วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“เขาค้อทะเลภู” เติมเต็มคุณภาพชีวิต เรียนรู้ธรรมชาติบนความพอเพียง


โดย ผู้จัดการออนไลน์

“บ้านของธรรมชาติและความงามแห่งชีวิต” ประโยคดังกล่าว เป็นทั้งคำนิยาม และแนวคิดหลักในการดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปีของ “เขาค้อทะเลภู” ที่ตั้งมั่นจะอยู่คู่กับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน สามารถเลี้ยงดูตัวเองและทีมงานได้อย่างเป็นสุข โดยผลกำไรสูงสุด คือ ความสุขทางจิตใจมากกว่าตัวเงิน
       


สนธิ์ ชมดี” เจ้าของบริษัท เขาค้อทะเลภู จำกัด
       ทุกวันนี้ ชื่อของ “เขาค้อทะเลภู” รู้จักกันดีในฐานะรีสอร์ทที่อุดมด้วยธรรมชาติสมบูรณ์แบบ ตั้งอยู่ใน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เคียงคู่กับผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปเพื่อสุขภาพนานาชนิดในชื่อเดียวกัน ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว คือ “สนธิ์ ชมดี” วัย 54 ปี เจ้าของบริษัท เขาค้อทะเลภู จำกัด
       
       “ผมอยากเป็นเกษตรกร” สนธิ์ ย้อนให้ฟังถึงแนวคิดแรกเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว จากเดิมที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่ในกรุงเทพฯ ตัดสินใจทิ้งอาชีพเดิม แล้วเดินตามความฝันของตัวเอง
       
       “คงเป็นเพราะผมโตขึ้นมากับสังคมเกษตรกร หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ มาสักระยะ ก็อยากจะกลับไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะอยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางกายและใจ ก็คิดจะทำธุรกิจรีสอร์ทเล็กๆ ที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในทุกมิติ”
       

       สนธิ์ ในวัย 34 ปี เริ่มตระเวนเสาะหาพื้นที่ทั่วประเทศ จนมาหยุดที่เขาค้อ ด้วยเหตุผลประทับใจตั้งแต่แรกที่มาถึง เพราะอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้ง บรรยากาศเงียบสงบ

ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป
       เขาลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1-2 ล้านบาท ซื้อที่ดิน 50 ไร่ มาปรับปรุงสภาพแวดล้อม ซึ่งเวลานั้น ที่ดินแปลนนี้ ยังเป็นดินสีแดง ไม่มีต้นไม้ใหญ่เช่นในปัจจุบัน ค่อยๆ ซื้อต้นกล้าหลายพันธุ์มาลงปลูกด้วยตัวเอง โดยจำลองวิธีจากธรรมชาติ ไม่สนใจว่าจ้างนักจัดสวนมืออาชีพ

       “จุดมุ่งหมายสูงสุดของผมไม่ได้อยู่ที่กำไรตั้งแต่แรก แต่ผมอยากทำเกษตรที่พึ่งพาตัวเอง ซึ่งผมเชื่อว่า ที่สุดแล้ว มันจะดีต่อทั้งระบบเศรษฐกิจของชาติ สุขภาพของเรา และระบบนิเวศ ดังนั้น การปรับปรุงพื้นที่ผมก็จะใช้หลักการของธรรมชาติ เช่น การปลูกพืชจะก็ดูสภาพดินว่าเหมาะกับพืชชนิดใด ก็จะหว่านที่ละหลายๆ ชนิดพร้อมๆ กัน ยิ่งหลากหลายยิ่งเพิ่มความสมดุล ป้องกันศัตรูพืชที่จะมากินชนิดใดชนิดหนึ่ง และเราก็สามารถปลูกป่าสมบูรณ์ขึ้นมาเองโดยไม่ต้องใช้สารเคมีทำลายธรรมชาติ”

       ความรู้ด้านนิเวศวิทยาต่างๆ สนธิ์ ศึกษาด้วยตัวเองทั้งสิ้น ซึ่งแตกต่างจากด้านกฎหมาย ที่เขาจบจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง

