาวร  และนำไปใช้ในโลกนอกโรงเรียน  เค้าสามารถใช้ประโยชน์  ตั้งแต่

เรื่องในครอบครัว   ยกตัวอย่าง  การนำไปบูชาพระ  การดับกลิ่นในรถ  การดับกลิ่นในห้องนอน

แถมยังให้กลิ่นที่หอมมากขึ้น  และเป็นกลิ่นที่ปลอดภัย  มาจากธรรมชาติ  ฯลฯ

 

   หรือ  นำไปประกอบอาชีพ  เป็นงานอดิเหรก  โดยทำจำหน่าย  เป็นการหารายได้ช่วยเหลือ

ครอบครัวได้  หรือ  ทำแล้ว  เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  ในเทศกาลต่างๆ  ประหยัดเรื่องความสวยงาม

ด้านสถานที่  ไปได้มากมายทีเดียว  หรือนำไปเป็นองค์ประกอบหนึ่ง  ในการจัดตกแต่งสถานที่

ก็ทุ่นค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว

 

   แม้จะเป็นเด็ก ตัวเล็กๆ  เลยลองให้เค้าทำให้ได้เป็น  รายบุคคล  โดยให้ลองทำ  สาธิตให้ดูมาสองคาบ

แล้ว  และให้เพื่อนที่เป็น  จับกลุ่มสอนกันเองแล้วนอกเวลา

 

ลองดูนะคะ   ว่า  ภาพด้านล่าง   จะเป็นอย่างไร  ภาพที่เห็น  คือคำตอบของกระทู้นี้ค่ะ

 

 

 

..

 

 

  ..

..

 

 

..

 

 ..

 

 

..  นี่คือ  ผลงานสำเร็จ   ที่ทุกคนช่วยกัน  จัด  หลังจากทำเป็นรายบุคคลต่อหน้าครูแล้ว

 

 

..

 

....

 

พูดภาษาง่ายๆ  ถ้าว่ากันตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า   หลักอิทธิบาทสี่  ข้อแรกเลย

 

ฉันทะ  นำมาใช้ได้เลยประเด็นนี้

 

 

1) ฉันทะ คือ การมีใจรักในสิ่งที่ทำ ใจที่รักอันเกิดจากความศรัทธาและเชื่อมั่นต่อสิ่งที่ทำ จึงจะเกิดผลจริงตามควร

เราคงเคยได้ยินคำว่า "ขอฉันทามติจากประชุม" บ่อยๆ หรือ "มีฉันทะร่วมกัน" ก่อนเลิกการประชุมบางอันเป็นเสมือนสัญญา

ระหว่างกันว่าเราจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ร่วมกันหรือละเว้นบางสิ่งร่วมกัน ซึ่งความเข้าใจในข้อนี้คิดว่าถูกเพียงครึ่งเดียว

เพราะความหมายของ "ฉันทะ" นั้น ไม่ใช่แปลว่าเป็นสัญญาภาษากระดาษหรือสัญญาที่ให้ไว้กับมวลหมู่สมาชิกเท่านั้น

หากแต่เป็นสัญญาใจและเป็นใจที่ผูกพัน เป็นใจที่ศรัทธาและเชื่อมั่นต่อสิ่งนั้นอยู่เต็มเปี่ยม จึงจะเกิดความเพียรตามมา

เปรียบได้กับนักวิจัยที่ศรัทธาและเชื่อมั่นในแนวคิดแนวปฏิบัติของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นซึ่งอาจมีมากน้อยต่างกัน

คงไม่มีใครบอกได้นอกจากตัวนักวิจัยเองและผลของงานที่เกิดขึ้นจริงเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะชน

 

                     หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า  Where there is the will, there is the way.

 ที่ใดมีความปรารถนาอันแรงกล้า ที่นั่นย่อมมีหนทางเสมอ    ขอเพียงแต่ให้มีความตั้งใจแน่วแน่

 ที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆให้ได้   ด้วยความมุ่งมั่น ไม่ท้อถอย  ย่อมมีหนทางนำเราไปสู่ความสำเร็จได้เสมอ

 

การมีใจรัก ถือว่าสำคัญมาก ไม่ใช่ทำใจให้รักเพื่ออะไรสักอย่าง หรือ ห้ามใจไม่ให้รัก มันก็ยากยิ่งพอๆกัน

เพราะรักดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความรักความศรัทธาของเราจริงๆ ขืนทำไปก็มีแต่จะทุกข์ทรมานแม้จะได้บางสิ่ง

ที่มุ่งหวังแล้วก็ตาม ประการสำคัญเป็นการแอบแฝงมาจากความคิดอื่นศรัทธาอื่นหรือความเป็นอื่นที่เราพยายาม

หาเหตุและผลมาอธิบายว่า มันคือสิ่งเดียวกันเพื่อให้สามารถดำเนินไปได้หรือเพื่อให้ตัวเองสบายใจที่สุด

แต่ถ้าเรามีใจศรัทธาอันแรงกล้าแล้ว พลังสร้างสรรค์ก็จะบังเกิดขึ้นกับเราอย่างมหัศจรรย์ทีเดียว

อ้างอิงข้อมูล

https://www.facebook.com/notes/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97-4-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88/289394957763089/

.......................................................................................................................................

 

 ผู้ใดสนใจ  ทฤษฎีความพึงพอใจ  แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ  สามารถศึกษาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้นะคะ

 

https://www.gotoknow.org/posts/492000

ตัดตอนบางส่วนมาให้อ่านกัน

 

1. ทฤษฎีแรงจูงใจของมาสโลว์ (Maslow’s theory motivation)

 

        อับราฮัม  มาสโลว์ (A.H.Maslow) ค้นหาวิธีที่จะอธิบายว่าทำไมคนจึงถูกผลักดันโดยความต้องการบางอย่าง ณ เวลาหนึ่ง ทำไมคนหนึ่งจึงทุ่มเทเวลาและพลังงานอย่างมากเพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัยของตนเองแต่อีกคนหนึ่งกลับทำสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้ได้รับการยกย่องนับถือจากผู้อื่น คำตอบของมาสโลว์ คือ ความต้องการของมนุษย์จะถูกเรียงตามลำดับจากสิ่งที่กดดันมากที่สุดไปถึงน้อยที่สุด

 

ซิกมันด์ ฟรอยด์ ( S. M. Freud) ตั้งสมมุติฐานว่าบุคคลมักไม่รู้ตัวมากนักว่าพลังทางจิตวิทยามีส่วนช่วยสร้างให้เกิดพฤติกรรม ฟรอยด์พบว่าบุคคลเพิ่มและควบคุมสิ่งเร้าหลายอย่าง สิ่งเร้าเหล่านี้อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างสิ้นเชิง บุคคลจึงมีความฝัน พูดคำที่ไม่ตั้งใจพูด มีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและมีพฤติกรรมหลอกหลอนหรือเกิดอาการวิตกจริตอย่างมาก..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/492000

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/492000

 Slidely Slideshow

 

ขอขอบคุณเพลง  รักปาฎิหาร์ย   ของลุลา  จากลิงค์นี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=ANZMgVqFnYQ

โดย รวงข้าวล้อลม

 

กลับไปที่ www.oknation.net