วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรคจิตเภท


 
โรคจิตเภทเป็นโรคจิตที่พบได้บ่อยที่สุด  มีอาการผิดปรกติของความคิด การแสดงออกของพฤติกรรม การรับรู้และอารมณ์ที่ผิดไปจากคนปรกติทั่วๆไป  
อาการนำ ก่อนที่จะปรากฎอาการทางจิตอย่างชัดเจนผู้ป่วยส่วนมากจะมี "อาการนำ" ให้คนใกล้ชิดได้เห็น เช่น แยกตัว ไม่เข้าสังคม มีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น พูดคนเดียว เก็บสะสมสิ่งของที่ไม่มีประโยชน์ การทำงานบกพร่อง ไม่สนใจความสะอาดของร่างกายและการแต่งตัว อารมณ์ทื่อ ไม่มีอารมณ์หรืออารมณ์ไม่เหมาะสม พูดจาวกวน คลุมเครือ มีความคิดแปสกๆ เช่น เชื่อในไสยศาสตร์ โทรจิต เป็นต้น  
อาการของโรคจิตเภท    
๑.อาการท่ีเกิดจากความผิดปรกติของความคิด  
+ อาการหลงผิด ผู้ป่วยมีความเชื่อผิดๆ เชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง โดยที่ใครๆก็ไม่สามารถพูดอธิบายด้วยเหตุผลเพื่อให้ผู้ป่วยเปลี่ยนความคิดนั้นได้  ยกตัวอย่างเช่น หลงผิดหวาดระแวง ซึ่งเป็นความหลงผิดที่พบบ่อยมากที่สุด ผู้ป่วยจะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง ไม่หวังดีหรือจะทำร้ายตน อาการหลงผิดอื่นๆ เช่น เชื่อว่าคนอื่นกำลังพูดคุยในเรื่องของตน เชื่อว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ มีความสามารถพิเศษ เชื่อว่ามีวิญญาณอยู่ภายในร่าง  แล้วคอยบอกให้ผู้ป่วยคิดหรือกระทำสิ่งต่างๆ  
+อาการที่เกิดจากความผิดปรกติของความคิดอื่นๆ เช่น มีความคิดไม่ปะติดปะต่อกัน เวลาผู้ป่วยพูด ผู้ฟังจะสังเกตได้ว่า คำพูดหรือเรื่องราวที่พูดไม่ต่อเนื่องกัน ฟังไม่รู้เรื่องว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เพราะเปลี่ยนเรื่องพูดไปเรื่อยๆ หรือตอบไม่ตรงคำถาม ถามอย่างตอบอย่าง ความผิดปรกติทางความคิดอื่นๆที่พบได้น้อย เช่น ความคิดขาดหายไป ทำให้หยุดพูดไปเฉยๆในขณะที่กำลังเล่าเรื่องอยู่  บางครั้งอาจพูดคำศัพท์แปลกๆโดยผู้ฟังไม่เข้าใจความหมาย  
๒.อาการท่ีเกิดจากความผิดปรกติของการรับรู้  
+อาการประสาทหลอน  หมายถึงมีการรับรู้ทางประสาทสัมผัส เช่น ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนังโดยที่ไม่มีสิ่งกระตุ้นจริง ที่พบบ่อยที่สุดคือ ประสาทหลอนทางเสียงหรือหูแว่ว โดยผู้ป่วยจะได้ยินเป็นเสียงคนพูด เช่น เป็นเสียงด่าว่าผู้ป่วย หรือสั่งให้ผู้ป่วยกระทำตาม  โดยที่การกระทำนั้นอาจเกิดผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยและคนรอบข้าง  ผู้ป่วยบางรายอาจพบว่ามีอาการภาพหลอนร่วมกับอาการหูแว่วได้  แต่ไม่ค่อยพบผู้ป่วยจิตเภทที่มีแต่อาการเห็นภาพหลอนเพียงอย่างเดียว  
 ๓.อาการอื่นๆที่พบได้  

 + เช่น พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ได้แก่นอนไม่หลับ วุ่นวาย พูดคนเดียว ยกมือไหว้คนไปทั่ว หรือทำท่าทางแปลกๆที่ไม่มีใครเข้าใจความหมาย การแสดงอารมณ์ผิดปรกติ เช่นยิ้ม หัวเราะโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่สอดคล้องกับเรื่องที่กำลังพูดคุยกัน หรืออาจเฉยเมย ไม่แสดงอารมณ์อะไรเลย

 
 อาการทั้งหมดนี้มีผลทำให้ผู้ป่วยไม่สนใจดูแลตนเอง เฉยเมยในการทำงาน ซึ่งบางครั้งคนรอบข้างอาจคิดว่าผู้ป่วยขี้เกียจ ไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองและคนอื่น  
 แพทย์จะวินิจฉัยโรคจิตเภทจากประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจสภาพจิตของผู้ป่วยเป็นหลัก ส่วนการตรวจเลือด ปัสสาวะ หรือเอกซเรย์นั้น  แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจดังกล่าวก็ต่อเมื่อจะวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆที่อาจให้อาการเหมือนกับผู้ป่วยโรคจิตเภทเท่านั้น  
 อ้างอิง จากคู่มือประกอบคำบรรยายเรื่อง โครงการอบรมความรู้เพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนในเขตจังหวัดเชียงใหม่  จัดทำโดย โรงพยาบาลสวนปรุง  
   
   
   
   
   
   
   
   

 

 

โดย ลุงจรัส

 

กลับไปที่ www.oknation.net