วันที่ อังคาร มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึก ของลุงรภ ชีวิตจริง ที่ต้องต่อสู้โรคร้าย มะเร็งตับ


บันทึก........

 ชีวิตจริง ที่ต้องสู้กับโรคร้าย มะเร็งตับ
ของลูกผู้ชายชื่อ “ลุงรภ” ตอนนี้ขอยื้อเวลา..
คุยความเก่า-เล่าความหลัง ให้ฟังกันไว้ปลายชีวิตนี้.

 

   วิถีชีวิตช่วงที่ผ่านมานานนับ ที่ต้องสู้กับโรคเดิม ของลูกผู้ชายที่เป็นรูปแบบ..
เย็นกินเหล้า เช้ากินกาแฟ” เผาบุหรี่วันหนึงซอง-สองซอง...มันก็ต้องรับกรรมปลายชีวิต

   ไอ้เจ้าบุหรี่น่ะ กว่าจะเลิกได้ ปอดก็พังไปครึ่ง-ค่อน โดยโรคถุงลมโป่งพอง ทุกวันนี้ต้อง
อาศัยอ๊อกซิเจนช่วยหายใจ ตามด้วยยาขยายหลอดลม อีกหลายขนาน หมดเรี่ยวหมดแรง
เข้า-ออกโรงพยาบาล มานานนับสิบปีแล้ว ผ่านเส้นยาแดง จะน๊อกลมหายใจ มาก็หลายครั้ง

ก็ยังผ่านมาได้เพราะคงยังไม่หมดกรรม ชีวิตเดินเหินไปไหนก็ไม่ได้ไกล ต้องอาศัยวีลแชร์
แถไป-แถมา จนทุกวันนี้แล้วเอ่อ........

 

    ไอ้โรงพยาบาลน่ะ เป็นเหมือนที่พักผ่อน ปีหนึ่งสอง-สาม ครั้งต้องเข้าไปซ่อมแซม-สร้างเสริม เติมพลัง
ให้ชีวิตเป็นประจำ ครั้งละ 3 วัน 7 วันก็ โรงพยาบาลแม็คคอร์มิคเชียงใหม่...
นั่นแหละครับ เพราะรักษากันมาประจำกับหมออุทัย ประวัติโรคป่วย-การรักษา ยาวมากันเป็นหลายปี เนื่องเพราะโชคดีที่มีทั้งลูก-ทั้งหลาน เป็นแพทย์พยาบาล ประจำ รพ.แห่งนี้.....

    น๊อกอาการป่วยเที่ยวสุดท้ายเมื่อราวเดือนมีนาคมศกนี้ ลืมตาขึ้นอีกครั้งก็อยู่ในห้องผู้ัป่วย
ซี ซี ยู เสียแล้ว นอนเสียสี่ซ้า-ห้าวัน ออกไปเที่ยวนี้มีของแถม ตามไปด้วยโรคใหม่..555
แรกๆนึกว่าโดยกินยามากเกินไป จนเป็นกระเพาะอักเสบ ปวดท้อง ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย
กินไม่ได้ เบื่อหาหารไปเลย ก็ยังเข้าออกรักษา รพ.กันอีกเป็นเดือน-สองเดือน กว่าจะเอ๊ะใจ
เข้าตรวจใหม่ไอ้เรื่องปวดท้อง โดยลองอัลต้าซาวด์ดู  อ๊ะ..เจอเจ้าก้อนเนื้อแปลกหน้า
ดันโผล่          ขึ้นมาที่ตับ เอาละซีต้องเจาะเลือดเข้าห้องแรปตรวจสอบ พอสรุปประมวลได้ว่า...
ยังไงๆ มันก็เป็นก้อนเนื้อร้าย ไม่ใช่เนื้อดี...

เหล่าลูก-หลาน รวมทั้งแพทย์ รพ.ก็แนะนำเห็นควรว่า “ลุงรภ ควรย้ายไปรักษาที่แผนก
มะเร็งของโรงพยาบาล มหาราชนครเชียงใหม่จะดีกว่า เพราะเครื่องมือการแพทย์พร้อม
เจ้าหน้าที่แพทย์เฉพาะทางพร้อม” 

    ซึ่งโดยความจริงแล้วคงเป็นเรื่องยากมากของ รพ.ระดับจังหวัดแห่งนี้ ที่คนไข้จะเลือก
เจาะจงในทุกสิ่งทุกอย่างได้ดั่งต้องการ เหมือนนอนโรงพยาบาลเอกชน แม้แต่ห้องพักรักษา
แต่ครั้งนี้เราคงได้ผลบุญหนุนส่งจาก”ป้าอ้อย”คู่ชีวิต ที่ได้รับความเอื้ออารีย์จาก..

