วันที่ พุธ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกิดมาเป็นลูกยิปซี


 

บันทึก........

 ชีวิตจริง ที่ต้องสู้กับโรคร้าย มะเร็งตับ
ของลูกผู้ชายชื่อ “ลุงรภ” ตอนนี้ขอยื้อเวลา..
คุยความเก่า-เล่าความหลัง

         ๑. เกิดมาชีวิตเป็นลูกยิปซี.....

              เหมือนได้กลับมาบ้าน OK.NATION หลังนี้อีกครั้ง หลังจากที่เคยบอกเล่าเรื่องราวสารพัดและ
การท่องเที่ยวมาเป็นหลายร้อยเรื่อง ตัวเองเราก็ไม่ได้เป็นนักเขียน 
เพียงแต่มีใจรักที่ บอกเล่า-เก้า สิบ
ของเรื่องราว และ ชอบถ่ายภาพมาประกอบทำมาด้วยความสุขใจ
แต่วันนี้ดีใจที่กลับมาถึงบ้าน ท่าน บก.ชาลี มาคอมเม้นท์ ให้กำลังใจเป็นคนแรก ยิ้มทั้งน้ำตาครับพี่..”

      โดยชาติกำเหนิดเกิดเข้าท้องแม่ สมัยพ่อรับราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
      "น่าจะเป็นลูกเงี้ยว หรือลูกไตใหญ่มาเกิด"

      แม่อุ้ัมท้องมาเกิดเมืองเชียงใหม่ เรามันก็รักชีวิตความเป็นลูกคนเมือง....
”ลูกข้าวนึ่ง” และโดยเฉพาะเป็นลูกข้าราชการที่เร่ร่อน ทำงานย้ายไป-มาตลอด ไม่เป็น
หลักแหล่ง และพ่อก็มาจากคนบ้านแตก-สาแหรกขาด ตระกูลที่ไม่มีหลักแหล่ง สมัยสงคราม
มหาเอเชียบูรพา เราก็รวมสรุปว่าเกิดมากก็เป็น“ลูกยิปซี” 555

     ยังไงก็ต้องกล่าวถึงพ่อ ถึงแม่ แน่ๆอยู่แล้วโดยเฉพาะแม่”แม่มาลัย”เป็นลูกสาวยาย
”พวง”..เป็นคนรับใช้อยู่ในวังคุณหญิงท่านหนึ่ง อยู่ย่านสะพานผ่านฟ้าลีลาพิภพ กรุงเทพฯ
ส่วนพ่อคือ”นายมนัส”ต้นตระกูลประภาลักษณ์

     นี่ก็เอารูปจากเวบสมัยปัจจุบันมาแทน รูปเก่าค้นไม่มีคราบ

    ครอบครัวที่เริ่มทำงานด้วยพ่อเป็นช่างไปรษณีย์ สังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลขสมัยนั้น 
พ่อเล่าให้ฟังถึงงานเริ่มชีวิตครอบครัว เดินทางไปรับราชการครั้งแรก เป็นช่างไปรษณีย์โทรเลขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะเป็นชายแดนที่มีความสำคัญในช่วงสงครามมหาเอเชีย
บูรพา ด้วยการติดต่อสื่อสารที่ได้ทางไกลรวดเร็ว
เข้าสู่เมืองหลวง โดยการเคาะสัญญาณมอส
โทรเลข เปิดที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    จนถึงราวประมาณปี 2483 แม่ตั้งท้องตัวเราได้หลายเดือนแล้ว พ่อจึงขอย้ายมารับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ในฐานะช่างเคาะโทรเลข (ระหัสม๊อส แต แต็ดๆ แตๆ) เป็นนายไปรษณีย์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพิพิธฑภัณฑ์ไปรษณีย์เชียงใหม่ อยู่ทุกวันนี้ ราวปีที่แล้วก็แอบไปเยี่ยมชมอดีตที่ทำงานของพ่อ และเก็บภาพสมัยเป็นข้าราชการที่นี่....


