วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผมไม่ได้เล่งผลเลิศว่าจะได้อะไร แต่อยากรู้ว่าเรื่องที่ผมเสนอถึง กรธ.ไหม


10555

 

ในร่างรัฐธรรมนูญ ที่อาจารย์มีชัยและคณะจัดทำ และกำลังให้คนไทยทุกคนช่วยกันพิจารณาว่ามีอะไรดีหรือไม่ดีอย่างไรนั้น

ในมาตรา ๑๓๙ หมวด ๗ รัฐสภา ส่วนที่ ๔ บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง บัญญัติไว้ว่า “ใน การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือ จำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติ ในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้”..

จาก นั้นได้คำอธิบายอีกยืดยาว ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียดนะครับ เพราะประเด็นที่ผมจะนำเรียนอาจารย์มีชัย มิได้อยู่ตรงนั้น แต่ผมขออ้างถึงมาตรา ๑๓๙ เพื่อสนับสนุนเรื่องที่ผมจะเขียนครับ

ใน วันที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) เปิดให้สมาชิกอภิปรายถึงข้อดี-ข้อเสีย และสิ่งที่ควรตัดออก หรือเพิ่มเติมในร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.2559 นั้น ผมจำได้ว่า

ได้ มีสมาชิก สปท.สายการเมืองคนหนึ่งได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงความเข้มข้นของมาตรา ๑๓๙ ที่อาจส่งผลให้ คณะรัฐมนตรี ส.ส.หรือ ส.ว.พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ได้ทันทีหาก ทำผิดเข้ามาตรา ๑๓๙ นี้

และทันทีที่ฟังสมาชิก สปท.คนนั้นพูดจบ ผมรู้สึกดีใจมาก ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ “มีอาวุธ” เอาไว้ประหัตประหารนักการเมืองเลว ๆ ในคราบของรัฐมนตรี หรือ ส.ส.หรือ ส.ว.เอาไว้ดีมาก

แต่ ในมาตรา ๑๓๙ ก็หาได้ครอบคลุมไปถึงพฤติการณ์ หรือการกระทำของบรรดาข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ แต่อย่างใดไม่ ผมจึงขอนำเรียนอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะ ประธาน กรธ.ว่า

มีความเป็นไปได้หรือไม่ กรธ.จะเพิ่มบทลงโทษ ข้าราชการกรมต่าง ๆ ที่ชอบ “ของบกลาง” เพื่อนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ทั้ง ๆ ทุกกรมต่างก็มีเงินงบประมาณประจำปีใช้อยู่แล้ว

ผม ขอยกตัวอย่าง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตั้งงบประมาณประจำปีที่สอดคล้องกับแผนงานต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่กรมชลประทานก็พยายามเบียดบังงบกลางอยู่บ่อย ๆ

เช่น ขอเพิ่มงบเพื่อนำไปช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งที่โน่นที่นี่เป็นเงินเท่านั้นเท่า นี้ ทั้ง ๆ เพิ่งผ่านปีงบประมาณมาเพียง 4 เดือน แต่กรมชลประทาน ก็พยายามให้รัฐมนตรีเกษตรฯเสนอขอให้อีก

หรือล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีงบประมาณสำหรับใช้จ่ายอยู่แล้ว ก็เตรียมขอ “งบกลาง” จากรัฐบาลเพื่อไปใช้เป็นกรณีพิเศษเช่นกัน

จากตัวอย่างของสองส่วนราชการนี้ สะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมา มีความร่วมมือระหว่างนักการเมืองกับข้าราชการบางคนบางหน่วยพยายามใช้ “ช่องโหว่” ทางกฎหมาย “หาเงิน” ไปใช้ร่วมกัน

และ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการระดับอธิบดีที่ ไม่สามารถวางแผนประจำปีได้อย่างรอบด้าน ซึ่งน่าที่จะถูกประเมินไม่ให้ผ่านอีกด้วย

ผม จึงนำเรียนอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กรุณารับไว้พิจารณาด้วยครับ หากเห็นว่าเหมาะสมกรุณาตราไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย กราบขอบ

โดย ภาณุมาศ_ทักษณา

 

กลับไปที่ www.oknation.net