วันที่ อังคาร ธันวาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เทคนิคถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยอย่างสบายอารมณ์...เดินชมวัดที่อยุธยา


     

ไฟล์ภาพขัดข้อง ท่านสามารถไปอ่านเรื่องนี้ได้ที่

http://loongchat.blogspot.com/2015/12/blog-post_31.html

 

  ที่มาของเอนทรี่นี้ คือว่า มีลูกศิษย์(นักเรียน)ที่แสนดี ส่งกำลังใจมาให้ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง พร้อมทั้งพยายามผลักและดันให้ลุงชาติเขียนเทคนิคการถ่ายภาพที่หลายๆคนเจอปัญหากันเสมอๆ การถ่ายภาพภายในอาคาร ในที่ที่มีแสงน้อย โดยไม่มีขาตั้งกล้อง ขอขอบคุณลูกศิษย์ที่แสนดีที่คอยกระตุ้นและให้กำลังใจตลอดมานะครับ

 

  ในบางวัน บางเวลา ลุงชาติและบรรดานักเรียนจะนัดแนะออกไปถ่ายภาพกันบ้าง วันใดที่มีช่วงเวลาว่างมาก ก็อยากจะนัดถ่ายภาพติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆวัน หากครั้งใด ไม่มีเวลาว่างกันมากมายนัก ก็จะเป็นทริปวันเดียว ซึ่งชัวร์และแน่นอนเป็นที่สุด...ยังไม่เคยจัดทริปถ่ายภาพหลายๆวันได้สักที...

 

  แล้ววันหนึ่ง นักเรียนซึ่งรู้ว่าในชีวิตประจำวัน ลุงชาติจะถ่ายภาพนางแบบหรือภาพรับปริญญาเป็นส่วนใหญ่ และรู้ว่าลุงไม่ประสีประสาในการถ่ายภาพวัดมากนัก ลุงห่างวัดมานานมาก เมื่อโดนนักเรียนชักชวนให้มาลองถ่ายภาพวัดกัน เช้าตรู่ของวันนั้น เราจึงใช้เส้นทางกาญจนาภิเษก – บางบัวทอง – บางปะอิน – อยุธยา ขับรถยนต์มาจอดรับแสงแรกของวันอย่างอ้อยอิ่ง ไม่ต้องรีบร้อน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอิฐผุ กำแพงเก่า และต้นพุทราแสนงาม ให้เราถ่ายภาพมากมายทั่วเมือง มองไปทางไหน ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง เจอทุกทิศ เช้านี้เราจึงได้แสงงามๆผ่านพุทรามาฝากกัน

 

 

 

 

 

  

  หลังจากอ้อยอิ่งและวิ่งไล่จับแสงงามๆกันในตอนเช้า เวลาสายๆ คงไม่มีความสุขใดๆเสมอเหมือนการได้ละเลียด อิ่มเอมกับอาหารเช้าแสนอร่อย กินกันไป ถ่าย(ภาพ)กันไป หยอกล้อกันบ้าง เมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้ว เราจึงได้ตระเวน ขับรถหลงบ้าง เก้ๆกังๆบ้าง หาทางไปถ่ายภาพกันต่อ

 

  คนพื้นบ้านของจังหวัดนี้ช่างดีเหลือเกิน รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีที่มีมาให้เรา ท่านคงเห็นว่าเราขับรถแบบสะเปะสะปะ หาทางไปไม่เจอ ท่านขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดเทียบ แล้วถามเราว่า จะไปไหนกันครับ พอเราตอบว่าคลำหาทางไปถ่ายภาพ ท่านแนะนำให้เราจนกระจ่าง... ขอขอบพระคุณท่านมากครับ ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา...  