เออ.ไอ้ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อปีเราเกิดพอดี 2483ื 

        แม่ต้องอุ้มท้องเราเดินทางนั่งช้าง-ขี่ม้า เดินลัดป่าจากแม่ฮ่องสอน นอนแคมป์ค้างแรมมาเชียงใหม่เห็นจะหลายวัน แม่มาเกิดเราที่บ้านเช่าเล็กๆแถวบ้านแจ่งศรีภูมิ เวลาเช้าราว 9 โมง วันที่ 1 กรกฏาคม 2483 ก่อนที่พ่อจะได้ที่ดินปลูกบ้านหลังแรก ในเชียงใหม่ที่..ถนนเมืองสมุทร์ ก่อนถึงแยกวัดป่าแพ่ง อ.เมือง เชียงใหม่


        ยังมีมุกอีกน่ะนายมนัส พ่อเรานั้นไม่เบา เพิ่งมารู้ภายหลังว่าแอบเอา (พี่สาวชาวไตใหญ่ คนละแม่กับเรา)
มาจาก..แม่ฮ่องสอนด้วยเพราะมีกิ๊กเป็นชาวไทใหญ่ จนได้ลูกสาวมาก่อนแล้วคนหนึ่ง วันที่เขียนนี้ "พี่ป๋อง"
..กรุณา ประภาลักษณ์ ได้เสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วมานี้เอง.....

 

พี่น้องที่คลานตามกันมาในชีวิตของ
ตระกูลประภาลักษณ์นี้ 

จากซ้าย..1.ทัศน์ ประภาลักษณ์ (น้องป้อง)
ช่างไปรษณีย์โทรเลขไปรษณีย์สันป่าข่อย
(เสียชีวิตแล้ว)

 2.ปรารภ ประภาลักษณ์ (เราเอง) 
 (ตอนนี้ก็น่าจะสมควรแก่เวลา ใช้ชีวิตครบถ้วนแล้ว....

 3.กรุณา ประภาลักณ์ ( พี่ป๋อง พี่สาวใหญ่
คนละแม่กัน)เสียชีวิตแล้ว.

 4.เครือพันธุ์ ประภาลักษณ์ –ปาวราจารย์
(คนยืนขวาสุด น้องสาว) ยังมีชีวิตอยู่

 5.ดูงาม ประภาลักษณ์ (น้องสาวคนสุดท้อง
น้องเล็กชื่อเล่น).........

 6.ไม่มีในภาพนี้ วิทยา ประภาลักษณ์
(น้องปิง น้องต่างมารดา)เสียชีวิตไปแล้ว..

  การศึกษา เริ่มชีวิตการเรียนชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียน มงฟอร์ตวิทยาลัย รุ่นเดียวกันกลับมาพอจำได้
ก็เห็จะมี อ.วีรพล ธรรมคุณ (ลูกมัสเซอร์ดุลย์) 
ต่อมาพ่อย้ายราชการไปประจำสถานีวิทยุต่างประเทศ นนทบุรี

   ไปเรียนต่อชั้นมัธยมต้น-มัธยมปลาย ณ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี ก็แค่ชั้นมัธยมก็หนักแล้ว
สำหรับพ่อที่เป็นข้าราชการ..
ต้องส่งน้องชาย และ น้องสาวอีกสองคนเรียนต่อในระดับ
ชั้นอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา.. แม่จึงพาเดินทางกลับมาบ้านที่เชียงใหม่ 
 เพื่อเริ่มต้นหาการหางานทำ เพราะพ่อได้ซื้อที่ดินและบ้านทิ้งไว้ ประมาณ 1 ไร่กว่า
หน้าวัดเมืองกาย ข้างสนามม้า 
ยิมคานา บ้านเด่น อ.เมืองเชียงใหม่

เริ่มชีวิตครอบครัวที่เชียงใหม่...

