วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง4"


" เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง 3 "

http://www.oknation.net/blog/slaonark/2012/03/20/entry-1

ผมเขียนใว้เมื่อ 20 มีนาคม 2555 แป๊บเดียวผ่านไปสี่ปีแล้วคนเราพออายุมากขึ้น เริ่มหลักสามหลักสี่นำหน้าจะรู้สึกว่าเวลาเดินเร็วขึ้นและจะเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ไม่เหมือนวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตจนลืมวันเวลา นี้แหละสัจธรรมของจริง ว่าสิ่งมีชีวิตจะร่วงโรยไปตามกาลเวลาไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน ผลสุดท้ายก็พบจุดจบเดียวกันเหลือใว้แต่ความดีหรือความเลวจำลึกใว้ในแผ่นดิน

หากจะพูดถึงภาวะเศรษฐกิจ ณ วันนี้ปัจจุบันนี้ว่ากันจริงๆก็ถือว่าย่ำแย่พอสมควร ดูจากเงินในกระเป่าของท่านก้แล้วกันจะล้วงมาจ่ายอะไรคิดแล้วคิดอีก สินค้าแต่ละอย่างแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่จะถูกแพงๆทั้งนั้น ในเมื่อรายรับเท่าเดิมรายจ่ายก็ขออย่าให้มากกว่ารายรับเลยหากมากกว่ารายรับคุณอาจจะมีเครดิตดี แต่เครดิตนั้นจะตามมาด้วยหนี้ในในทันที

เราจะอยู่อย่างใร ในสภาพเศรษฐกิจไม่ดีเช่นนี้ ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า " เศรษฐกิจตกสะเก็ด" กลุ่มคนที่ประสบปัญหามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น เกษตรกร และผู้ที่มีรายได้น้อย หากพูดถึงหลักการแล้วคงต้องบอกว่าให้ไปลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ แต่ว่านั้นคือหลักการแต่ความเป็นจริงแล้วปฏิบัติคงจะยากอยู่จะไปเพิ่มรายได้อะไรมาจากใหนแล้วจะลดรายจ่ายลงอย่างไรเมือ่ต้องกินต้องใช้

ปัจจุบันนี้เราใช้ เงิน เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตหากไม่มีเงินก็เหมือนจะขาดใจ จะไปใหนทำอะไรก็ลำบากแต่ว่าที่จริงแล้วเงินคือส่วนประกอบ สำหรับคนสมัยโบราณ หากเรามองย้อนกลับรุ่นปู่ย่า ตาทวด พวกเขาอยู่ได้และมีเงินใส่ตุ้มฝั่งดินเป็นมรดกตกทอดให้กับลูกหลานเราเพราะอะไรลองไปหาคำตอบดู

แต่" เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง4" เวอร์ชั่นนี้ผมของเปรียบเทียบกับสุขภาพของคนเราก็แล้วกัน

แม้ว่าเราจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เงิน คือสิ่งที่สำคัญ ที่ทำให้ความเป็นอยู่ของเรา "อยู่ดีกินดี" แต่เงินก็ไม่สามารถที่จะซื้อสุขภาพเราได้เหมือนกัน แต่ซื้อได้เฉพาะการรักษาในบั้นปลาย ที่หลายๆคนพูดว่า "อย่าทำงานเพื่อเอาเงินไปให้หมอ จงทำงานเพื่อสุขภาพตัวเอง " หากเรามุ่งแต่ทำงานโดยไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเองผลสุดท้ายเงินที่ได้มาก็เป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเองจ่ายเป็นค่ายาค่าหมอไปหมด แต่หากว่าเราดูแลใส่ใจสุขภาพตัวเองออกกำลังกายสม่ำเสมอ ใส่ใจสุขภาพตัวเองให้พอๆกับการทำงาน ก็เปรียบได้ ดังข้าวปลา ที่เรากินขเข้าไปก็จะไปช่วยเสริมช่วยสรา้งสุขภาพของเราให้ดีขึ้นห่างใกลโรคมากขึ้น เหมือนคนโบราณท่านว่าใว้ "การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสร็ฐ"

สุดท้ายแล้วไม่ว่าท่านจะมีเงินทองมากมาย แต่หากสุขภาพของท่านย่ำแย่ ความสุขก็คงไม่เกิด ตรงกันข้ามหากจะยากจนสักเพียงใดหากสุขภาพอนามัยยังดี ความสุขก็เกิดขึ้นตลอดเวลา อย่าให้เงินทองมาหลอกหลอนจิตใจเราจนทำให้ให้เราสุขภาพย่ำแย่เลยครับ มองสุขภาพให้เหมือนข้าวปลา เพราะว่ามันคือสิ่งที่เป็นจริงที่ติดตัวเราตลอดเวลา แล้วจะมีความสุขครับ 

  

 

โดย ณสยาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net