ศูนย์สุขภาพของ “เขาค้อทะเลภู”
       บทเรียนจากมหาวิทยาลัยแห่งธรรมชาตินี่เอง ช่วยให้สามารถเนรมิต “เขาค้อทะเลภู” กลายเป็นรีสอร์ทที่มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ สร้างชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอ จากพื้นที่ 50 ไร่ เพิ่มเป็น 200 ไร่ มีบ้านพักกว่า 90 ห้อง อีกทั้ง เพิ่มเติมส่วนร้านอาหารสมุนไพร “ครัวทะเลภู” ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดเก็บจากในพื้นที่ตัวเอง

บริการนวดแผนไทย
       นอกจากนั้น ขยับสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร ส่วนหนึ่งเพื่อเสริมรายได้ให้พนักงานในยามว่างจากฤดูท่องเที่ยว และอีกส่วนต้องการสานต่อธุรกิจให้พึ่งพาตัวเองได้ครบวงจร

ด้านหน้าร้าน “ครัวทะเลภู”
       “ปัญหาของเกษตรกรไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คือ ขายของสด แล้วก็โดนกดราคา ดังนั้น เราจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของระบบนี้ ทางรอด เราต้องพัฒนาจากทรัพยากร และภูมิปัญญาของตัวเอง ผมเริ่มคิดถึงการแปรรูปอาหารของคนโบราณ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อะไรเลย ก็สามารถแปรรูปได้ เราก็ใช้วิธีเหล่านี้ แปรรูปอาหาร และเลือกใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น ทำให้ไม่ต้องลงทุนสูงเลย”

       สินค้าเกษตรแปรรูป “เขาค้อทะเลภู” เริ่มเมื่อปี 2540 อาศัยวางขายในร้านอาหารของตัวเอง จากนั้น ขยายช่องทางสู่ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ผลการแปรรูปดังกล่าว ช่วยให้ทุกวันนี้ รายได้ส่วนนี้แซงรายได้ของรีสอร์ทไปแล้วกว่า 5 เท่าตัว และมีอัตราเพิ่มขึ้นปีละ 20% สม่ำเสมอ
       
       สนธิ์ ระบุต่อว่า การทำธุรกิจโดยพึ่งตัวเอง ไม่มุ่งหวังกำไรด้านตัวเงินเป็นเป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างภูมิคุ้มกันธุรกิจเป็นอย่างดี สภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร สามารถปรับตัวให้สอดคล้องได้เสมอ ขณะเดียวกัน ไม่ต่อต้านการขยายธุรกิจ แต่จะทำตามความจำเป็นและเหมาะสม เช่น ไม่นานมานี่ ได้เพิ่มเติมทำศูนย์สุขภาพ ปรับปรุงสภาพโรงงาน และพื้นที่เกษตร รวมถึง เปิดร้านสปา “ไทสบาย” ในกรุงเทพฯ เพื่อให้ธุรกิจครบวงจรตามที่ตั้งใจไว้ โดยได้สินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยมาดำเนินการ
       
       ความสำเร็จของ “เขาค้อทะเลภู” ในวันนี้ ถ้าถามนักการตลาดสมัยใหม่ อาจอธิบายถึงทฤษฏีสร้างจุดขายเป็นแหล่งพักผ่อนตามธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นน่าจดจำ แต่สำหรับตัวเจ้าของกิจการ อธิบายว่า ทุกอย่างที่สร้างขึ้น เกิดจากจิตวิญญาณที่ชัดเจนในตัวเอง

       “เมื่อก่อนเราจะพูดถึงหลักตลาด 5 P เดี๋ยวนี้ พูดกันถึงการสร้างแบรนด์ แต่ผมว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ จิตวิญญาณที่จะมุ่งมั่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเราทำอย่างจริงจังแล้ว จะเกิดผล มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมองเห็น ถึงจะเป็นกลุ่มไม่ใหญ่ แต่จะยั่งยืนและถาวร” สนธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์

http://www.manager.co.th/Lite/ViewNews.aspx?NewsID=9500000095768

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net