ชีวิต-การงาน
        เริ่มเตะฝุ่นหางานทำเมื่อกลับมาอยู่บ้าน ที่เชียงใหม่ ประมาณปี 2518 งานอะไรก็ได้ที่แลกเป็นเงินมาได้เพื่อใช้จ่ายเริ่มมันไปตั้งแต่เด็กขายหนังสือ (ร้านอุดมผล) เด็กทำงานปั้มน้ำมัน ล้างอัดฉีด และรับจ้างขับรถ..เมื่อพอมีพื้นความรู้เรื่องการถ่ายภาพมาก่อน จึงได้สมัครเป็นช่างภาพ-ผู้สื่อข่าว ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสมัยนั้นเป็นหนังสือพิมพ์รายฉลากล๊อตเตอรี่ (หวยออก หนังสือพิมพ์ก็ออกวันนั้น)
วิ่งส่งมันทั่วจังหวัดและอำเภอต่างๆ เชียงใหม่สมัยนั้นก็จะมีหนังพิมพ์คนเมือง แผ่นดินไทย และ เสียงเชียงใหม่ ไปสมัครอยู่เป็นช่างภาพ-ผู้สื่อข่าวนสพ.เสียงเชียงใหม่ มีเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่เป็นเจ้าของ นายพิรุณ อินทราวุธ เป็นบรรณาธิการ กลุ่มการเมืองสมัยนั้น ถ้ารุ่นเดียวกันก็คงจำได้ อันมีคุณสกิจฯสุวิทย์ พิรุณฯราศรี จ๊าดเจื้อคนดี เจียงใหม่แก้วกว้าง.....และ ก็เป็นตัวแทนผู้สื่อข่าวต่างจังหวัด ให้กับนสพ.ไทยรัฐ (สมัยแรกที่เป็นเสียงอ่างทอง)อยู่หน้าวัดชนะสงคราม มีรุ่นพี่ที่รู้จักฝากให้ทำเป็นรายได้พิเศษเป็นผู้สื่อข่าวต่างจังหวัด ได้เป็นงานรายชิ้นที่ลงข่าวต่างจังหวัดไป ก็พอเจอจุนพอกิน-พออยู่...

     ระยะนี้ได้ทำงานหารายได้เพิ่มเป็นคนจัดรายการข่าวประกอบเสียง สถานีแรก ณ วปถ.2 เชียงใหม่ ทำข่าวเอง บันทึกเสียง และประกาศข่าวเอง มีบริษัทเชลล์เป็นสปอนด์เซอร์ ทุกเช้าจันทร-เสาร์

  นอกจากนี้ยังเปิดกิจการเป็นสวนตัวแรกๆ เปิดร้านเขียนป้าย พิมพ์ซิลล์สกีน พิมพ์เสื้อกีฬา และ ป้ายผ้าฯลฯ
สำนักงานธุรกิจศิลป์ หน้าวัดพระสิงห์วรมหาวิหารย์ ต่อมาเช่าโรงแรมสืบสวัสดิ์ ย่านหน้าวัดพระสิงห์เช่นกัน
เปิดโรงแรมและร้านเขียนป้ายไปด้วย...เอาเม่งมันทุกอย่าง...
ต่อมาได้ไปทำงานช่วยหนังสือพิมพ์ ระมิงค์ ของคุณสมาน หงสนันท์ เจ้าของและบรรณาธิการ
ยุคบุกเบิก และได้คุณสมาน 
ช่วยฝากงานเป็นเจ้าหน้าช่างภาพ-และผู้สื่อข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธุ์เขต 3 ลำปาง(สมัยเป็นช่อง 8 ) ขาว-ดำ ใช้กล้องหนังบันทึกภาพข่าว เพราะที่ได้เนื่องจากสมัยนั้น รองอธิบดี ประสงค์ หงส์นันท์เป็นญาติกับคุณสมานก็ได้เข้าพร้อมเป็นทีมมีคุณสมาน เป็นหัวหน้าข่าว ตัวเราเอง และ วสันต์ธัมทะมาลา อีกคนหนึ่ง ก็อยู่มายืดยาวเป็นแค่ลูกจ้างศูนย์ 

    เอ้ย..รูปนี้มันคนละยุคกันแล้ว เอามาใส่เล่นเอง....

จนกระทั่งเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2543 งานข่าวโทรทัศน์ส่วนใหญ่ จะเป็นงานประชาสัมพันธุ์กิจการส่วนราชการและ งานแผนงานของจังหวัดเชียงใหม่ สมัยมี พันตำเ้อกนิรันดร ชัยนาม เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด (เป็นผู้ว่าเชียงใหม่ ที่อยู่นานนับสิบปี และ ชาวเมืองข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนส่วนใหญ่เรียกท่านว่าคุณพ่อ)

 งานสำคัญคือออกเยี่ยมเยือนท้องถิ่นทุรกันดาร ประจำทุกเดือนฯ
วันนี้ปวดแผลอักเสบ ขอไปพักกินยา ทายาก่อนครับ แล้วจะมาคุยต่อ...

 

 

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net