 

  วัดที่เราเข้าไปชม ชื่อวัดเชิงท่า ผมเองไม่มีความรู้ในเรื่องวัดวาอาราม หากท่านต้องการรู้ความเป็นมาของวัดนี้ ท่านอาจตามไปอ่านข้อมูลดีๆที่มีบล็อกเกอร์ทางแก้วเคยเขียนเอาไว้ได้นะครับ

http://www.oknation.net/blog/faab/2015/10/03/entry-1

 

  ที่นี่มีนักเรียนมาคอยบริการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวด้วย เป็นการหารายได้ช่วยตัวเองและช่วยครอบครัว ส่วนลุงชาติ ได้น้องนักเรียนมาเป็นนายแบบ

 

 

 

  เข้ามาในบริเวณวัด เราเดินถ่ายภาพกลางแจ้งกันก่อน การถ่ายภาพปูชนียสถาน ประเภท อิฐผุ หินแกร่ง กำแพงเก่า มีลักษณะเป็นโครงสร้าง อาคาร อาจต้องการความคมชัดของภาพมากพอสมควร และภาพควรมีมิติแสงเงา เพื่อแสดงลักษณะมิติ ใกล้-ไกล และมิติรูปทรง ภาพส่วนใหญ่ ผมจึงใช้ช่องรับแสงที่ค่อนข้างแคบสักหน่อย เพื่อเน้นความคมชัด ผมใช้ช่องรับแสง f8 เป็นหลักเกือบทุกภาพ และความไวชัตเตอร์ที่ใช้ ขึ้นอยู่กับขนาดความยาว(มม.)ของเลนส์ที่เราใช้ครับ เช่น สมมุติถ้าผมใช้เลนส์เทเลซูม 70-200 มม. ความไวชัตเตอร์ที่ปลอดภัยว่าจะได้ภาพที่นิ่งและมีความคมชัดที่ควรใช้คือ  1/200 s เป็นอย่างน้อยครับ จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ ควรถ่ายภาพในมุมแสงเฉียงๆ เพื่อเน้นมิติแสงเงา ให้เห็นรูปทรงเด่นขึ้นมา และการวัดแสง ผมใช้วัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ แล้วถ่ายที่ค่าอันเดอร์ประมาณ  -2/3 หรือ -1 สตอป เพื่อให้ได้ภาพเข้มขรึมสักนิด หากท่านต้องการภาพใสๆ ก็วัดแสงแล้วถ่ายในค่าที่วัดแสงได้พอดี หรือถ่ายให้โอเวอร์นิดหน่อย ก็จะได้ภาพออกมาใสๆตามต้องการ  

 

 

 

 

  การถ่ายภาพในช่วงนี้ ผมถ่ายภาพเพียงนิดเดียว ก็เปลี่ยนที่ไปถ่ายภาพภายใน ในที่มีแสงน้อยๆก่อน เพราะแสงด้านนอกยังแข็งๆจ้าๆอยู่ รอแสงนุ่มอีกนิด ค่อยกลับมาถ่ายใหม่ ระหว่างทางเดินเข้าภายในศาลาการเปรียญ ก็แวะชมดอกไม้ใบไม้ พักสายตาไปด้วย

 

 

 

  

การถ่ายภาพภายใน ถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย มีอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับการถ่ายภาพแบบนี้คือ ขาตั้งกล้อง จำเป็นมาก ขาตั้งกล้องจะช่วยให้เราถ่ายภาพได้นิ่ง ไม่สั่นไหว ทำให้ใช้สปีดชัตเตอร์ได้ตามใจ โดยไม่ต้องกลัวภาพสั่นและเบลอ อุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่สำคัญคือ แฟลช(หากสถานที่นั้นๆไม่ห้ามใช้) แฟลชจะช่วยเปิดแสงสว่างไห้กับบริเวณที่เราต้องการ หากไม่มีอุปกรณ์ที่กล่าวมานี้ ความยุ่งยากในการถ่ายภาพจะมีมากขึ้น และแน่นอน...ในวันนี้ ลุงชาติไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวติดมาด้วย ในการถ่ายภาพจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบ้าง

 

