วันที่ พุธ เมษายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ก๋วยจั๊บแช่ขา” ริมน้ำอัยเยอร์เวง


 

นั่งแล้วไม่อยากลุก                 

                    6 เม.ย.59 ผู้เขียนได้นำทีมสื่อมวลชน ไปลองชิมและถ่ายทำ ภาพสกู๊ปข่าว สีสีนของตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่กำลังเป็นกระแสของสังคมในสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ “ก๋วยจั๊บแช่ขา” ริมน้ำอัยเยอร์เวง


30 บาท คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม


                    ก๋วยจั๊บแช่ขา คือธุรกิจ ต่อยอด ของชาวบ้านตำบลอัยเยอร์เวง ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวในสามจังหวัดชายแดนใต้ หลังจากที่เปิดขายเพียงแค่ 1 สัปดาห์

มีลูกค้า มากหน้า หลายตา ทุกเพศทุกวัย

ร้านเล็กๆ แต่ไอเดีย..ไม่เล็ก

ก๋วยจั๊บวันละ 12 กิโลกรัม


                    เริ่มต้นจากปลายปี 2557 พลังโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ด นามว่า เฟสบุ๊ค คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกระแส การหลั่งไหลมา ของผู้คนทั่วทิศ ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมใน สามจังหวัดชายแดนใต้ ต่างพากันมาฃมทะเลหมอก เดือนละ 10,000 คน จนทำให้ เกิดอาชีพแม่ค้า พ่อค้า ขายข้าวยำ โรตี ข้าวหมก ข้าวต้ม เหนียวปิ้ง เหนียวไก่ย่าง กาแฟ น้ำชา และนมสด กว่า 10 เจ้า โดยเฉพาะ วันศุกร์ เสาร์อาทิตย์ และวันหยุดเทศกาลต่างๆพร้อมๆกับการเกิดแหล่งชมทะเลหมอก 360 องศา เขากุนุงซิลิปัต หรือ เขากุนุงสาลี เป็นไฮไลท์อีกแห่ง ตรงพื้นที่ ม.1 ติดกับตำบลตาเน๊าะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา คนก็แห่กันมาอีก เมื่อรวมยอดปลายปีนับจำนวนคน โดยนับการกลับมาเที่ยวซ้ำด้วย ก็ปาเข้าไปหลายหมื่นคน

 

 

 

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง จุด เริ่มต้นการท่องเที่ยว

 

 

ธุรกิจ ล่องแพทะเลสาบ บูมทันที

 

 

 

 


                     ต่อมากลางปี 2558 ก็เกิด ชาวบ้านหัวใส เปิดกิจการล่องแก่งล้อยาง ล่องแม่น้ำปัตตานี จากจุด กม.33 ถึง กม. 36 ก็ทำให้เกิดกระแสร่วมกับการแห่ไปเที่ยวน้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 น้ำตกละอองรุ้ง ล่องแพเทียวเกาะทวด บ้านจุฬาภรณ์ 7 บ้านจุฬาภรณ์ 9 ป่าฮาลา-บาลา เพื่อได้ลิ้มรสบรรยากาศ ทะเลสาบบนภูเขาที่สวยสะอาด สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในสยามประเทศ ก็เกิดกระแส โฮมสเตย์ ล่องแก่งล้อยาง ที่สามารถเรียกร้องความสนใจนักท่องเทียวทั่วสามจังหวัดชายแดนใต้ได้อีกครั้ง

 


 

คนเบตง สมานฉันท์ 

 

 

สนุก แบบ อิ่ม เย็น ทั้งกายและใจ


                     จนกระทั่งเมื่อปลายปี 2558 หอคอยชมหมอก จุดชมทะเลหมอก เริ่มเป็นรูปเป็นล่าง สื่อมวลเริ่มทยอยชนมาทำข่าว นักท่องเที่ยวเซลฟี่โพสผ่านเฟสบุ๊ค ก็ เกิดกระแสทะเลหมอกอัยเยอร์เวงบูมอีกครั้ง ถึงขนาดผู้คนแห่กันมาตั้งแต่เที่ยงคืน จนถึง 9 โมงเช้า วันละกว่า 4,000 คน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 รถติดยาวกว่า 2 กิโลเมตร สาเหตุเพราะถนนแคบไม่มีที่จอดรถยนต์ ในขณะที่ห้องน้ำ อาคารละหมาด หอชมหมอกและทางเดิน ระเบียงต่าง ก็ยังไม่เสร็จ ระบบการจัดการก็ไม่เป็นระบบ ก็ยังเกิดธุรกิจล่องแก่งคายัคของชาวบ้านอีก บริเวณช่องแคบของแม่น้ำปัตตานี ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือคายัค มาตั้งแต่ กม.24 ถึง กม.29 ถึง 2 จ้าว มีเรือเรือกว่า 40 ลำ

