วันที่ พุธ มกราคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เตรียมพร้อมปรับตัวอสังหาเปลี่ยยุค


เตรียมพร้อมปรับตัวอสังหาเปลี่ยยุค

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์รวมตัวกันแบ่งปันความรู้ ความสำเร็จ และข้อผิดพลาดในการทำธุรกิจของตัวเองให้กับนักพัฒนาอสังหาฯ รุ่นใหม่ผ่านหลักสูตรต่างๆ มากขึ้น โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง “อนันต์ อัศวโภคิน” ซึ่งอยู่ในแวดวงอสังหาฯ มานานถึง 42 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่มองว่าถึงเวลาที่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีจุดเด่นในการทำธุรกิจด้านต่างๆ ควรแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้ที่สนใจ เพราะนับจากนี้การแข่งขันในธุรกิจอสังหาฯ จะเข้มข้นขึ้นจากหลายจุดเปลี่ยน ทั้งเทรนด์ของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภค


อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และผู้ก่อตั้งหลักสูตร เดอะ เน็กซ์ เรียล ร่วมกับมหาวิทยาลัยชินวัตร และบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามา แม้ว่าเรื่องนั้นๆ จะเป็นเรื่องเก่าที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่นระบบก่อสร้าง ที่แม้ว่าระบบก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำเร็จรูปแบบพรีแฟบจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเข้ามาในอุตสาหกรรมก่อสร้างมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ระบบดังกล่าวก็มีพัฒนาการของเทคโนโลยี มีอะไรที่ทันสมัยมากกว่าในอดีต ซึ่งผู้ประกอบการต้องตามให้ทันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน


ขณะที่ระบบไอทีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารองค์กร ซึ่งหากวางระบบไอทีให้ดี สามารถที่จะเชื่อมต่อทุกหน่วยงานเข้ากันได้ ตั้งแต่ระบบออกแบบยันระบบก่อสร้าง เชื่อมไปถึงระบบขาย การตลาด และ ทุกหน่วยงาน ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายยังก้าวตามไม่ทัน หรือแม้แต่การโฆษณาในยุคใหม่ๆ ก็ต้องเรียนรู้การใช้สื่อออนไลน์ให้มากขึ้น สื่อที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จในอดีต อาจไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในวันนี้ได้


วิธีคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาธุรกิจก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบนโลกนี้ไม่มีธุรกิจอะไรที่ใหม่แล้ว ดังนั้น ต้องหาวิธีคิดใหม่ให้ธุรกิจเก่ากลายเป็นเรื่องใหม่ๆ เช่น กรณีอูเบอร์แท๊กซี่ ก็คือธุรกิจแท๊กซี่ ไม่ใช่ธุรกิจใหม่ แต่คิดใหม่ นั่นคือ เป็นผู้รวบรวมผู้ให้บริการแท๊กซี่มาอยู่ในมือ เช่นเดียวกับธุรกิจอสังหาฯ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหม่เลย จากการที่อยู่ในแวดวงนี้มายาวนานเห็นการขึ้นลงของธุรกิจ เช่นเดียวกับการบริหารจัดการ ก็ต้องคิดใหม่ ปัจจุบันจะเห็นว่าหลายองค์กรใหญ่หันมาใช้วิธีเอาต์ซอร์สในบางหน่วยงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักมากขึ้นเพื่อลดต้นทุน และเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองเชียวชาญ


อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจอสังหา นั่นคือ การมีวิธีการระดมเงินทุนใหม่ๆ อย่างกองทุนอสังหาฯ ที่เจ้าของโครงการสามารถขายอสังหาฯ ที่เป็นรายได้ระยะยาวเข้ากองทุนอสังหาฯ ได้และนำเงินออกมาพัฒนาโคงการใหม่ๆต่อ
“โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก เมื่อขายเทอร์มินอล 21 เข้ากองทุนฯ ได้แล้ว ก็มีเงินที่จะเปิดสาขาใหม่ๆ ได้ต่อเนื่องทั้งที่ นครราชสีมา พัทยา หาดใหญ่ และขอนแก่น จึงอาจกล่าวได้ว่า ทุกวันนี้ไม่ได้มีผู้ประกอบการค้าลีกรายหลักๆ แค่ 2 รายเหมือนในอดีตแล้ว เช่นเดียวกับธุรกิจโรงแรม ที่อดีตเป็นธุรกิจที่ไม่น่าทำ เพราะคืนทุนช้า แต่เพราะมีกองทุนอสังหา ที่ช่วยระดมเงินทุน ก็ทำให้ธุรกิจโรงแรมมีความน่าสนใจมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันโลว์คอสต์แอร์ไลน์ทำให้เกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งคนไทยเที่ยวไทย และต่างชาติเที่ยวไทย ทำให้เกิดความต้องการที่พัก ซึ่งคนที่เดินทางด้วยโลว์คอนสต์แอร์ไลน์จะไม่พักโรงแรม 5 ดาว ดังนั้นโรงแรมราคาประหยัดหรือบัดเจ็ตโฮเต็ลจะน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งกลุ่มแลนด์ฯ ก็ให้ความสนใจที่จะลงทุนในโรงแรมรูปแบบนี้”


ด้านธุรกิจที่อยู่อาศัยมีจุดเปลี่ยนหลายอย่างมาก โดยเฉพาะรถไฟฟ้าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในอดีตก่อนหน้าที่กระแสที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้ายังไม่แรงเท่าทุกวันนี้ บ้านเดี่ยวกินส่วนแบ่งตลาดที่อยู่อาศัยมากถึง 70% พอรถไฟฟ้าบูมคอนโดมิเนียมก็แทนที่ตลาดบ้านเดี่ยว แต่อนาคตรถไฟฟ้าจะขยายไปชานเมืองมากขึ้น คนไม่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองความต้องการที่อยู่อาศัยอาจจะเปลี่ยนไปเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบอีกรอบก็ได้ อีกทั้งการเปลียนแปลงของโลกที่เร็วมาก ทำให้แบบบ้าน ฟังก์ชั่นบ้านต้องปรับใหม่ในทุก 4-5 ปี ซึ่งเทรนด์โลกและพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ การออกแบบที่อยู่อาศัยต้องมองถึงคนกลุ่มนี้ด้วย

Cr.posttoday

โดย สิงห์BTS

 

กลับไปที่ www.oknation.net