วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เราเลือกอนาคตประเทศได้หรือเปล่า?


สุดสัปดาห์เหงา ผมนั่งฟื้นถึงเรื่องราวเก่าๆ

โดยเฉพาะแง่มุมสนทนากับเพื่อนรัก มาปัดหมุดความคิดใหม่กันอีกครั้ง

จำได้ความ ค่ำคืนวันนั้น ที่วังน้ำเขียว

สาระและอรรถรส ที่คุยกันอย่างเป็นการเป็นงาน คือ เรื่อง "เซน"

เป็น" เซน" ที่เน้นการใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่มีเป้าหมาย

"ชาล้นถ้วย"

ปรัชญา ที่เหล่ากูรู หลายสำนัก อ่านผ่านตามาแล้วไม่รู้กี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่น กี่แสนรอบ

ชาที่ล้นแล้วไม่อาจเติมเต็มได้อีก

เพราะหากยังดันทุรังเติม

ส่วนที่ล้นออกจะไร้ซึ่งคุณค่า

หรือนัยแห่งการเปรียบได้กับองค์ความรู้ที่ได้เรียนมา

ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งติดยึดมาก อัตตา ย่อมจะยิ่งรุนแรง

 "ตถตา" มันเป็นเช่นนั้นเอง

คำของหลวงพ่อพุทธทาส ที่ท่านเคยกล่าวไว้

เป็นประโยคที่ผมซึมซับในความเรียบง่ายของตัวอักษร แต่แฝงด้วยนัยแห่งความหมายอันลึกซึ้ง

ผมพยายามที่จะเข้าถึง"เซน"

แต่สุดท้าย ผมสัมผัสได้แค่ ตัวหนังสือในกระดาษที่ว่างเปล่า  

จนบัดนี้ ผมบอกอย่างไม่อาย

ผมยังไม่สามารถเบียดแทรกเข้าไปในตัวตนของ เซน ได้แม้แต่กระเบียดนิ้ว

สุดสัปดาห์เหงา  ผมและเพื่อนได้พบกันในความทรงจำ

สมองและสายตาผม หันไปมองเพื่อนรู้ใจที่เหลืออยู่ไม่กี่คนในบนโลกมนุษย์อันบิดเบี้ยวใบนี้

เราเย้าหยอกกันถึง เส้นทางแห่งการแสวงหาอำนาจ

เป็นอำนาจ ที่มักปรากฎภาพลวงตาพร่ามัวเสมอ

ทำไม คนเรา จึงไม่รู้จักอิ่มกับอำนาจเล่า?......... 

ทำไหน มนุษย์ จึงติดยึดใน"ความรู้ที่เหนือกว่า" เสียเหลือเกิน

อัตตาของมนุษย์ยุคนี้ ไฉนจึงรุนแรงขึ้นเหลือหลาย

ถือชั้นฐิติตน เหยียดหยามองค์ความรู้ผู้อื่น

ผมบอกกับเพื่อนรัก ....

เอ็งมันไม่รู้ดอก ชีวิตของเจ้าป่า ที่จะลงจากหลังเสือน่ะ จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย

แต่ปัญหาก็คือ เจ้าป่า ที่คิดว่าเป็นผู้กุมอำนาจของพงไพร

นึกจะลงจากหลังเสือ แล้วไปขี่หลังสิงห์โตนี่สิ

นั้นแหละเพื่อนเอ๋ย อุบาทว์เลย!!!!!

จากนั้น ผมนิ่ง และเพื่อนรักก็นิ่ง ........

นิ่งกันไปสักพัก จนเพื่อนรัก อดรนทนไม่ไหว

พล่าม"สาระภายใต้หลักกู" มายัดเยียดผมอีก

สังคมไทยทำไมมันต้องเชื่องมงาย

โดยเฉพาะเรื่องอัศวินม้าขาว ม้าดำ ที่เข้ามากอบกู้ประเทศว่ะ

"เกลอเอ๋ย"........ผมทอดเสียงด้วยความเบื่อหน่าย

ทั้งต่อหัวเรื่องของมัน และเรื่องที่ผมจะพยายาม ขมวดปมให้เร็วสุด

"เกลอ รู้หรือเปล่าโลกสยามอันบูดเบี้ยวใบนี้

 ไม่มีใครเป็นเทวดาให้เกลอเชิดชูดอก

ไม่มีอรหันต์ที่บรรลุโสดาบัน

คนพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์พันธุ์อึเหม็น เยี่ยวเหลือง ทั้งนั้นแล"

โอ้.... "ตถตา" มันเป็นเช่นนั้นเอง

สรรพสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป

อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิด มันก็ขึ้นเกิดได้

อะไรที่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยน มันก็เปลี่ยนให้ได้เห็นและประจักษ์ตากันแล้ว

