วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

World Meat Free Day - งดกินเนื้อสัตว์สักวันเพื่อโลก!


เขียน โดย เขียน โดย รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

รู้ไหมว่าการงดกินเนื้อสัตว์นอกจากจะเป็นการช่วยชีวิตสัตว์แล้ว ยังดีต่อสุขภาพของเราและสุขภาพของโลกอีกด้วย

วันนี้คือวัน World Meat Free Day หรือวันที่กำหนดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกหันมาลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เนื่องจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์นั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างใหญ่หลวง ก่อนที่เนื้อวัว หมู หรือไก่ จะมาเป็นอาหารบนจานของเรานั้น ได้สร้างร่องรอยที่ส่งผลกระทบไปไกลถึงการทำลายป่าไม้ สร้างมลพิษให้แหล่งน้ำ และการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล แต่ข่าวดีคือการกินของเราเนี่ยแหละที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบห่วงโซ่อุปทาน และช่วยโลกให้ดีขึ้นได้

งดกินเนื้อกู้โลกได้อย่างไร

คุณอาจไม่จำเป็นต้องเลิกกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต แต่เพียงแค่หนึ่งวัน หรือหันมาปรับเปลี่ยนวิธีการกิน ไม่ว่าจะเป็นการกินเนื้อสัตว์น้อยลง หรือเลือกกินเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้มีที่มาจากอุตสาหกรรมที่บุกรุกทำลายป่า คุณก็ช่วยโลกของเราได้มากแล้ว 


ข้อดีของการงดเนื้อสัตว์เพียง 1 มื้อ

- ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ปริมาณมากพอที่จะต้มกาต้มน้ำให้เดือดได้  388 ครั้ง
- ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคของ 9 คน
- ลดการบริโภคไขมัน 11 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับเนย 2 ช้อนโต๊ะ
- ลดการบริโภค 90 แคลอรี

ข้อมูลจาก worldmeatfreeday.com

การทำปศุสัตว์ใช้ทรัพยากรมหาศาล

ร้อยละ 30 ของผืนโลกที่ไม่ได้ปกคลุมด้วยน้ำแข็งนั้นถูกใช้ไปกับการทำปศุสัตว์ หรือปลูกพืชเพื่อเลี้ยงปศุสัตว์ ขณะที่ผู้คนหลายพันล้านต้องหิวโหยทุกวัน และการทำปศุสัตว์บนพื้นที่เหล่านี้ได้สร้างก๊าซเรือนกระจกมากกว่าภาคคมนาคมทั้งหมด ปัจจุบันนี้มนุษย์บริโภคเนื้อสัตว์มากถึง 230 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วถึงสองเท่า การทำปศุสัตว์นั้นต้องใช้น้ำและอาหารปริมาณมาก ซึ่งปล่อยก๊าซมีเทนและก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ รวมถึงผลิตของเสียมหาศาล หากเทียบกันแล้วโดยร้อยละ 80 ของการผลิตถั่วเหลืองทั่วโลก (ส่วนมากแล้วเป็น GMO) ถูกผลิตเพื่อเลี้ยงสัตว์สำหรับการบริโภคของมนุษย์ มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคของมนุษย์โดยตรง ซึ่งการผลิตถั่วเหลืองนั้นใช้ปริมาณน้ำและสารเคมีจำนวนมาก (เพื่อเป็นปุ๋ยและกำจัดศัตรูพืช)

ในรายงาน What’s Feeding Our Food? โดย Friends of the Earth เผยว่า พื้นที่ป่า 6 ล้านเฮกตาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับประเทศลัทเวีย หรือพื้นที่สองเท่าของประเทศเบลเยียม ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นฟาร์มและปศุสัตว์ต่อปี โดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการปลูกพืชเพื่อป้อนปศุสัตว์

นอกจากนี้ปริมาณน้ำ 403,000 ลิตรที่ใช้ในกระบวนการทำปศุสัตว์เพื่อการบริโภคเฉลี่ยสำหรับคนหนึ่งคนตลอดปีนั้นเทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่เราใช้อาบน้ำตลอดทั้งปีมากถึง 6,190 ครั้ง หรือการอาบน้ำ 17 ครั้งต่อวันตลอดปี กล่าวคือ เมื่อคุณบริโภคเนื้อสัตว์เข้าไป เท่ากับว่าคุณได้บริโภคปริมาณน้ำที่สัตว์จำเป็นต้องใช้ด้วย

กินอย่างไรช่วยโลกได้

ถึงยังเลิกกินเนื้ออย่างถาวรไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังมีอีกหลายวิธีที่คุณสามารถช่วยได้ เช่น เลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการเลี้ยงแบบอุตสาหกรรม การซื้ออาหารหรือพืชผักจากในท้องถิ่น เลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตหลายขั้นตอน เช่น อาหารกล่อง อาหารแช่แข็ง หันมาเลือกซื้อผักออร์แกนิค รับประทานผักพื้นบ้าน หรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์จากการทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศ

หรือให้ดีกว่านั้นคุณยังสามารถปลูกผักกินเองได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนได้

ข้อดีของการกินมังสวิรัติ หรือกินเนื้อสัตว์น้อยลงนั้นมีอีกมาก ที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพของเราเอง เพราะอาหารที่ผ่านขั้นตอนการผลิตการเลี้ยงดูที่ดีนั้นย่อมดีต่อสุขภาพของเราเช่นกัน เพราะผู้บริโภคคือพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง กินกู้โลก คุณก็ทำได้


ที่มา: Greenpeace Thailand

โดย GreenpeaceThailand

 

กลับไปที่ www.oknation.net