วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สีน้ำฟ้า พาหลง ตอน เกาะพีพี ปีนัง (3)


สวัสดีค่ะ จากพีพี นั่งเรือเข้าตัวจังหวัดกระบี่สองชั่วโมง นั่งรถจากกระบี่ถึงหาดใหญ่ประมาณสี่ชั่วโมง ตอนนี้เรากำลังจะเข้าสู่เขตชายแดนที่ด่านสะเดา


ด่านสะเดา หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ด่านศุลกากรสะเดา อยู่ในจังหวัดสงขลา มีอาคารจำนวนสองหลัง เป็นอาคารที่ทำการด่านพรมแดนขาเข้าและขาออก รถจะจอดให้เราที่ประตูทางเข้าอาคารขาออก สำคัญตรงนี้นะ ถ้าใครอยากเข้าห้องน้ำ ให้เข้าห้องน้ำก่อนจะเข้าไปยังตัวอาคาร ห้องน้ำตั้งอยู่หน้าตัวอาคารขาออก เพราะหากหลุดเข้าไป คุณจะต้องใช้บริการห้องน้ำของฝั่งมาเลเซีย จะเปลี่ยนใจกลับเข้ามาเข้าห้องน้ำในประเทศไทยไม่ได้แล้ว เป็นเรื่องของความมั่นคงระหว่างประเทศทีเดียว หากไม่เข้มงวดเช่นนี้ มิจฉาชีพอาจอาศัยช่วงจังหวะนี้กระทำการไม่ดีได้ เขาจึงต้องเข้มงวด ตรงนี้ผู้เขียนเห็นด้วยกับวิธีการของทางราชการที่กำหนดไว้


แต่ก็นะ ว่าจะๆ ความตื่นเต้น ทำให้เราลืมนึกเรื่องเข้าห้องน้ำรีบเข้าไปในตัวอาคารทันที เจ้าหน้าที่ ประจำวันนี้มีสามช่อง มีผู้หญิงหนึ่งคน และผู้ชายสองคน ทั้งรถเรามีสิบคน สองคนไทยแปดฝรั่ง มีฝรั่ง(ไม่รู้นักท่องเที่ยวสัญชาติอะไร เรียกฝรั่งก็แล้วกัน เข้าใจตรงกันนะ) คนที่อยู่เมืองไทยจนเลยกำหนดวีซ่า เขาจะให้เข้าไปอีกช่องทางพิเศษ เพราะจะต้องมีการปรับ ถ้าจำไม่ผิดคือเกินจากวีซ่ากำหนด ปรับวันละห้าร้อยบาทไทย เจ้าหน้าที่ถามนิดหน่อยพอเป็นพิธี ไปที่ไหน ไปทำอะไร กี่วัน เราก็ตอบเขาไป เจ้าหน้าที่น่ารักมาก ยิ้มแย้มแจ่มใสดี

การเดินทางออกนอกประเทศ นอกจากพาสปอร์ต ยืนยันความเป็นตัวตนของเราแล้ว อย่าลืมเช็ควันหมดอายุของพาสปอร์ตด้วย พาสปอร์ตต้องมีอายเหลือนับจากวันหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน มีพาสปอร์ตต้องมีวีซ่า ศึกษาเรื่องวีซ่า กรณีของเราจากประเทศไทยไปปีนัง ไม่ต้องมีวีซ่า เพราะเราจะเข้าประเทศเขาไม่เกิน 30 วัน  การที่เราจะไปประเทศไหน ใช้วีซ่าหรือไม่ คลิกเข้าไปอ่านต่อจากเว็บสกายสแกนเนอร์ได้เลยค่ะ

 

http://www.skyscanner.co.th/news/พาสปอร์ตไทยไปเที่ยวต่างประเทศไหนได้บ้างในโลก-โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า


หลายคนที่ไปมากันบ่อยข้ามตอนนี้ไปนะคะ ตอนที่สามนี้เขียนเผื่อเด็กๆ ที่บ้านค่ะ หลายคนไม่เคยไปต่างประเทศ เปิดประเด็นไว้อย่างนี้ให้เขาไปหาอ่านเพิ่มเติมต่อไป

สมัยนี้มีเสริชเอ็นจิ้น อย่างกูเกิ้ลสะดวกขึ้นมากเหมือนกัน มีพาสปอร์ต ไม่ต้องใช้วีซ่า แต่เราต้องกรอกเอกสารใบ ตม. มีเว็บไซต์หลายแห่งเขียนไว้ ใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหา "การกรอก ใบ ตม. ประเทศไทย" ก็ได้นะ

