วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชมวัด..หลวงปู่บุญมี @ อุบลราชธานี


ชมวัด..หลวงปู่บุญมี @ อุบลราชธานี

 

ว่าแล้วว่าทำไม..พี่ชายถึงอยากให้เราได้ไปชมวัดนี้อีกหนึ่งวัดให้ได้

นอกจากความวิจิตระการตาจากสถาปัตยกรรมรูปแบบสิ่งก่อสร้าง

ยังอยากให้ทราบถึงประวัติของหลวงปู่บุญมี โชติปาโล อีกด้วย

 

 

เรามีโอกาสได้ชมอีกหนึ่งวัดสวย ในเมืองอุบล คือ วัดสระประสานสุข

หรือชื่อเดิมว่า..วั ด น า เ มื อ ง ที่บ้านนาเมือง ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

(แต่เราชอบ..ชื่อดั้งเดิมล่ะ)

และก้องดงามตามที่พี่ชายอยากให้ได้มาชม จริงๆ เสียด้วยค่ะ

 

 

 

และต้อง ตะลึงพรึงเพริศ..กับสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ปากทางเข้าวัดมาเลย เป็นรูปช้างสามเศียร

พอเข้ามาแล้วด้านซ้ายมือก้อจะเจอโบสถ์เป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ที่มโหฬาร

อีกทั้งมีเรือที่สร้างเป็นวิหารอยู่กลางน้ำที่ตั้งอยู่ในบึงน้ำด้านหลังของวัด อย่างงดงามมากๆ

และทุกอย่างดูเหมือนจะก่อสร้างเป็นเรือสุพรรณหงส์สะทั้งหมด

 

 

 

และจนเดินวนเวียนไปมา จนได้เห็นสิ่งสุดท้ายก่อนกลับออกจากตัววัดไป

นั่นคือ...ราชรถสำหรับใช้ในการเวียนพระศพ ซึ่งกำลังจัดเตรียมและตกแต่งเพื่อเตรียมความพร้อมในงาน

...ออกเมรุพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่บุญมี โชติปาโล

ซึ่งทางวัดก้อกำลังตระเตรียมพระเมรู อาจจะใช้แบบชั่วคราว..และปรับปรุงภูิมทัศน์ ที่จะจัดงานในเดือนมกราคม 2559

(และงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่คงได้เสร็จลุล่วงไปเรียบร้อยแล้วค่ะ)

ค่ะ งั้นไป..เดินชมท่ามกลางแสงแดดไปด้วยกันเลย..นะคะ

 

 

... แต่ก้อเป็นที่น่าเสียดาย ในช่วงที่เราไปร้อนมาก และได้พาพ่อซึ่งเดินค่อนข้างออกลำบาก

ประกอบกับสถานที่วัดนาเมืองนั้น กำลังก่อสร้างและปรับพื้นที่เพื่อจัดสร้างพระเมรุ เพื่อจะทำพิธีดังกล่าว

พวกเราจึงได้แค่ยกมือกราบสรีระสังขารหลวงปู่บุญมี โชติปาโล จากด้านล่าง...ก้อสุขใจแระล่ะค่ะ

(หลวงปู่ได้สะสังขารลง เมื่อปี 2547 อายุ 95 ปี และบรรจุร่างอยู่ในโรงแก้วมากกว่า 10 ปี นับจากปีที่ได้ละสังขารไป)

 

 

 

แต่ก้อดีอีกอย่าง...ที่ทำให้เราอยากทราบประวัติและปฏิปทาของหลวงปู่

จึงต้องไปสืบค้นและขอนำมาบอกกล่าวแก่เพื่อนๆ ด้วยค่ะ

ประวัติโดยย่อ..