  เมื่อเข้ามาด้านใน เรามาชมประตูและภาพจิตรกรรมฝาผนังกันก่อน เมื่อไม่มีขาตั้งกล้องและแฟลช จึงต้องใช้วิธี ตั้งค่า ISO ของกล้องให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้สปีดชัตเตอร์ที่สูงมากพอที่จะใช้มือเปล่าถือกล้องถ่ายภาพได้โดยที่ภาพจะไม่สั่นไหว สปีดชัตเตอร์ที่เลือกคือ  1/200 s ผมเลือกใช้ช่องรับแสงที่กว้างกว่าภาพนอกอาคาร คือใช้ที่  f4 วัดแสงแล้วปรับ ISO ให้ได้โดยผมถ่ายที่อันเดอร์ -2/3 หรือ -1 สตอป ครับ บางภาพต้องปรับ ISO สูงถึง 6400 เลยเชียว การปรับแบบนี้ แน่นอนว่า เราจะได้ภาพที่มีน้อยส์ (สัญญาณรบกวนเป็นเม็ดสี) เข้ามาในภาพมากมาย ใช้เทคนิคลดน้อยส์ในโฟโตชอพเอานะครับ ช่วยไม่ได้ อยากขี้เกียจแบกขาตั้งกล้องกันเองนี่ เลยต้องลดน้อยส์กันทุกภาพละครับ ดูเทคนิคที่นี่เลยครับ 

http://www.oknation.net/blog/loongchat/2015/01/21/entry-1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 เทคนิคปลีกย่อยเพิ่มเติม หากไม่มีขาตั้งกล้องมาช่วยในการถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย เราจะมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะช่วยให้ถ่ายภาพได้ชัดเจนไม่สั่นไหว

 

  ใช้ลำตัวใช้ร่างกายของเราเองแทนขาตั้งกล้อง ไม่ว่าจะเป็นท่ายืน นั่ง คุกเข่า ชันเข่า ฯลฯ วางท่าทางและลำตัวของเราให้มั่นคง มีสมาธิ มือขวาและซ้าย จับประคองกล้องและเลนส์ให้นิ่งที่สุด เล็งภาพ ปรับโฟกัส จัดองค์ประกอบภาพ เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ให้กลั้นลมหายใจก่อนแล้วจึงกดชัตเตอร์  จะช่วยให้กล้องและเลนส์นิ่งมากขึ้น เมื่อกดชัตเตอร์แล้ว ก็หายใจอย่างโล่งอกได้อย่างปกติ...ปุด..ปุด...(เสียงลมหายใจของบางคนเล็ดลอดออกมา)

 

 

 

 

 

 

  ใช้ผนัง กำแพง เสา หรือโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงของตัวอาคารแทนขาตั้งกล้อง เราสามารถใช้พื้นที่ของสิ่งก่อสร้างต่างๆเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ นำกล้องไปวาง หรือพิง หรือแปะ เอาไว้ที่พื้นที่เหล่านี้ และพยายามกดกล้องให้นิ่งอยู่กับที่ วิธีนี้ ช่วยให้เราใช้ความไวชัตเตอร์ให้ต่ำลงมาได้ ซึ่งมีผลทำให้ ISO ที่กล้องต้องการลดต่ำลงมาด้วย และทำให้เกิดผลดีต่อภาพถ่าย คือ สัญญาณรบกวนที่เรียกว่าน้อยส์ ก็จะลดลงตามไปด้วย จับประคองหรือกดกล้องและเลนส์ให้นิ่งที่สุด เล็งภาพ ปรับโฟกัส จัดองค์ประกอบภาพ เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ให้กลั้นลมหายใจก่อนแล้วจึงกดชัตเตอร์...แชะ...แล้วยิ้มครับ

 

 

 

 