ขออนุญาตค้นหาจากอินเตอร์เน็ต มายกตัวอย่างพอให้ได้เห้นกันนะ เครดิตฝังไว้ในภาพแล้วนะคะ เอามาจากเว็บเลดี้อินเตอร์ดอทคอมค่ะ

 

นำภาพต้นฉบับมาย่อ ไม่ค่อยชัดนัก แต่พอได้เป็นแนวทาง

 

เอกสารนี้เรียกว่า ใบ ตม. หรือใบเอกสารตรวจคนเข้าเมือง หรือภาษาอังกฤษ ว่า mmigration Bureau เอกสารสองใบนี้จะติดกัน มีเส้นปรุคั่นอยู่ เวลาขาออก ทางเจ้าหน้าที่จะยึดไว้หนึ่งใบ คือใบที่เขียนว่า บัตรขาออก คืนกลับเรามาหนึ่งใบ คือบัตรขาเข้า เก็บไว้ให้ดีนะ ไม่ควรหาย เพราะจะมีเลขเอกสารอยู่ เป็นเลขที่ตรงกัน ยืนยันว่าขาออกคนนี้ ขากลับเข้ามาในประเทศก็คนเดียว คนเดิม ถ้าหาย เป็นไรมั้ย คุณตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไม่เก็บเราไว้หรอกค่ะ ไม่ต้องกลัว เขาก็ปล่อยกลับบ้านนั่นแหละ แต่อาจจะมองค้อน หรือบางคนอาจจะดุ เพราะจะเกิดการค้นหาข้อมูล เสียเวลาคนที่รอคิวถัดๆ ไป

ของเราเมื่อมาถึงร้านทัวร์ที่หาดใหญ่ ทางเจ้าของร้านเขาเขียนไว้ให้แล้ว ในการกรอกเอกสารนี้ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่เท่านั้น เมื่อถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เรายื่นเอกสารไป ทางเจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารกลับ ผ่านประตูเข้าไป รถจะขับไปรอเราอีกฝั่งหนึ่ง ก้าวขาเหยียบพื้นที่ประเทศมาเลเซียแล้วเรา

 


 


ด่าน ตม.สะเดานี้ติดกับส่วนของ Bukit Kayu Hitam รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย จากจุดนี้เราต้องเดินทางอีกสี่ชั่วโมง ทั้งนี้เวลาของประเทศมาเลเซียจะเร็วกว่าประเทศไทย หนึ่งชั่วโมง สมัยนี้โทรศัพท์มือถือจะปรับเขตเวลาให้อัตโนมัติตามการตั้งค่าของมือถือของแต่ละค่าย แต่ละยี่ห้อง ส่วนใหญ่จะตั้งมาเช่นนั้น ใครไม่แน่ใจจะปรับตั้งอีกรอบก็ได้

เมื่อผ่านด่านไทย เราก็ต้องยื่นเอกสารขอเข้าประเทศมาเลเซีย รถพาเราไปจอดที่อาคารที่ทำการของด่านตรวจคนเข้าเมือง เราไม่ต้องกรอกเอกสารใด ยื่นพาสปอร์ตให้ ทางเจ้าหน้าที่จะให้นำกระเป่าไปผ่านสายพานเพื่อตรวจค้นอาวุธ รอรับพาสปอร์ต ในนั้นจะติดสติ๊กเกอร์ เป้นบัตรขาเข้าและขาออก ของประเทศเขา เก็บไว้ให้ดี เวลากลับต้องเอาใบเดิมมายื่นคืน เขาจะฉีกเอกสารไว้ตอนขาเรากลับออก


มีเรื่องให้ตื่น เพราะขนาดว่าเราพอพูดภาษาอังกฤษเป็นบ้างๆ แต่ฟังเจ้าหน้าที่คนที่พูดอังกฤษแบบมาเลเซียเกือบไม่รู้เรื่องเลย สรุปคือ ในกระเป๋าเรามีบางอย่าง ให้เปิดซิป งง พี่น้อง งง มีอะไรในกระเป๋าก็มีแต่หนังสือสองเล่ม อันนี้เป็นกระเป๋าเป้ กระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ที่น้ากำลังตามหลังมา


พอเปิดซิปเจอไม้เซลฟี่ พี่ตำรวจก็ร้องดังอ๋อ เอ๊อ เราก็ลืม ว่าเราพกมาด้วย งง อยู่นาน แล้วจะบอกอะไรให้นะ ติดมาพรรค์นั้นๆ ซื้อมาแล้วยังไม่เคยลองใช้สักที ดีนะคุณตำรวจเข้าใจเครื่องก็ตรวจจับว่ามีโลหะในกระเป๋า ทำให้เราตื่นจนเกือบเต้น !