• ชาติภูมิ

“พระภาวนาวิศาลเถร” หรือ “หลวงปู่บุญมี โชติปาโล” มีนามเดิมว่า บุญมี นามสกุล กุศลคุณ เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๕๒ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ซึ่งตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันมาฆบูชา ณ บ้านเลขที่ ๑๓๖ หมู่ที่ ๒ บ้านนาเมือง ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โยมบิดาชื่อ นายกุ กุศลคุณ โยมมารดาชื่อ นางเลื่อน กุศลคุณ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๑๐ คน เป็นชาย ๔ คน หญิง ๖ คน ท่านเป็นบุตรคนโต

พระภาวนาวิศาลเถร หรือ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า ท่านเป็น อริยสงฆ์...ผู้เข้มขลังแห่งอุบลฯ และเป็นเถรในสายวิปัสสนาธุระที่เข้มขลังรูปหนึ่ง ซึ่งโด่งดังในเรื่อง แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม สยบสิ่งอัปมงคลใดๆได้ทั้งปวง ฯลฯ และชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย จำวัดอยู่ในกุฏิหลังเก่าๆจนวาระสุดท้าย...

 

 

ในช่วงชีวิตสมณเพศของหลวงปู่บุญมี ท่านได้ออกจาริกธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ

และมีผลงานด้านการพัฒนาวัดการทำนุบำรุงพระศาสนาไม่เพียงพัฒนาและก่อสร้างศาสนสถานในบริเวณวัดสระประสานสุข ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหลวงปู่เท่านั้น ท่านยังได้มีจิตเมตตาในการมอบทุนทรัพย์ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ สนับสนุนการก่อสร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ และวิหารภายในวัดต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ

 

 

ผลงานด้านสาธารณประโยชน์หลวงปู่บุญมียังมีจิตเมตตาบริจาคเงินทุนสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันแก่โรงเรียนที่ขาดแคลน, มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่่เรียนดีแต่ยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์

ด้านสังคมสงเคราะห์ หลวงปู่บุญมี ท่านเป็นพระผู้มีเมตตาจิตแก่ญาติโยมและประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงทั่วไป หลวงปู่เห็นความส่าคัญของการช่วยเหลือคนไข้ที่ขาดแคลนตามโรงพยาบาล จึงได้บริจาคอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์

ผลงานด้านการเผยแผ่ธรรม เป็นพระอริยสงฆ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรหมวิหาร ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะเห็นได้จากเวลาที่หลวงปู่ฉันภัตตาหารเช้า จะมีผู้นำอาหารมาถวายเป็นจำนวนมาก เมื่อฉันเสร็จแล้ว หลวงปู่จะแบ่งปันอาหารที่เหลือนั้นให้กับทุกคนๆ ให้นำกลับไปเลี้ยงดูบุตรหลาน และพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้านโดยทั่วถึงกัน

และกิตติคุณูปการอื่นๆ ที่ได้รับ ได้รับกล่าวขานว่าเป็นผู้ทำพิธีต่อพระชนมายุถวายแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙

และเป็นบุคคลตัวอย่างของจังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้รับคัดเลือกและยกย่องให้เป็นพระสงฆ์ที่น่าเคารพนับถือทางด้านพระเถระสายวิปัสสนาธุระในจังหวัดอุบลราชธานี จึงถือได้ว่าท่านเป็นพระสงฆ์ตัวอย่างที่ชาวจังหวัดอุบลราชธานีสมควรยกย่องให้เป็น “พระดีศรีอุบล” และเป็น “พระดีศรีแผ่นดิน” ที่ชาวไทยทั่วประเทศสมควรเอาเป็นตัวอย่างตลอดไป

 

และท่านได้ถึงกาลมรณภาพเมื่อเวลา 11.45 น. ของวันที่ 4 มิถุนายน 2547 มีอายุรวม 95 ปี 3 เดือน 11 วัน  

ขอขอบคุณภาพ..จากเว็บไซต์หลวงปู่ที่ยังคงรูปทรงเดิมก่อนทำพิธิพระราชทานเพลิงศพมาให้ชมกันค่ะ

http://www.thairath.co.th/content/544864

 

บรรจุร่างไว้ในโรงแก้วมากกว่า 10 ปี

 

 

โดย นักเดินทางตัวเขื่อง

 

กลับไปที่ www.oknation.net