วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2558

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รักเจ้าไว้ยังไออุ่นกัน ... ภูสอยดาว


  

หัวหน้าเผ่าตีเกราะเคาะไม้โปรโมททริป "ภูสอยดาว" อยู่หลายรอบ

คิดหนักอยู่เหมือนกันค่ะ

ทางไกลหนอ ... สูงชันหนอ ...จะไหวไหมหนอ

เสียงรือเสียงเล่าอ้างว่า "หนักหนากว่าภูกระดึง และ เขาหลวงนครศรีธรรมราช"

ผ่านมาแล้วทั้งสองภู ไม่มีอะไรต้องหวั่นกลัว ถ้าพลาด จะมีโอกาสอีกหรือเปล่า โดยเฉพาะกับสหายที่ไปด้วยในครั้งนี้


วันศุกร์มีหน้าที่เตรียมเครื่องครัว พร้อมกับอาหารสำหรับ 6 คน ใน 3 วัน พยายามจัดของที่ไม่หนักมากนัก จาน ช้อน แก้ว ทุกคนนำของส่วนตัวไปเอง

อาหารในวันแรก ไม่ต้องเตรียม มื้อเช้าหาทานที่ร้านสวัสดิการก่อนขึ้นภู มื้อกลางวันและมื้อเย็นมีข้าวเหนียวหมูเจ้าอร่อยของพี่ป้อม

วันที่สอง มื้อเช้า แซนวิชปูอัด ข้าวเหนียวหมูก็ยังมี มื้อกลางวันผัดกระเพราปลากระป๋อง ต้มโค้งปลากรอบ ไข่เจียวปูอัด  มื้อเย็น ไข่ดาวซอสมะขาม ผัดถั่วลันเตา ยำปลาเค็ม แถมด้วยไข่น้ำ

วันที่สาม มื้อเช้าแซนวิชแฮม มาม่าร้อนๆอีกคนละถ้วย มื้อกลางวันระหว่างลงภูเป็นข้าวเหนียวหมูอีกเช่นเคย

ก่อนเดินทางกังวลกันว่ารถเก๋งพื้นที่น้อยจะไม่พอวางสัมภาระ ผู้โดยสาร 5 คน ทั้งของทั้งคนเลยเบียดๆกันไป ต้องย้ายบางส่วนไปไว้กับผู้ร่วมคณะอีกคันเมื่อพบกันระหว่างทาง

ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ในรุ่งเช้า ทานอาหาร เตรียมสัมภาระ ชั่งน้ำหนัก ส่งทั้งหมดให้เป็นภาระของลูกหาบในการขนขึ้นไป คิดกิโลกรัมละ 35 บาท (ลูกหาบได้ 30 บาท/กิโล ส่วนอีก 5 บาทเข้าอุทยานฯ)

เราขึ้นรถกระบะที่อุทยานฯจัดไว้ ต่อไปยังน้ำตกสอยดาวห่างออกไปเพียง 1 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นภู ระยะทางจากน้ำตกภูสอยดาว ถึงลานสน รวม 6.8 ก.ม.

 

 

วันศุกร์เดินนำไปก่อน ตามด้วยคณะอื่น 5-6 คน ครอบครัวพี่ชาลี และพี่ป้อม ป่าเขียวสด ด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ความชุ่มชื้นสูง แต่ไม่ถึงกับเฉอะแฉะ เดินสบายมากในช่วงแรก เลาะเลียบข้ามลำธาร เข้าสู่ป่าไผ่สลับป่าเบญจพรรณ

ถึง "เนินส่งญาติ" ครอบครัวของพี่ชาลีตามมาทัน น้องแจน พี่ไก่แรงยังดี แต่พี่ป้อมหายไปไหน เพิ่งฟื้นจากป่วยได้ไม่นาน รออยู่เพียงครู่ ก็โผล่พ้นแนวไผ่มาด้วยรอยยิ้ม ปีนบันไดขึ้นสู่เนินส่งญาติด้วยกัน

เนินแรกก็สูงชันเพียงนี้

ในบรรดาผู้ร่วมทาง เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเสียส่วนมาก ได้ยินเสียงบ่นแว่วๆ

"ทำไมไม่มีร้านค้า ร้านอาหารเหมือนภูกระดึง จะได้ซดหวานเย็นกันให้ชื่นใจ"

โธ่เอ๋ย ... ถ้าเหมือนกันก็ไม่มีความต่างให้ประทับใจนะซี

ฝอยฝนบางเบา ...