ล่องแก่งก็บูมไม่เลิก


                     ตั้งแต่นั่นมา ทะเลหมอก สะพานแตปูซู น้ำตก ร.9 น้ตำละอองรุ้ง ล่องแก่งคายัค ล้อยางก็เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนแห่มาเที่ยวตำบลอัยเยอร์เวง จนกระทั่งในเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2559 ก็เกิดล่องแก่งล้อยาง อีกจ้าว ตรง กม.32 ที่ปล่อยให้ล่องจาก กม. 30 ถึง กม.32 ผู้เขียนคิดว่าน่าจะอิ่มตัว เพราะ รวมๆแล้ว สามารถรองรับนักท่องเที่ยวพร้อมๆกันถึง 200 คน สำหรับธุรกิจล่องแก่งทุกจ้าวในตำบลอัยเยอร์เวง

ถนนดิน..คงจะเปลียน ถ้าผู้ใหญ่..มา

ลูกค้าก๋วยจั๊บแช่ขา


                      ใครๆก็คิดว่า โปรแกรมต่อไป ที่จะสร้างกระแสบูม น่าจะเป็น แช่น้ำแร่ บ่อน้ำร้อนนากอ แล้วต่อไปเยี่ยมเผ่าอัสลี ที่หมู่ 9 บ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตงจังหวัดยะลา ที่อยู่ในระแวกเดียวกัน


บรรยากาศ คลายร้อนริมแม่น้ำ

                       แต่ที่ไหนได้ เมื่อย่างเข้าสูเดือนเมษายน 2559 จากกระแสความร้อนระอุของฤดูร้อนที่เขาว่ากันว่า ร้อนที่สุด และแล้งที่สุดในรอบ 40 ปีของสยามประเทศ ก็กำเนิดเกิดกระแสใหม่ ธุรกิจที่แรงแซงทางโค้ง คงเพราะปากต่อปาก และเฟสบุ๊คเจ้าเก่า รวมไปถึงไอเดียที่ดันกระฉูดถูกที่ถูกเวลา ก็ทำให้เกิดกระแสใหม่ ที่สอดรับจากธุรกิจล่องแก่งที่บูมสุดๆ นั่น ก็คือ “ก๋วยจั๊บแช่ขา”

 

สุข..ประหยัด ในยุคเศรษฐกิจไม่ฟู่ฟ่า


                    สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็น ไม่เท่ามือคลำ มีหลายๆคนเป็นห่วง มีหลายคนกังวล ผู้เขียนจึง พาสื่อไปพิสูจน์ ทั้งบรรยากาศ ทั้งรสชาติ ทั้งความสะอาดปลอดภัย การดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม แม่น้ำลำคลองสาธารณะ ของผู้ประกอบการเจ้าถิ่น ที่เป็นแค่ครอบครัวเด็กหนุ่มสาวเล็กๆ ใน "ตระกูลสะอะ" ที่มีที่ดินทำกิน ทำสวนยาง สวยผลไม้ และอยู่อาศัยแนวยาวตลอดทั้งสองฝั่ง คุ้งนำปัตตานี บริเวณแก่งอัยเยอร์เวงแห่งนี้ โต๊ะที่นั่ง แผ่นไม้ ตอไม้ ก้อนหินธรรมชาติ ที่ การติดตั้งแบบชั่วคราว ใช้วิธียกขึ้น ยกลงทุกวัน ขยะมูลฝอยที่ใส่ถุงดำทุกชิ้น กฎข้อห้ามสำหรับการนำเครื่องดื่มจากที่อื่น โดยเฉพาะประเภท ยาเสพติด ของมึนเมา อลกอฮอล์ทั้งหลาย มาดื่มกินที่นี่โดยเด็ดขาด (แต่อาจจะมีกาแฟโบราณ น้ำชาแดงแบบบ้านๆ ในวันข้างหน้า) จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ตระกูลสะอะ คงจะควบคุม ปกป้องสิ่งแวดล้อม สาธารณะประโยชน์ ให้คงอยู่ ในแบบที่สังคมอารยะต้องการแน่นอน ไม่เชื่อ ก็ขอท้ามาลองดู ลองชิม ด้วยตัวท่านเอง....ศณีรา รายงาน.


 สื่อท้องถิ่น..การันตี


ได้ทั้งครอบครัว

 เอาเปรียบเด็กป่าว..

เด็กๆได้เรียนรู้ธรรมฃาติ

แก่งช่วงปลายๆ ไม่น่ากลัวสำหรับเด็กๆ

 สายน้ำที่อื่นแห้ง แต่ที่เบตงไม่แห้ง..ครับ

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net