    ศ.นพ.กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม. หัวหน้า ศูนย์วิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพฯ ทราบเรื่องแล้ว
รับปากให้การช่วยเหลือ ประสานงานด้านการรักษาพยาบาลให้เป็นอย่างดี จึงได้เข้ารับการ
ตรวจสอบอัลต้าซาวด์ อีกครั้งจากหน่วยรักษาฯของโรงพยาบาลนครเชียงใหม่


   
   ผลการตรวจก็ออกมาเช่นเดียวกัน ของก้อนเนื้อสอง-สามก้อน ติดชายตับด้านซ้าย

เพื่อให้ละเอียด ชัดเจน แน่ใจว่ามันเป็นอะไรกันแน่ จำเป็นต้องเข้าตรวจด้วยเครื่องเอ็กเรย์
คอมพิวเตอร์ TC- SCAN ในวันต่อมาอย่างรวดเร็ว
      พร้อมเดียวกันหลังการตรวจเอ๊กเรย์แล้ว ก็ต้องเข้าพักเตรียมการรักษา และ วางแผน
ปฏิบัติแรกเริ่มในการบรรเทา – ทุเรา อาการปวดจากจุดอักเสบที่ตับ เที่ยวนี้เราได้เข้าพัก
ห้องพิเศษ อาคารสุจิณโณ ชั้น 13 หลังจากเพิ่งรู้ข่าวว่า.....


( 2 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบภายในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หลังรับแจ้งเกิดเหตุผู้ป่วยกระโดดตึกลงมาเสียชีวิตที่เกิดเหตุ พบศพนายสนิท เทพวัลย์ อายุ 54 ปี เป็น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ นอนเสียชีวิตบริเวณลานด้านหน้าตึก โดยมีกลุ่มญาติผู้ป่วยมายืนดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตกใจ
จากการสอบถามทราบว่านายสนิทป่วยด้วยโรคมะเร็งมาปีเศษแล้ว ที่ผ่านมาเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ล่าสุดได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมาได้กว่าสัปดาห์ ก่อนอาศัยจังหวะที่ญาติและพยาบาลไม่อยู่ในห้อง ตัดสินใจกระโดดตึกจากชั้นที่ 13 ลงมาฆ่าตัวตาย สาเหตุคาดว่าจะเกิดความเครียดจากโรคที่เป็นอยู่

 

   มุมมองของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ข่าวนี้ก็มิได้ทำอะไรให้เราไหว-หวั่น..... 
   สรุปความรู้สึกของตัวเราเอง ที่ได้เตรียมตัว-เตรียมใจ มาอย่างดีแล้ว ว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
"กัมมุนา วัตตติ โลโก" สัตว์โลกทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม ปรับใจ รอรับสถานการณ์
ไม่จำเป็นต้องเข้าข้างตัวเอง ว่าจะโชคดีที่ไม่ไช่มะเร็ง เนื้อร้าย ความเป็นจริงเชื่อว่าตัวเองยอมรับได้
เกิดมาใช้ชีวิต ชั่วร้อยที-ดีร้อยครั้ง เป็นสัปเหร่อ.. ก็เป็นมาแล้ว แบกศพ-หามศพ เข้าป่าช้ามาก็มากแล้ว
สัมผัสชีวิตมาทุกด้านแล้ว หนาว-ร้อน เจ็บ-ปวด มามากแล้วทนอีกครั้งสุดท้าย...คงทนได้ครับ....

 

  สิ่งที่บั่นทอนความรู้็สึกทางกาย ก็คือความเจ็บปวดที่เท่าทวีขึ้นตามลำดับ ในช่วงนอนตรวจร่างกายรอการรักษา
เราได้รับความเอื้ออารีย์จากคุณหมอ คลีนิกความปวดมาช่วยตรวจ

จ่ายยารักษาระดับอาการขั้นแรก ไปจนขั้นปวดหนัก ทั้งยากิน ยาติดผิวหนัง จนกระทั่งยาฉีด


   เตรียมกันให้พร้อมทุกอย่าง แม้ความตั้งใจเดิมที่เคยตั้งด้วยแรงศรัทธา ในการบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาลที่
ได้ทำไว้นานมาแต่ปี 2524 แล้ว....

 

 

และสิ่งที่ตั้งใจไว้ท้ายสุดช่วงนอนรักษาตัว ที่ไม่ได้คาดไว้ว่าจะยาวนานเท่าใดก็ตาม
จะใช้เวลาเก็บเรื่องชีวิตมุมเก่าๆของตัวเอง มาคุยความเก่า-เล่าความหลังกัน
ณ บล็อก โอ.เค เนชั่น ขออนุญาต บก.ชาลี บันทึกไว้ในความทรงจำ.... 

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net