วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิธีการผ่าตัดกระชับหน้าท้องสำหรับคนที่มีปัญหาไขมันสะสม


Picture:www.younaiplasticsurgery.com

ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ยิ่งปัจจุบันความนิยมบริโภคอาหารประเภททอดด้วยน้ำมัน และอาหารประเภทที่มีแป้ง น้ำตาลและไขมันสูงมีมากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลง ทำให้มีภาวะของไขมันเกินในช่องท้องมากขึ้น

หลายคนพยายามที่จะลดน้ำหนักลงจนเป็นผลสำเร็จแต่สิ่งที่เหลืออยู่และเป็นความรำคาญใจก็คือหน้าท้อง ที่อาจเป็นลักษณะของท้องใหญ่คล้ายคนมีพุง หรือหน้าท้องหย่อนย้อย โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังการตั้งครรภ์

ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดกระชับหน้าท้องที่เรียกว่า “Tummy tuck” หรือทัมมี่ ทัก เป็นวิธีการผ่าตัดกระชับหน้าท้องสำหรับคนที่มีปัญหาไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก

นพ.ธันยพงษ์ เตชะวัฒนากุล ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง ประจำสถาบันเดอมาสเตอร์ ให้ข้อมูลว่า Tummy tuck เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Abdominoplasty เป็นการผ่าตัดเพื่อตัดผิวหนังส่วนที่เกินย้วยออก

ผ่าตัดนำไขมันบริเวณหน้าท้องออก รวมถึงการผ่าตัดผิวหนังที่มีรอยแตกลายบริเวณหน้าท้องออก
“การที่จะเลือกผ่าตัดด้วยเทคนิควิธีใด ส่วนใหญ่แพทย์จะให้คำแนะนำ เพื่อให้คนไข้ได้ทำความเข้าใจถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดให้ชัดเจนเสียก่อน เช่น สามารถตัดผนังรอยแตกลายออกได้มากน้อยแค่ไหน วิธีการและขั้นตอนเป็นอย่างไร ผลที่คาดว่าจะได้รับ รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของคนไข้เอง” คุณหมอธันยพงษ์บอก พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับเทคนิค Tummy tuck เหมาะกับคนไข้ที่มีเนื้อเยื่อหลวมหรือหย่อนคล้อยหลังการตั้งครรภ์ หรือสูญเสียน้ำหนักในปริมาณมาก

สำหรับขั้นตอนของการผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ คุณหมอธันยพงษ์ บอกว่า เริ่มด้วยดมยาสลบเพื่อเตรียมการผ่าตัด จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจสภาพของหนังหน้าท้องว่ามีความหย่อนคล้อยมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะตัดส่วนที่มีหนังเกินออก โดยแนวผ่าตัดแผลจะเป็นแนวนอนตามรอยขอบบิกินี บริเวณขอบเหนือหัวหน่าวขึ้นมา ความยาวของแผลขึ้นกับผนังหน้าท้อง โดยแผลอาจจะต้องยาวจากสะโพกของฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง หรือยาวกว่าแผลทำคลอดเล็กน้อย โดยเนื้อส่วนเกินจะถูกตัดออกไปพร้อมกับไขมัน ผลที่ได้นอกจากการกำจัดไขมันออกไปแล้ว ยังทำให้กล้ามเนื้อที่หย่อนยานกระชับขึ้น

“บางครั้งแพทย์อาจต้องกรีดแผลเป็นแนวยาวขึ้นหากมีปริมาณของไขมันสะสมเป็นจำนวนมาก และอาจเป็นไปได้ที่จะต้องมีการย้ายตำแหน่งของสะดือด้วย โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดหนังหน้าท้องตั้งแต่สะดือลงมาจนถึงขอบบิกินี แล้วเจาะสะดือในตำแหน่งใหม่เพื่อให้เกิดความสมดุลของสะดือกับหน้าท้อง” ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้างจากเดอมาสเตอร์ให้ข้อมูลพร้อมทั้งบอกว่า ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด คนไข้อาจมีอาการเลือดออกมาก ติดเชื้อ หรือเลือดคั่งได้ ขึ้นกับความชำนาญของแพทย์ รวมถึงเมื่อยกผนังหน้าท้องขึ้นแล้วทำการเย็บบริเวณด้านล่างสุด คนไข้จะรู้สึกชาบริเวณหน้าท้อง ซึ่งระดับอาการชาจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของการผ่าตัด โดยทั่วไปอาจชาอยู่ประมาณ 3 เดือน ถึง 1 ปี หลังผ่าตัดคนไข้อาจเกิดรอยแผลเป็นนูนได้หากแผลมีความตึงมาก แต่หากเป็นการผ่าตัดเฉพาะผิวหนังหน้าท้องโดยเป็นการผ่าตัดเพื่อนำไขมันออก กระชับผิวหนัง หรือย้ายสะดือร่วมด้วย จะเป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้ลงลึกมาก จึงทำให้โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยลง

คุณหมอธันยพงษ์ บอกด้วยว่า ผลของการรักษาโดยการผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่สามารถตัดผนังหน้าท้องออกได้มากในครั้งเดียว โดยอยู่ประมาณกลางท้องใต้สะดือ ส่วนรอยแผลเป็นผ่าตัดจะซ่อนอยู่ในแนวขวางบิกินี ทำให้ไม่เห็นรอยแผลเป็นเวลาสวมใส่เสื้อผ้าและยังเป็นการกำจัดผิวหนังหย่อนคล้อย กำจัดไขมันส่วนเกิน ทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อกลับมามีความกระชับยิ่งขึ้น แก้ปัญหาหน้าท้องยื่น ทำให้บริเวณหน้าท้องแบนเรียบและเนียนขึ้น

ข้อเสียของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ คือ เป็นการผ่าตัดใหญ่ซึ่งต้องมีการดมยาสลบ จึงมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น และเกิดรอยแผลขนาดยาวในแนวขวางบริเวณหน้าท้องได้ หลังผ่าตัด 2-3 วันแรกคนไข้ควรนอนพักผ่อนให้มากๆ หากมีความจำเป็นต้องเดิน ควรพยุงโดยให้หลังงอเล็กน้อย หลังสามวันไปแล้วจะเริ่มเดินได้คล่องตัวขึ้น จากนั้นจึงค่อยๆ ยืดตัวให้ตรง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย หากมีอาการไอหรือจามควรใช้มือประคองหน้าท้องเพื่อป้องกันการเพิ่มความดันในช่องท้องและลดอาการเจ็บลงได้

หลังการผ่าตัด 2 สัปดาห์ คนไข้จะเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้ สวมเสื้อผ้ารัดหน้าท้องเพื่อประคองแผลและลดการกดตัวของผนังหน้าท้องให้ตึงขึ้น ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัดห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาดและไม่ควรท้องผูกบ่อย ควรทานผักและผลไม้ให้มากเพื่อให้ผิวเกิดความชุ่มชื้น” คุณหมอธันยพงษ์ อธิบายและบอกว่า ในช่วง 6 เดือนแรกจะเห็นรอยแผลผ่าตัดชัด แต่หลัง 6 เดือนไปแล้วจนถึง 1 ปี สีของแผลผ่าตัดจะเริ่มซีดจางลง และรอยนูนจะค่อยๆดีขึ้น ส่วนชั้นผิวหนังด้านในจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องหลังผ่าตัด 6 เดือน

การผ่าตัดด้วยเทคนิควิธีนี้ แม้จะดูแผลเล็กแต่ก็เป็นการผ่าตัดใหญ่ ก่อนตัดสินใจที่จะทำผ่าตัดควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างรอบด้านเสียก่อน และต้องเป็นการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ มีวิสัญญีแพทย์หรือหมอดมยาสลบดูแลทุกครั้งขณะผ่าตัด สนใจการผ่าตัดกระชับหน้าท้องด้วยวิธีการนี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.der master-thailand.com หรือ 0-2714-4471 ทั้งนี้ การผ่าตัดควรเป็นทางเลือกสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยหรือมีไขมันส่วนเกินมาก ทางที่ดีควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมและออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะอ้วนหรือไขมันเกิน...น่าจะเป็นทางเลือกที่เป็นความเสี่ยงน้อยกว่า.
..................
Cr: http://goo.gl/ZC1m9b

โดย หมื่นแผ้ว

 

กลับไปที่ www.oknation.net