เดินหน้าต่อไปไม่เร่งรีบ แม้จะสูงชันแต่กำลังขายังไหว ถึงกระนั้นก็ต้องหยุดพักหอบหายใจเป็นระยะ ครอบครัวพี่ชาลีล่วงหน้าไปไกลแล้ว มีเพียงข้าวเหนียวคนละห่อ ส่วนหมูทอดรวมอยู่ที่วันศุกร์ นึกไม่ถึงว่าจะต้องแยกย้ายกันเดิน 

 



ไต่ระดับขึ้นสู่ "เนินปราบเซียน"  รอบตัวล้วนแต่เป็นไผ่สูง ไผ่ต่างสี สวยงามในสายฝน

จากบางเบา ก็พร่างพรูลงมา

เสื้อกันฝนหลากสีเดินก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของคนเดินทาง ที่ต้องเผชิญได้ในทุกสถานการณ์

ต้นไม้เริ่มหนาตา ทางยังเดินได้ดีไม่ลื่นอย่างที่คิด

เข้าสู่เขต "เนินป่าก่อ" ต้นก่อหรือต้นโอ๊กสูงใหญ่อยู่ในม่านหมอก หลังฝนหยุดนิ่ง

เราอยู่ที่ไหนกัน ป่าเทพนิยาย ป่าเวทมนต์ หรือจะเป็นป่าเชอร์วูด

บ่ายสองแล้ว ... เกินครึ่งทางมานิดหน่อยเท่านั้น

 



         ขอบคุณภาพจาก  BG POM-POM

ผ่านป่าสูง ต้นไม้ใหญ่ ร่มครึ้ม ตลอดทาง

มาจนถึง "เนินเสือโคร่ง"  เรี่ยวแรงเริ่มล้า

เบื้องหน้าบนยอดภูลิบๆเห็นมนุษย์ตัวจิ๋วเดินเรียงอยู่ที่นั่น ... "เนินมรณะ"


มองเห็น แต่ไปยังไม่ถึง

ใกล้ตา ไกลตีน 

... เป็นเช่นนี้

 

พี่ป้อมมองยอดเนิน ทำตาปริบๆ 

"กินข้าวเหนียวหมูเอาแรงกันดีกว่าจะบ่ายสามแล้ว"

 

ไต่ความสูงชันกันอีกครั้ง อีกครั้ง และ อีกครั้ง

เท้าเริ่มสะดุด  ก้นหนักอึ้ง หยุดพักบ่อยขึ้น ด้วยขาหมดกำลัง


ผ่านดงอ้อ

พ้นดงเฟิน

บนชะง่อนหิน เห็นทะเลภูเขาทอดยาวสลับซับซ้อน

ภูสูง

ผาชัน


เหวลึก

ขุนเขาสีน้ำเงิน

ป่าดิบผืนใหญ่


และตัวเรา ที่อยู่ตรงนี้ ดูช่างเล็กกระจ้อยร่อยเสียจริง

 


ชมวิวบริเวณเนินเสือโคร่ง

มุมมองจากเนินเสือโคร่ง เห็นเนินมรณะสูงลิบ

  

ระหว่างเดินขึ้นเนินมรณะ ไม่มีต้นไม้ที่ให้ร่มเงา

โชคดีมาก ... วันนี้อากาศไม่ร้อน ฝ น ต ก จึงมีหมอกมาห่มป่า สวยราวดินแดนแห่งเทพ

ผ่านเนินมรณะมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

อ้อยอิ่งอยู่นาน กับสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์

สายหมอกยังคงเต้นระบำ ตามท่วงทำนองของสายลม


กว่า 7 ชั่วโมง จากน้ำตกภูสอยดาว ถึงลานสน ใช้เวลามากกว่าปกติ

แต่ก็นับว่าคุ้มค่า

กับการได้ทักทายดอกไม้ขี้อายที่ซุกซ่อนตามรายทาง

ได้อิงแอบรับไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ สง่างามด้วย กิ่ง ก้าน ใบ

ได้แตะต้องหยาดน้ำ ค้างใบไม้

 

ใกล้ตา

ไกลตีน

เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

มีพลังที่จะไปให้ถึง

 ขอบคุณเพลง "ใกล้ตา ไกลตีน" ของคาราวาน

ที่ช่วยนำทางในการเขียน

"รั ก เ จ้ า ไ ว้ ยั ง ไ อ อุ่ น กั น"

... ภูสอยดาว

 


ขุนเขาและสายหมอก ระหว่างขึ้นเนินมรณะ

 

อยู่ในวงล้อมของดงเฟินเมื่อพ้นจากเนินมรณะ 

 
เข้าสู่เขตป่าสน  ถึงแล้ว  "ลานสนภูสอยดาว"
  

 

 

ลงจากภู อำลาลมหนาว สายหมอกละมุน

กั บ คำ สั ญ ญ า 

รั ก เ จ้ า ไ ว้ ยั ง ไ อ อุ่ น กั น

 


 ใ ห้ เ จ้ า โ บ ย บิ น   สู่ ฟ า ก ฟ้ า . . . แ ด น ส ร ว ง

 

 ๐ ๐ ๐

 

 

ใกล้ตา ไกลตีน : คาราวาน

 

โดย wansuk

 

กลับไปที่ www.oknation.net