วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องแรกก็เม้าท์น้องเลย ถถถ


        เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้เอง  สดๆร้อนๆ  กำลังจะคิดอยู่ว่า  จะโพสท์เรื่องไปญี่ปุ่นก็ยังเขียนไม่เสร็จสักที   มีเรื่องนี้เกิดขึ้น   ก็เลยเอามาเล่าเสียเลย  ถถถ  คือเมื่อเช้าวันนี้ผมกับน้องตื่นมาแล้วจะกินอาหารเช้า   ผมก็ไปเปิดตู้เย็นดูว่ามีอะไรกินบ้าง   เจอในกล่องมีอกไก่หมักพริกไทยดำนึ่งอยู่  2  ชิ้น  เบบี้แครอทสักครึ่งถุง   ผักสลัดแบบมิกซ์อีกนิดนึง  เขาบอกที่ถุงว่าเป็นผักไฮโดรโปนิกส์ (ผมก็เชื่อเขา  แต่ถ้าเขาหลอกก็ขอให้จู๊ดๆ ) ซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตมันก็แพงอยู่นะ   แต่นะครับ  เพื่อสุขภาพผมก็ยอม        

        ทุกอย่างโอเค   สำหรับอาหารเช้าของผมกับน้อง  แต่ที่ไม่โอเคคือ  ขนมปังหมด   แต่ไม่เป็นไรครับ  ผมมีน้องที่แสนดีคือ "เจ้าหมีน้อย"  ผมเลยบอกให้เขาไปร้านเซเว่นที่มาเปิดใหม่ใกล้บ้าน  (แถวบ้านผมทันสมัยขึ้นมาทันทีเลย ถถถ) และที่แน่ๆไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของมินิมาร์ทเจ้าเก่า  ถ้าขยันข้ามถนนก็ไปเจ้าเก่าถ้าไม่อยากข้ามถนนก็เข้าเซเว่นอำนาจอยู่ในมือของผู้บริโภคอย่างผมที่จะเลือกใช้บริการร้านใดก็ได้   แต่เงินของผมอยู่ในกระเป๋าของเจ้าของร้าน  (นี่ไงผมว่า  อำนาจมันเป็นของมายาหลอกลวง  ไม่ได้หอมหวลจนต้องไขว่คว้ามาอยู่ในมือ  ไม่รู้จะไปแสวงหาอำนาจเพื่ออะไรกัน)

        น้องหมีน้อยที่น่ารักของผม  ก็ออกไปซื้อของที่ต้องการ  รวมทั้งไม่ลืมที่จะเอาของวิเศษสามสิ่งไปด้วยนั่นคือ  กุญแจรั้ว  กระเป๋าเงิน  และโทรศัพท์ (ไม่ใช่สามสิ่งแบบเครื่องรางยมฑูตในเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์นะครับ)  คุณแม่บอกกับผมว่า  "สักประเดี่ยวน้องต้องโทรมา   ถ้าไม่มีสิ่งของที่ต้องการ"  (เพราะเราสั่งไปว่าเอาขนมปังโฮลวีท  ถ้าไม่มีน้องต้องโทรมา)  สักพักเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น  แต่มันไม่โชว์เบอร์  แม่บอก "น้องโทรมาแน่ๆ"    ผมบอก "ไม่ใช่  มันไม่ขึ้นชื่อน้อง  เบอร์ใครไม่รู้"  แต่ผมก็รับสายนะครับ  "สวัสดีครับ  โทรมาติดต่อเรื่องอะไรครับ"

