วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นายกฯควรสู้กับปัญหา ไม่ใช่สู้กับคนที่ทักท้วงท่าน


หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 26 ธันวาคม 2558 พาดหัวข่าวถึงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่า

ยัวะสื่อวิจารณ์ผลงานรัฐบาลไม่สร้างสรรค์ ประยุทธ์ลั่น "ฉันจะสู้ต่อ" ยันไม่บ้าสั่งผ่านประชามติ ตามด้วยท่าทีของพรรคเพื่อไทย...

ผมตามเข้าไปอ่านเนื้อในพบว่า นายกฯ ฉุนเฉียวเมื่อพบว่าสื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่ชื่นชมการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีของรัฐบาล

"หลายคนวิจารณ์ว่าใช้เวลานานเกินไป หลายคนไม่เข้าใจ หาว่ามีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ พอถามกลับว่าเนื้อคืออะไรก็บอกว่าอย่างเช่นการเขียนลอตเตอรี่ได้ในราคาฉบับละ 80 บาท.. ถ้าอย่างนี้ไม่ต้องปฏิรูป เพราะขาดความเข้าใจซึ้งกันและกัน" และอีกตอนหนึ่ง กล่าวว่า

"ในเรื่องของนโยบาลเร่งด่วนที่ต้องแก้ทั้ง 6 ด้าน จะทำให้เห็น แล้วเวลา 1 ปี 6 เดือนก็จะเห็นว่าที่ผ่านมาสิ่งที่แก้ไข สิ่งที่กำลังทำและสิ่งที่จะทำในอนาคตทั้งหมดคือแผนการปฏิรูป บางอย่างอาจจะจบภายใน 1 ปี แต่บางอย่างต้องใช้เวลา

และที่วันนี้ต้องมียุทธศาสตร์ 20 ปี เพราะคนรุ่นใหม่ยังไม่เกิด เราจึงต้องคาดหวังในอนาคตข้างหน้าทุกกระทรวงต้องเตรียมงานไว้ ต้องร่วมกันสร้างกลไกในการขับเคลื่อนในอีก 1 ปี 6 เดือน ถ้าไม่ทำมีเรื่องแน่"

และอื่น ๆ อีกมากมายที่บอกให้รู้ว่านายกรัฐมนตรีอารมณ์ไม่ดี ไม่พอใจปัจเจกบุคคคและสื่อมวลชนที่ไม่สรรเสริญเยินยอรัฐบาลว่าทำงานได้อย่างดีเยี่ยมในทัศนะของนายกรัฐมนตรี จึงหลุดปากกันนักข่าวว่า "ฉันจะสู้และแก้ปัญหาต่อไป"

ผมหยิบประเด็นนี้มาเขียน เพราะเข้าใจว่านายกรัฐมนตรีกำลังเข้าใจอะไรผิดหลายอย่าง - ผมคนหนึ่งละที่ผิดหวังกับการทำงานของรัฐบาล หลังจาก "ปล่อยให้ทำงานตามที่ขอเวลา" เอาไว้

ผมผิดหวังเพราะรัฐบาลทำไม่ได้อย่างที่แถลงนโยบาย 11 ด้านไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 จนแทบจะเรียกว่า "ล้มเหลว" ทุกด้านก็ว่าได้

รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 19 กำหนดหน้าที่ของรัฐบาลไว้ 3 ประการ 1.การบริหารราชการแผ่นดิน 2.การดำเนินการให้มีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ และ 3.การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ

รัฐบาลนี้กำหนดโรดแมปในการบริหารราชการแผ่นดินตามหน้าที่ รัฐบาลตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนี้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ - ตามที่แถลงไว้จริง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยกให้ 1 ด้านคือ การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่รัฐบาลสามารถสืบหากลุ่มผู้บ่อนทำลายสถาบันฯ มาลงโทษได้เป็นจำนวนไม่น้อย เรื่องนี้ผมขอยกย่องว่ารัฐบาลทำได้ดี

แต่กับการปฏิรูปประเทศฯ ผมยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม ยิ่งกับการส่งเสริมความสามัคคีและสร้างปรองดองก็ยิ่งดูห่างไกลจากความเป็นจริงอย่างยิ่ง

นายกฯพูดอีกตอนหนึ่งว่า "สิ่งที่ทำวันนี้คือการเอาประวัติศาสตร์มาเรียกรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน วันนี้จะแก้อย่างไร"

แต่ถามจริง ๆ ว่า ประวัติศาสตร์ไม่ได้บอกหรือว่า เกษตรกรชาวไร่ชาวนาชาวสวนเดือดร้อนเพราะภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก และในปีหน้า 2559 ก็มีแนวโน้มว่า จะแล้งอย่างรุนแรงกว่าเดิม

แทนที่จะทุ่มเทงบประมาณแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาตามที่เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ รัฐบาลกลับทุ่มเทงบประมาณไปกับโครงการที่ใช้เงินสูงเช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งเป็นโครงการของอนาคตทั้งสิ้น

อย่างนี้หรือ ที่เรียกว่าการเรียนรู้ปัญหาจากประวัติศาสตร์ - รัฐบาลนี้ตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำท่วมขึ้นมาชุดแล้วชุดเล่า ไม่ต่างจากรัฐบาลที่มาจากนักการเมือง (หรือไม่จริง - ฮา)

นายกฯพูดอีกตอนหนึ่งว่า "เราจะไม่แบ่งคนไทยให้เป็นซ้าย เป็นขวาอีกแล้ว เราต้องให้คนไทยมาอยู่ตรงกลางให้ได้ มากบ้าง น้อยบ้าง ช่างเขาเถอะ จะสีไหนก็เอากลับมา"

ถ้าหมายถึงหน้าที่ 1 ใน 3 ของตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ ก็ทำเถอะครับ เพราะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประเทศชาติและบ้านเมืองทั้งสิ้น

นายกฯบอกกับนักข่าวทำเนียบรัฐบาลขณะรับประทานอาหารร่วมกันว่า "ฉันจะสู้แบะแก้ปัญหาต่อไป"

ผมเห็นด้วยครับ และขอให้ "แก้ปัญหา" ให้ถูกจุดนะครับ ที่สำคัญขอให้สู้กับปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่สู้กับคนที่ทักท้วงท่านด้วยความปรารถนาดีนะครับ !

 

 

โดย ภาณุมาศ_ทักษณา

 

กลับไปที่ www.oknation.net