วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ...กลุ่มคนที่ขบวนการปฏิรูปการศึกษาไทยมองข้าม


นายบุญช่วย พันธ์งาม ผอ.กลุ่มอำนวยการ สพป.สระบุรี เขต1 เลขาธิการสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา  แถลงเจตนารมณ์คู่ขนานการปฏิรูปกศ.ต่อกมธ.การศึกษาสนช.

เฝ้าติดตาม "ขบวนการ"และ"กระบวนการ"ปฏิรูปการศึกษาไทยโดยคณะคสช.อย่างตาไม่กระพริบครับ
ลุ้นว่าจะทำอะไรได้บ้าง...?
ประสาคนทำงานใน "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ...หน่วยงานเซ็คชั่นหนึ่งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ที่มีมุมมองต่อกระบวนการพัฒนาการปฏิรูปการศึกษาไทย....
แบบคู่ขนานกับนักการเมืองในกระทรวงศึกษาธิการมาทุกยุคทุกรัฐบาล นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา...
ประสาข้าราชการมีภาษีประชาชนเป็นเงินเดือน มีระบบบริหารราชการแผ่นดินเป็นแนวทางดำเนินวิถีชีวิต
พูดได้แต่ไม่ดัง เขียนได้แต่ไม่มีใครอ่าน ขับเคลื่อนได้แต่ไม่มีพลัง คิดได้แต่ทำไม่ได้...
มาอย่างนี้มานานกว่าทศวรรษ...

แม้จะไม่ถึงกับเป็น agenda ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบและระยะยาวๆ
แต่เห็นหลายภาคส่วนพยายาม รัฐบาลโดยนักการเมืองจากพรรคการเมืองก็เข้ามาแบบสง่างาม ชอบด้วยเหตุผลตามระบบรัฐสภา
แต่ก็อย่างที่เห็นอย่างที่เขาว่ากันปาวๆ เป็นกระทรวงที่มีรัฐมนตรีเปลืองที่สุด สั้นที่สุด ข้าราชการไล่ตามนโยบายแบบหัวหมุนมากที่สุด...
พอถึงยุคคสช. ที่มีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือปะจะฉะดะ...
คนทำงานด้านการพัฒนาด้านการส่งเสริมสนับสนุนประเภทปราซิวปลาสร้อย....ก็ลุ้นต่อว่า "ฯพณฯจะใช้ดาบอาญาสิทธิ์" ในกระบวนการปฏิรูปการศึกษาอย่างไร ?
ระทึก ลุ้น อึงอล ปั่นป่วนมวนท้องระคนเลือดลมสูบฉีดด้วยความหวัง...!

 

นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. อดีต "บุคลากร 38 ค (2)" นักคิด-นักต่อสู้จากที่ราบสูง


ปฏิบัติการการปฏิรูปการศึกษาไทยนั้นมักจะมีคำพูดแบบวาทกรรมกึ่งสั่งการมาจากเบื้องบนไปถึงทุกภาคส่วนมาทุกยุคทุกสมัยว่า
ต้องยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ประชาชนผู้ปกครองเด็กต้องชื่นชมชื่นชอบ ห้ามแตะเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการ ห้ามเพิ่มคนเพิ่มซีเพิ่มตำแหน่งเพิ่มเงิน...
หลักๆก็ประมาณนี้....
ซึ่งผมก็มึนตึ้บ ลุ้น จะทำได้ไงว้า...ในเมื่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการมันก็ต้องข้องแวะกับคน เงิน ถึงจะไปปลายทางที่ "งาน"
คนในที่นี้ หากโฟกัสเฉพาะในภูมิภาคนะครับ...ขออนุญาตข้ามชอทส่วนกลาง 5 แท่ง ในกระทรวงศึกษาธิการ
ก็มีทั้ง ครู ผอ.โรงเรียน รองผอ.โรงเรียน ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผอ.สพท. ศึกษานิเทศก์ พนักงานราชการ ลูกจ้าง...
และ..."บุคลากรทางการศึกษาอื่นคามมาตรา 38 ค (2)"
กลุ่มคนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ ตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2547

นายตวง อันทะไชย ประธานกมธ.การศึกษาและกีฬา สนช. อดีตผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา ในกคศ.
นายชาญ คำภิระแปง ประธานสมัชชาบุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา สายประถมศึกษา ในกคศ.
ผู้นำรุ่นต่อรุ่น ต่างสถานะ ต่างห้วงเวลา ต่างภารกิจ...
ที่มีต้นทุนต้นทางร่วมส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาไทยไม่ต่างกัน...

