วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“เปิดเฮือนเยือนแม่ข้าวต้มหลวง” โรงเรียน-ชุมชน-ภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่คุณภาพการศึกษา


     
           กิจกรรม“เปิดเฮือนเยือนแม่ข้าวต้มหลวง” โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ข้าวต้มหลวง หมู่ 17 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย  ริเริ่มสร้างสรรค์งานโดยทีมงานคณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษาฝึกงาน อบต.แม่ข้าวต้ม ชมรมผู้สูงอายุ ตลอดจนคณะผู้ปกครอง-ศิษย์เก่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีจุดประสงค์หลักของการจัดกิจกรรม คือ การแสดงผลงานของนักเรียนและครูในแต่ละช่วงชั้น อันจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน


           กิจกรรมนี้จัดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น.  พิธีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดเกตุแก้วและวัดแสงพระธาตุ  จำนวน 5 รูป การถวายผ้าป่าการศึกษาเพื่อจัดหางบประมาณก่อสร้างรั้วคอนกรีตให้โรงเรียน ซึ่งภาพของเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 240 คน ร่วมถวายปัจจัย ข้าวสารอาหารแห้ง การถวายผ้าป่า เครื่องไทยธรรม พร้อมนั่งสงบนิ่งประณมมือรับศีลรับพรจากพระคุณเจ้า  เป็นภาพที่สะท้อนได้ถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเหล่าบรรดายุวชนพุทธบุตรที่มีต่อสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย


           นางสาวทัศนีย์  คำต๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านแม่ข้าวต้มหลวง กล่าวว่า  “โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ข้าวต้มหลวง ให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาท้องถิ่น บทบาทของปราชญ์ท้องถิ่นที่มีในชุมชนในฐานะวิทยากรฝึกปฎิบัติและถ่ายทอดทักษะความรู้ให้แก่นักเรียนช่วงชั้นต่างๆ ตามความสนใจของนักเรียนจึงเป็นกระบวนการผลิตกิจกรรมที่สำคัญนอกจากการเรียนรู้วิชาสามัญกลุ่มสาระต่างๆ ประกอบกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 ได้จัดแผนปฏิบัติการ การเรียนรู้ การระดมความคิดเห็นตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ซึ่งโรงเรียนชุมชนบ้านแม่ข้าวต้มหลวงเป็น 1 ใน 12 โรงเรียนเฟสแรกของโรงเรียนนำร่องลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ การวางแผนวิเคราะห์จัดระบบและการดำเนินกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาเพิ่มเวลารู้ เช่น การทำเครื่องบายศรีสู่ขวัญ การต้องตุง การนวดแผนไทยและการทำอาหาร  ซึ่งนักเรียนต่างก็ให้ความสนใจสมัครใจเข้ารับการเรียนรู้ฝึกปฏิบัติจริง เพื่อเติมเต็มหรือเรียนรู้ในสิ่งที่นักเรียนต้องการองค์ความรู้สู่พื้นฐานอาชีพเสริมและคุณลักษณะเยาวชนไทยที่พึงประสงค์ต่อไป”


            วิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เสียสละและมีจิตสาธารณะใช้ช่วงเวลาตามที่โรงเรียนวางแผนให้สอนเสริมเติมเต็มประสบการณ์ตรงแก่นักเรียน ป.1-ม.3 เช่น นางแจ่มจันทร์  ศิริเผ่าพันธุ์ อายุ 66 ปี วิทยากรจัดทำเครื่องบายศรีสู่ขวัญ ,นายสุ่ม เขื่อนคำแสน วิทยากรต้องตุงล้านนา,นางพวงมาลัย  จันทร์ชุม อายุ 73 ปีและนางศิริธร  คันธวังอินทร์ อายุ 63 ปี วิทยากร ประดิษฐ์ตุงไส้หมู ,นางพรรณนอม  ศรีอุบล อายุ 63 ปี วิทยากรสอนการนวดไทยแผนโบราณ  ซึ่งบุคลากรภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ต่างบอกตรงกันว่า ยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้ การสอนแบบปฏิบัติจริงตัวต่อตัวกับนักเรียนไปสู่ผลงานที่ถ่ายทอดถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นตลอดจนค่านิยมไทยที่เด็กๆควรได้รับการอบรมกล่อมเกลาตั้งแต่ในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน


            กิจกรรม “เปิดเฮือนเยือนแม่ข้าวต้มหลวง” จึงสะท้อนได้ถึงความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพของกระบวนทัศน์พัฒนาการศึกษาร่วมกันของโรงเรียนร่วมกับชุมชนและทุกภาคส่วนในท้องถิ่น  โดยนายนพรัตน์  อู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 ซึ่งรับเชิญเป็นประธานเปิดงาน มอบประกาศเกียรติคุณบัตรต่อคณะวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้สนับสนุนการจัดการศึกษาและเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานและการสาธิตบอกพึงพอใจต่อภาพรวมความสำเร็จของการจัดการศึกษา โดยเฉพาะผลงานกิจกรรมลดเวลาเรียน ซึ่งสานต่อและตอบโจทย์ในเรื่องของกิจกรรมเสริมทักษะด้านการพัฒนาสมอง (head) พัฒนาทักษะการปฏิบัติ (hand) การพัฒนาสุขภาพพลานามัย (health) และการพัฒนาทางด้านจิตใจ (heart)


            “เปิดเฮือนเยือนแม่ข้าวต้มหลวง” กิจกรรมการขับเคลื่อนเพื่อการรายงานผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2558  เป็นอีกหนึ่งวิสัยทัศน์ของกระบวนการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน หรือ “บวร” ซึ่งในปัจจุบันมีการขยายการดำเนินการออกไปเป็นมิติการมีส่วนร่วมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน-องค์กร หรือที่เรียกว่าแนวทาง“ประชารัฐ”  เมื่อโรงเรียนอบอุ่นและอุ่นหนาฝาคั่งด้วยบทบาทของทุกภาคส่วนต่ออนาคตเยาวชนลูกหลานในท้องถิ่น  ความสุขผ่านการเรียนรู้ทั้งช่วงเรียนรู้ตามคาบชั่วโมงกำหนดและภายหลังกระบวนการเรียนรู้ตอนเย็นก่อนกลับบ้าน


            เมื่อโรงเรียนอบอุ่น เด็กมีความสุข ครูมีความสุข พ่อแม่ผู้ปกครองก็ย่อมมีความสุขพึงพอใจ ความรักสู่ความรู้ในโรงเรียนจึงน่าจะเป็นต้นทุนสู่คุณภาพชีวิตและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้อย่างเหมาะสมครบถ้วนสมกับการเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของเด็กๆที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาให้นักเรียนลูกหลานของสมาชิกในท้องถิ่นเป็นคนเก่ง คนดี มีความสุขและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติสุขสืบไป 

 

โดย กรมกุชะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net