วันพรุ่งนี้แล้ว 19 ส.ค. 2550 ที่จะเป็นวันเปลี่ยน อันเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตประเทศ

นัยของ การเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ต่อการลงประชามติรัฐธรรมนูญ

ได้กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางของสังคมทุกชนชั้น

แม้การถกรายละเอียดแบบลงลึก แต่ละมาตราของ รัฐธรรมนูญ  

คนในสังคมบางส่วน จะไม่พอใจเนื้อหารัฐธรรมนูญ

ขณะที่ อีกฝ่ายในสังคม กลับชมชอบ

แม้ บางคนอาจมองว่า นี่คือความผิดเพี้ยน

เพี้ยนที่ผู้มีอำนาจของบ้านเมืองเข้าไปบัญชา ล้วงลูก"สมอง"

การลงประชามติ เป็นการบีบให้ พวกเขาต้องเลือกข้างแบบเลวทรามต่ำช้า

เห็นชอบ หมายความว่า เป็นพวกอยากให้เกิดความสงบของบ้านเมือง

ไม่เห็นชอบ คือพวกที่อยากให้บ้านเมืองปั่นป่วน

เห็นชอบ หมายความว่า การยอมรับรัฐธรรมนูญ ที่มาจากเผด็จการ ชมชอบ เทิดทูน คมช.

ไม่เห็นชอบ คือ การฝักใฝ่ขั้วอำนาจเก่า อยากให้ทักษิณ กลับมาบริหารประเทศ

ข่าวที่ถูกปั่นเหล่านี้ ถ้าไม่นิ่ง บางทีก็เขว...

เอาเป็นว่า ไม่ว่า จะรับหรือไม่รับ อยู่ที่เหตุและผลของแต่ละคน  

เพียงแต่ สิทธิ์ที่มีตามรัฐธรรมนูญควรจะต้องใช้ครับ......

จะใช้แบบไหนล่ะ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย มันไม่อาจจะชี้นำได้

เพียงแต่มีองค์ประกอบ ที่พอจะบอกกล่าวกันแบบมวลมิตร

1. ก่อนที่จะรับหรือไม่รับ ได้ศึกษารายละเอียดรัฐธรรมนูญเข้าถึงแก่นแล้วหรือยัง

ไม่ใช่รับหรือไม่รับไปตามกระแส

หรือรับและไม่รับ เพราะเกลียด คมช. หรือ ผวา คุณทักษิณ

2.เหตุผลที่ จะรับหรือไม่รับ ได้พิจารณาในองค์รวมหรือยัง

รับแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ??? 

การเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีนั้น จะใสสะอาดหรือไม่  

คมช. จะบ้าอำนาจยิ่งกว่าเก่าหรือไม่

ไม่รับแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น  

บ้านเมืองจะนองเลือดยังงั้นหรือ

หรือจะเป็นการสะใจว่าเราได้ทำและยืนอยู่ข้างคุณทักษิณ

 หรือจะเป็นการเตะหมูเข้าปากหมา  

เพราะยังไง คมช. ก็ ยังมีสิทธิยกรัฐธรรมนูญ ฉบับไหนๆ มายำได้

จะเอารัฐธรรมนูญ40  หรือ50 มาขย่ำอีกก็ได้ ไม่มีใครว่า

สรุปแล้ว ต้องถามตัวเองก่อน???? 

เพื่อนบางคนบอกกับผมว่า 6 ปีที่ผ่านมา

แม้มันมันจะโกง จะแดกด่วนกันยังไง แต่เราๆ มึงๆ ก็มีกิน

แต่ตอนนี้ เป็นไงเวลาผ่านไปเท่าไหร่ จะอดตายกันทั้งบ้านแล้ว!!!!

สุดท้าย....ผมได้แต่ถามตัวเอง

"แน่นอนปัญหาของประเทศ มันยิ่งใหญ่และซับซ้อน

เกินกว่าที่จะให้จมอยู่กับรัฐธรรมนูญ309 มาตรา"

"หรือว่าเราไม่อาจเลือกอนาคตของประเทศได้ว่ะ"

 "รับ-ไม่รับ"

มันก็เฮงซวยพอกัน

ฉากการเมืองหน้านี้ มีบรรทัดสุดท้ายให้จารึกเสมอ

ใครชนะ ใครแพ้ ........

จะสงสารก็แต่ตัวเอง และคนไทย   

ที่เป็นเหยื่อแห่งอำนาจ

ถูกจำกัดให้เป็นชนชั้นที่ต้องพ่ายตลอดกาล

++++++++++++++++++++++++++++

"แผ่นดินไทย"

ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล 

โดย shogun

 

กลับไปที่ www.oknation.net