นายสุทธิพร  ไชยพิเดช ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา  ในกคศ. สายมัธยมศึกษา

 

การปฏิรูปการศึกษาที่ดูเหมือนจะเป็นของร้อนสำหรับประเทศไทย
เนื่องจากประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ คลาคล่ำไปด้วยนักคิด นักวิชาการ นักการศึกษา คอลัมนิสต์ นักการเมือง ผู้นำนิติบุคคล ฯลฯ
กฎหมายการศึกษา มติกคศ. ระเบียบกติกา "ว.โน่นนี่นั่น" ก็บานเบอะแตะไรก็ไม่ได้...(ประธานกศจ.หรือผวจ.ในหลายๆจังหวัดบ่นมางี้)
ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ปรารถนาดี ห่วงใยการศึกษาชาติกันทั้งนั้น
โรงเรียน 32,298 โรง นักเรียน 8,823,849 คน ครู-พนักงานราชการ 401,075 คน (สพฐ.:2527)
คือ ห่วงโซ่ใหญ่ห้อยแขวนต่อจาก "ครู-บุคลากรทางการศึกษา"
ส่วนจะล่ำบึ้กหรือกะหร่องกร๋องแกร๋งอย่างไร...ก็ต้องมโนเอาเพราะวาทกรรม "ห้ามแตะโครงสร้าง ห้ามเพิ่มคน เพิ่มซี"
ยังหลอกหลอนเขย่าขวัญคู่ขนานแผนปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ

 

ตรงที่การปฏิรูปการศึกษาที่มีจุดแตกหักเยอะแยะไปไหมดตามวิธีคิด วิธีการ กระบวนทัศน์ผู้คนในแวดวงการศึกษา
บ้างก็ว่าอยู่ที่ครู บ้างก็ว่าอยู่ที่นักเรียน บ้างก็ว่าอยู่ที่ห้องเรียน  บ้างก็ว่าอยู่ที่ผู้บริหาร ต่างกรรม ต่างกลุ่มวิธีคิด
ลองผิดลองถูก ปฏิรูปการสอน ปฏิวัติการบริหาร ระดมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย ครูแกนนำ ผู้บริหารต้นแบบ ครูดีเด่น ครูรางวัลobec award ครูเชี่ยวชาญ แบบดาหน้าปูพรมเพื่ออัพเดทคุณภาพการศึกษาไทยสู่สากลให้จงได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
มีทั้ง...ประโยคความ "สู่ศวรรษที่ 21"บ้าง "อาเซียน"บ้าง "ประชาคมโลก"บ้าง...มาเป็นธงให้ทะเยอทะยานไขว่คว้า

นายชาญ คำภิระแปง ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน สพป.เชียงใหม่่ 2 ผู้แทนในก.ค.ศ. เจ้าของวลี "ข้อเหวี่ยงการศึกษาไทย"

ดร.สมจิต  สมอ ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน สพป.เชียงราย เขต1 อดีตผู้แทนใน อกคศ.เชียงราย เขต 1 

การปฏิรูปการศึกษาในสมัยภาคการเมืองการศึกษาก่อนยุคคสช.
ทุกรัฐบาลจึงเชิงรุกไปที่ "ครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารเขตพื้นที่" แบบ "กล่องดวงใจ" ว่าไงว่าตามกัน
ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ ชุดติดตาม-ประเมิน ชุดปฏิรูป ชุดนวัตกรรมการเรียนการสอน จึงปฏิบัติการคึกคักเข้มข้น
ตามบริบท สมรรถนะและศักยภาพของปัจเจกชน ซึ่งมีทั้ง "ผู้นำ-ผู้ตาม"
การประกาศคำสั่งคสช. 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาทั้งในโหมดยกเครื่องหน่วยงานและปฏิกริยาขับเคลื่อน-ขยับเขยื้อน
ต่อเนื่องด้วยคำว่า "ภูมิภาค"
ซึ่งนั่นก็หมายถึง "เขตพื้นที่การศึกษา"เป็นเมนหลัก คู่ขนานไปกับพันธมิตรการบริหารจัดการศึกษาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อาชีวศึกษา กศน. การศึกษาพิเศษ การศึกษาเอกชน ฯลฯ

ดร.อภิวัฒน์  กันศรีเวียง ผอ.กลุ่มICT สพม.36 (เชียงราย-พะเยา) รางวัลเหรียญทอง OBEC  AWARD สพฐ. ปี 2557 

