วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อต้องเข้ามาอยู่โหมดเด็กซิ่ว แอดมิชชั่น 59


เมื่อต้องเข้ามาอยู่โหมดเด็กซิ่ว แอดมิชชั่น 59

 
มาอัพเดทเรื่องราวน้องเพชรค่ะ ปีนี้เข้าสู่โหมดเด็กซิ่ว ด้วยความที่อยากตามฝันตัวเองในการเรียนจิตวิทยา จึงขอตามฝันตัวเองด้วยการยื่นคะแนนใหม่  แม่นำจึงแนะนำให้ลงคณะที่ลูกเรียนด้วยความถนัดไม่ต้องกดดันตัวเอง  เช่น คณะดนตรีไทย  เพราะจากการเรียนที่ผ่านมา 1 ปี  น้องเพชรต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเรียน คณะศึกษาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีการศึกษา เทอมแรกคะแนนออกมาใช้ได้ และได้เรียนวิชาเกี่ยวกับจิตวิทยา หลายตัว รู้สึกมีความสุขมากและทำคะแนนสอบได้ดี จะมีก็แต่วิชาภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งกับการทำคะแนนให้ผ่านเกรด D  
 
พอมาเทอมสอง ต้องเจอวิชาที่ไม่ถนัดหลายตัว เช่น อิ๊ง2  คณิต  วิชาเกี่ยวเทคโนโลยีการศึกษา หลายตัว ซึ่งไม่ถนัดเพราะทฤษฎีเยอะ  ปฏิบัติก็เยอะ ต้องเขียนโปรแกรมด้วย  ค่อนข้างทุลักทุเลมากเทอม  นี้  จนท้อหลายครั้ง  แต่ก็ยังอยากจะพยายามสู้ต่อไป เธอมักจะถึอ คติ คนอื่นทำได้เขาก็ต้องพยายามที่จะทำให้ได้
 
เห็นลูกแล้วก็เลยรู้สึกลำบาก  ก็เลยบอกว่างั้นลองซิ่วตามฝันตัวเองไหม  ยื่นคะแนนใหม่ ลงจิตวิทยา ที่อยากเรียน  และให้ลงวิชาที่ตัวเองถนัดไว้ด้วย  เนื่องจากช่วงที่เรียนปี1 น้องเพชรเข้าชมรมดนตรีไทย  เขามีความสุขที่ได้เล่นดนตรี ช่วยเรื่องละลายความเครียด  สร้างสมาธิ  และได้ออกงานหลายครั้ง   มีอาจารย์  รุ่นพี่  เพื่อน ก็ชมว่าเขาเด่นดนตรีได้เก่ง  มีลูกเล่นแบบเฉพาะตัว มีแนวเพลงของตัวเอง ซึงเขาบอกว่า ไม่เคยมีใครบอกเขาเลยว่าเขาเล่นดี  เมื่อมาอยู่ที่นี่ มีคนชมทำให้เขาภูมิใจมาก
 
สุดท้ายเขาก็ยอมยื่นแอดมิชชั่นในวิชาดนตรีไทย ไว้เป็นอันดับสองค่ะ   ปีนี้ถือว่าเป็นปีล้างตาของเด็กปี 58 จริงๆค่ะ  เพราะคะแนนของน้องเพชรก็ไม่ได้มากมายอะไร  คะแนนเท่านี้ปีที่แล้วก็สอบไม่ติดค่ะ  โชคดีที่ปีนี้คะแนนลดลง
 

 
 
เขาบอกว่าคงเป็นพระเจ้าอวยพร  เพราะเขาก็สวดภาวนาว่าไม่ว่าเขาจะเรียนคณะอะไรก็ขอให้เป็นตามน้ำพระทัยของพระเช่นกัน
 
แม่นำบอกน้องเพชรว่า   เรียนในสิ่งที่เราถนัด เรียนในสิ่งที่มีคนชมว่าเราเก่งเทียบเท่าคนอื่น จะทำให้เราภูมิใจ  มีกำลัง และได้ฝึกฝนพัฒนาให้เก่งยิ่งขึ้น  ดีกว่า เราต้องทนกดดันตัวเอง ต้องเครียดกับการเรียนที่ไม่ถนัด และต้องตะเกียกตะกาย  การที่หนูเรียนดนตรีไทยหนูก็สามารถสอนเด็ก  ๆ  ได้ แถมยังใกล้ชิดกับเด็กๆ  ได้สอน ได้ช่วยเหลือเด็กๆที่น่าจะมีพรสวรรค์ได้รับโอกาสแบบหนู  แถมหนูยังมีประสบการณ์การเรียนหลายๆแบบ ที่สามารถจะแนะนำน้องๆว่าเขาควรจะมีแนวความคิดในการเรียนอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเขา
 
ที่จริงแม่นำก็แอบดีใจลึกๆ ค่ะ  เพราะอยากให้ลูกเรียนแนวศิลปะ หรือดนตรี  มากกว่าเพราะจบมาเขาสามารถทำงานได้อิสระ เลือกงานได้หลากหลายกว่า การที่เรียนแล้วต้องมาวิ่งทำงานในออฟฟิส  ต้องทำงานเอกสาร  เรียนสายดนตรี หรือศิลปะ น่าจะเหมาะกับเด็ก ADHD/LD มากกว่า  เพราะได้ใช้ความสามารถตัวเองได้เต็มที่ได้แสดงความเก่งออกมาให้ได้เห็น 

โดย แม่นำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net