เตือนแล้วเรื่องห้องน้ำใช่ไหมคะ ค่ะ ฝั่งเขามีอาคารห้องน้ำสาธารณะได้ แต่เชื่อข้าพเจ้าเถิดท่านทั้งหลาย ทนอีกสี่ชั่วโมง "แค่สี่ชั่วโมง" สักหนกระเพาะปัสสาวะไม่อักเสบหร้อก เชื่อเห้อะๆ

ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมา รถก็มารออยู่อีกเช่นกัน มีคนลง ฝรั่งที่ว่าวีซ่าหมดอายุ เขามาสแตมป์วีซ่าเพื่อขออยู่ต่อแล้วกลับวันเดียวกัน มีที่ว่าง และมีคนขึ้น เป็นสาวไทยอิสลามกับกลุ่มเพื่อน ลงสาม ขึ้นสาม บริษัททัวร์ไม่เดือดร้อนอะไร รถพาเราลัดเลาะมาเรื่อย ใกล้ค่ำแล้วสิ ดวงอาทิตย์กลมโต โตมากๆ สีแดงแบบไข่ดาวเกือบสุก สองคนกับน้าชี้ชวนกันดู เราไม่ได้เห็นอาทิตย์ตกดินแบบนี้นานถึงนานมากจริงๆ เพราะเราอยู่เกาะพีพี เห็นพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาก็จริง แต่เขาสูงมาก ไม่ทันได้เห็นจนพระอาทิตย์ย้อย ย้วย ลงเรี่ยเหมือนจะติดดินแบบนี้จริงๆ ถ่ายรูปไม่ทันค่ะ รถวิ่งเร็วมาก เรานั่งคนละเทศด้วย เลยได้แต่ภาพหัวเข่าฝรั่งที่นั่งริมหน้าต่างซะงั้น


ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เริ่มสับปะหงก เครื่องปรับอากาศในรถทำงานได้ดี เสียงเครื่องยนต์ไม่หนวกหูนะ มีเสียงคนไทยสองคนนี่แหละที่แอบคุยกันเบาๆ เป็นระยะๆ จะคุยตลอดก็ไม่ได้หลายคนหลับจริงไปแล้ว เพราะการเดินทางยาวนานจริงๆ รถพาเราวิ่งผ่านสะพานข้ามทะเลระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะปีนังแทบไม่รู้ตัว ส่องซ้ายก็แล้ว ขวาก็แล้ว เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ แสงไฟเป็นดวงเป็นทางยาว กับเงาๆ ที่คาดคิดว่าเป็นน้ำทะเลเท่านั้นเอง

รถพาเราไปส่งฝรั่งที่จองโรงแรมไว้ แล้วบอกชื่อโรงแรมล่วงหน้า จากนั้นไปจอดที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุด ส่วนสองคนไทย เขาใจดีไปส่งให้โรงแรมที่เราจองไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ยกมือไหว้ขอบคุณอาโกคนขับรถ ก่อนเขาจะกลับขึ้นรถ เราขอแลกเงินริงกิตไว้พอกินข้าว เพราะไม่ได้แลกเงินไว้ อย่าถามถึงอัตราเป็นอัตราแห่งความพอใจ ไม่ใช่อัตราธุรกิจแน่นอนค่ะ ถึงบอกว่าแลกไว้พอซื้อข้าวกินไง 


ปกติสีน้ำฟ้าเที่ยวต่างประเทศ จะใช้วิธีนี้เสมอ แลกเงินพอกินข้าว หลังจากนั้นจะเลือกกดเงินสดกับเครื่องเอทีเอ็ม เรทเป็นสากลถือว่าเป็นเรทที่น่าพอใจ และเรายอมรับได้ ใช้เท่าไหร่กดเท่านั้น ประมาณๆ เอา เวลากลับเข้ามาจะได้ไม่ต้องแลกคืนให้ยุ่งยาก เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง เรื่องอัตราแลกเงิน ตอนหน้า ตอนไหน ค่อยว่ากันไป

ขอยืนอึ้งๆ อยู่หน้าโรงแรม ที่เป็นตึกสูงตะหง่านราวๆ สักสิบสี่ สิบห้าชั้นสักพักนะ รับรองอึ้งไม่นานหรอก

แล้วพบกันนะคะ


ชมภาพปิดท้ายกันไว้ก็แล้วกัน ค่อยว่ากันอีก อยากเขียนวันละตอน แต่งานยังเยอะอยู่

 

พบกันใหม่ค่ะ

สีน้ำฟ้า

 

ภาพวิวขณะรถกำลังแล่น จากมือถือได้เท่านี้เอง

 

 

 

 

 

 

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net