เค้าลางการปฏิรูปการศึกษาที่หักมุมออกจากกระบวนทัศน์เดิมๆ เช่น ครู นักเรียน นวัตกรรม หลักสูตร เทคโนโลยีการเรียนการสอน การบริหารจัดการ ฯลฯ ก็เริ่มปลดปล่อยพันธนาการออกมาสู่ "คนที่ปรากฎอยู่ในกฎหมายการศึกษาชาติทุกฉบับ" อย่างคาดไม่ถึง...
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปี 2547
ที่เป็นเสมือน "คนชายขอบ" อย่าง "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2)"
ซึ่งไปถามหน่วยงาน กคศ.ก็จะบอกว่า คุณไม่ใช่ข้าราชการครู คุณเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญสังกัดกพ.
แต่พอไปถามกพ. ก็จะตอบกลับว่า คุณไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนสามัญ คุณเป็นข้าราชการครู...
กว่า 10 ปีจนถึงทุกวันนี้ "ข้าราชการกลุ่มทำงานในสพท.ทั้งประถมและมัธยม 225 เขต" ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1 หมื่นคนก็ยังตอบตนเองไม่ได้ว่า
แล้วตนตัวเองเป็น "ข้าราชการประเภทไหน ?"

ประเด็นคู่ขนานการปฏิรูปการศึกษาไทยของกลุ่มข้าราชการ "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามม.38 ค (2)"
จึงเป็นคำถามต่อไปว่า ในคำสั่ง ม.44
คนกลุ่มนี้ทั่วประเทศใน 225 สพท. มิได้พูดถึง มิได้กล่าวขวัญถึง มิได้ถามไถ่ถึง "ค่างาน มาตรฐานภารกิจ"
ซึ่งเอ็นทรี่นี้ก็ไม่พึงประสงค์ที่จะไปเกี่ยวเนื่องหรือผูกพันกับผลประโยชน์ ตำแหน่ง วิทยฐานะ เก้าอี้ซี-ขั้นใดๆ
แต่ในวงจรและจิ๊กซอว์การบริหารจัดการศึกษาในมิติการส่งต่อนโยบายกระจายอำนาจจากกระทรวงศึกษาธิการถึงภูมิภาค
หากมองและให้ความสำคัญกับ "แม่ทัพ"ในระดับภูมิภาค โดยมองข้าม "ขุนพลทางวิชาการ" ก่อนจะส่งต่อนโยบายสู่พื้นที่บริการของโรงเรียน
การสร้างความรู้ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก ไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน
หรือที่เรียกว่า"ประชารัฐ"
หากนำมาใช้เฉพาะกฎหมายบังคับใช้กับครู บุคลากรทางการศึกษาและการ คิด วางแผน วิจัย ใส่เกียร์เดินหน้า KPI ประเมินผล...
ก็คงเป็นมิติใหม่ในแง่ของการปฏิรูปกฎหมายพัฒนาบุคคลในระดับภูมิภาค...เท่านั้น !
ซึ่งก็หมายถึง "ขวัญ กำลัง ใจ ไมตรีจิต" จากส่วนกลางถึงภูมิภาค ที่เป็นการอภิบาลกึ่งธรรมาภิบาล...ตามที่คสช.คาดหวัง
.....
โดยมีคนกลุ่ม "บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2)"
นั่งมอง ก้มหน้าก้มตาเป็นวัวงานแบบ "หนิมๆ"....เหมือนเดิม

วันนี้...หากถามไถ่ถึง สำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
แล้วถามต่อว่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่ทำงานใน 2 หน่วยงานที่เพิ่มเติมมานี้อย่างน้อยๆก็ 18 + 77 จะใช้คนกลุ่มใด ?
เราก็จะได้ยินทันทีทันใดว่า "เกลี่ยอัตรากำลัง"
นั่นก็หมายถึงใช้กำลังพล "บุคลากรทางการศึกษา ม.38 ค (2)"
เหมือนเดิม ภายใต้ข้อจำกัด "ห้ามเพิ่มคน เพิ่มเงิน"
สถานการณ์นี้...คู่ขนานกับปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษาไทยมาแล้วตั้งแต่ปี 2547