        เสียงทางโน้นพูดมาว่า  " สวัสดีครับ  คือว่าผมมีเรื่องจะปรึกษาสักเล็กน้อย  คือผม...."   ผมใจร้อนครับคิดในใจว่าไอ้หมอนี่จะต้องมาขายประกันหรืออะไรสักอย่างแต่เสียงมันคุ้นๆหูอยู่เหมือนกัน   ผมเลยสวนกลับไปทันที " คุณรู้เบอร์ผมได้ยังไงเนี่ย"  แล้วทางนั้นก็ตอบมาว่า   " คือ...ช่วยถามแม่ว่า  แม่จะเอาอะไรอีกมั๊ย"  คราวนี้ผมจำได้แล้ว  น้องชายของผมนี่เอง    แต่ผมงงมากที่ทำไมโทรศัพท์ไม่ยอมโชว์ชื่อน้อง   ทั้งๆที่ผมเม็มเบอร์ไว้แล้ว 

        อารมณ์ผมอยากแหย่น้องครับเลยแกล้งทำเสียงดุๆว่า  "นี่คุณรู้จักแม่ของผมได้ไง  คุณเป็นใครกัน"   น้องผมตอบมาอย่างรัว " นี่ซิดดิ๊กเองครับ "  ผมขำครับ  ถถถ  แล้วเขาก็ถามว่า  "ขนมปังโฮลวีทไม่มี  เอาขนมปังอื่นได้มั๊ยครับ"   อารมณ์อยากแกล้งต่อนะครับ  แต่เดี๋ยวน้องจะเครียด  เลยตอบไปว่า "เอาอะไรมาก็ได้  ที่มันเป็นขนมปังนะ"  ถถถ   แม่ผมนั่งฟังอยู่ใกล้ๆ  แม่หัวเราะใหญ่เลย  แม่บอก "ว่าแล้วต้องเป็นน้อง  แบบนี้ประจำ  เวลาให้ไปซื้ออะไรถ้าไม่มีต้องโทรมาถาม  แม่ว่าเราต้องฝึกให้น้องตัดสินใจเองได้มากกว่านี้ "

        นี่ล่ะครับ  น้องของผม   ผมว่าน้องของผมเก่งกว่าออทิสติกคนอื่นๆก็เพราะ  ทั้งพ่อ แม่และผม  เราไม่มองว่่าน้องเป็นเด็กพิเศษ  เราก็เลยคุยกับเขาอย่างปกติ   มีแหย่บ้างอะไรบ้าง  แบบถ้าเขาไปเจอกับโลกภายนอก   เขาจะได้ไม่กลัวจนเกินไป  และบางทีน้องจะรู้ว่า  โลกภายนอกมีอะไรที่เขายังต้องเจอและแก้ไขปัญหา  แต่ถ้าอยู่ในบ้านเขาก็เจออยู่ดี  แบบจะได้ชินไปเอง  ถถถ  

        แฟนคลับของเจ้าหมีน้อยอย่าโกรธผมนะครับ   ผมทำเพราะรักน้องจริงๆ   ขอบคุณ"เจ้าหมีน้อย"  ที่ทำให้ผมมีเรื่องให้เขียนในบล็อกเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก  ผมให้เกียรติน้องเป็นแขกรับเชิญเลย   และผมแย่งซีนมาจากแม่ผมอีกด้วย  ขอโทษครับแม่ ถถถ

          ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับมีอะไรก็แนะนำผมได้   นี่แม่ผมบล็อกเกอร์รุ่นเก่า(แต่อย่าบอกว่าแก่นะครับ  แม่บอกแม่ว่าตัวเองแก่ได้แต่ลูกๆห้ามพูด)  แนะนำผมมาว่า  ให้ใช้ฟ้อนท์ขนาดตัวอักษร  4(14pt) น่าจะอ่านสบายตาที่สุด  แล้วย่อหน้าเยอะๆจะได้ไม่ติดกันพรืด  มันอ่านยาก  ผมก็ต้องเชื่อบล็อกเกอร์อย่างแม่  ถถถ  เชื่อไว้ก่อนแม่สอนไว้
                                      ด้วยความเคารพ

                                         พี่หมีใหญ่   

โดย พี่หมีใหญ่

 

กลับไปที่ www.oknation.net