  ใช้พื้นไม้ พื้นคอนกรีต หรือพื้นชนิดอื่นใดก็ตามที่มั่นคงแข็งแรงของตัวอาคารแทนขาตั้งกล้อง เราสามารถใช้พื้นของสิ่งก่อสร้างมาใช้ประโยชน์ได้ นำกล้องไปวาง เอาไว้ที่พื้น และพยายามกดกล้องให้นิ่งอยู่กับที่ คล้ายกับวิธีที่ใช้กับเสาหรือกำแพง แต่วิธีนี้เป็นการถ่ายภาพในมุมมองที่วัตถุอยู่ต่ำๆ บางทีท่านอาจต้องนอนราบกับพื้นเพื่อถ่ายภาพนะครับ ถ้าไม่นอนราบ ท่านก็คงต้องนั่งลงหรือหมอบให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เทคนิคนี้ นักเรียนบางคนขอบาย ไม่ยอมถ่ายภาพ ด้วยเหตุผลส่วนตัว เช่นมีบางส่วนของร่างกายล้ำหน้าออกมามากเกินไป อิอิ พุงครับพุง... วิธีนี้ ช่วยให้เราใช้ความไวชัตเตอร์ให้ต่ำลงมาได้ ซึ่งมีผลทำให้ ISO ที่กล้องต้องการลดต่ำลงมาด้วย และทำให้เกิดผลดีต่อภาพถ่าย คือ สัญญาณรบกวนที่เรียกว่าน้อยส์ ก็จะลดลงตามไปด้วย จับประคองหรือกดกล้องและเลนส์ให้นิ่งที่สุด เล็งภาพ ปรับโฟกัส จัดองค์ประกอบภาพ เมื่อได้ตามต้องการแล้ว ให้กลั้นลมหายใจก่อนแล้วจึงกดชัตเตอร์...แชะ...แล้วยิ้มอีกครั้งครับ

 

 

 

 

  หลังจากฝึกถ่ายภาพภายในอาคารที่ที่มีแสงน้อยกันแล้ว จึงพากันออกมาถ่ายภาพกลางแจ้งกันต่อ เพราะตอนนี้เป็นเวลาบ่ายเย็นลงแล้ว สภาพแสงภายนอกดูนุ่มนวลตาขึ้นมากแล้ว มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่ได้เคยพบเห็นมาเล่าให้ฟัง เคยเห็นบางคนชอบใจถูกใจกับเลนส์ที่สว่างๆ มีค่าเอฟสตอปกว้างๆเช่น f 2.8 และก็นิยมใช้ค่า f 2.8 นี้ถ่ายภาพมาตลอด เพราะให้ภาพที่ใส และไม่ต้องใช้ความไวชัตเตอร์ที่สูงๆมากนัก จึงไม่ต้องเปิดค่า ISO ให้สูงเกินไป เป็นการลดน้อยส์ไปในตัว แต่ในการถ่ายภาพที่ต้องการมิติรูปทรง มิติใกล้ไกล มิตินูนเว้านั้น การใช้ค่า f 2.8 อาจทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดเฉพาะตรงส่วนระนาบที่จุดโฟกัสเท่านั้น พื้นที่ระนาบที่อยู่นอกระนาบโฟกัส อาจจะเบลอเกินไป ทำให้ภาพขาดมิติไป อาจได้เฉพาะภาพที่ชัดใส แต่ดูแบน ขาดมิติไปอย่างน่าเสียดาย อยากให้ลองเปลี่ยนขนาดช่องรับแสงให้แคบขึ้นบ้าง บางที ท่านอาจได้ภาพที่ชัดใสอย่างที่เคยใส แต่ได้มิติในภาพ ได้เส้นสาย ได้ลวดลายพื้นผิวเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์...

 

 

 

 

 

 

 

 

  

เพลงประกอบวิดีโอที่เลือก 

IF I COULD BE WHERE YOU ARE 4.04 นาที

https://www.youtube.com/watch?v=S0zK8NCGnEo

 

ขอเชิญท่านชมวิดีโอคลิปจากยูทูป

สบายอารมณ์...เดินชมวัดที่อยุธยา

 

 

 

  

แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อๆไปนะครับ

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจที่ดีเสมอมา

ขอขอบคุณ OkNATION.NET

ที่ให้พื้นที่ในการแบ่งปันความสุข

ขอบคุณครับ

 

 

โดย ลุงชาติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net