คุณภาพ ประสิทธิภาพ...เมื่อวานกับวันพรุ่งนี้...หากมองในมิติการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค
จึงมิได้มีสิ่งใดใหม่หรือเจาะลึกไปถึง "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" แต่อย่างใด
วันพรุ่งนี้จะมีหรือไม่มีก็ยังไม่มีใครรู้ สำหรับข้าราชการกลุ่มบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามม.38 ค (2)
ที่ผมตั้งฉายาว่า "คนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ"   ที่ไม่มีวิทยฐานะและกระบวนการพัฒนามาตรฐานทางวิชาการ
แต่ต้องทำงานควบคู่กับครู โรงเรียน ผู้บริหาร....
เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ...คนที่ไม่ใช่ข้าราชการครู คนที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน
เป็นใครก็ไม่รู้...ไม่ได้มาเรียกร้องหาวิทยฐานะ ความก้าวหน้าใดใด ไม่อยากให้ด่วนฟันธงดักหน้า แง่ร้ายซ้ำซาก

เพียงแต่จะบอกว่า ม.44 ที่คสช.ประกาศใช้เมื่อ 22 มีนาคม 2559 นั้น
หากเพื่อคาดหวังการพัฒนาการศึกษาชาติด้วยองค์คณะบุคคล 22 คน...ก็คงเป็นอีกมิติหนึ่งในระยะยาวๆที่ไม่แตะก็เหมือนแตะ "คน" ในระดับผู้บริหาร ครู บุคลากร แต่มาไม่ถึงบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามม.38 ค (2)
ซึ่งวันนี้ แม้แต่ปากเสียงที่จะมีในภูมิภาคใน "บอร์ดกศจ." ก็ยังถูกตัดทิ้ง แบบตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย....!
หากเพื่อคาดหวังการพัฒนาการศึกษาชาติด้วยมิติโครงสร้างการบริหารจัดการในเชิงนอมินีของศธ.ในส่วนภูมิภาค....
คสช.ต้องอย่ามองว่า "สำนักงานเขตมีผอ.เขต" "ศึกษาธิการจังหวัดมีผอ.เขต1" "ศึกษาธิการภาคมีผู้บริหารชั้นต้นซี9-10" เท่านั้น...
....กว่า 10 ปีนับตั้งแต่ พ.ศ.2547 ที่ว่า การปฏิรูปการศึกษาไทยยังไปไม่ถึงไหน !

กระทรวงศึกษาธิการในยุคคสช.ต้อง "ทะลุทะลวง" จากยอดปิรามิดให้ครบถ้วนทุกลมหายใจและวิถีชีวิตเกี่ยวข้อง
ครู 398,865 คน ผู้บริหาร 32,298 คน ศึกษานิเทศก์ ผอ.เขต 225 คน รองผอ.เขต รองผอ.โรงเรียน...ต่างได้รับการปฏิรูปทุกรูปแบบ
วันนี้...ม.44 ยังไปไม่ถึงกลุ่มคนตามมาตรา 38 ค (2) "คนชายขอบในชายคากระทรวงศึกษาธิการ"
ลองคลี่ดูอัตรากำลัง ค่างาน การเกษียณ การลาออก การโอนย้ายสังกัด การล้มหายตายจาก...กับข้อเท็จจริงที่กองพะเนินเทินทึก...
บางทีการปฏิรูปการศึกษาในมิติ..."คนทำงานในเขตพื้นที่การศึกษาก่อนส่งต่อโรงเรียน"
ก็เป็นจุดคันอีกจุดหนึ่งที่ต้องเกา...เกาให้ถูกที่คัน

ฝากความหวังกับกระทรวงศึกษาธิการในยุค พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ "บิ๊กหนุ่ย"...
ที่ต้องถามและต้องตาม อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ "ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา" แต่เพียงอย่างเดียว...
แค่เตรียมวางแผนจะถกกับประธานกศจ.ให้พ้น time line 3 เดือนตามคำสั่งศธ.และKPI หน่วยงาน.....ก็หืดขึ้นคอแล้วครับท่าน !ปากเสียงที่จะไปบอกต่อ "รมต.ดาว์พงษ์" ว่า ขอความกรุณาดูแลคนทำงานในเขตพื้นที่รองรับนโยบายศธ.ตัวจริงด้วยนั้น...คงยากครับ เพราะถ้าบอก ผอ.สพท.ทั่วประเทศก็คงบอกไปนานแล้วก่อนคสช.จะประกาศใช้ม. 44 ....  นี่คือข้อเท็จจริงในวงการศึกษาไทย...วันนี้ !!

 

โดย กรมกุชะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net