วันที่ พุธ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อหนูบุกห้องเครื่องรถยนต์


กลับมาเขียน BLOG อีกครั้ง หลังจากหายไป 2 ปี  จำไม่ได้แม้กระทั่ง user และ password

แต่ติดต่อผ่านทางInbox oknation ทาง Page ในfacebook  ไป ก็เลยได้ทุกอย่างกลับมาหมด

ขอบคุณมากคะ ^_^

                    มาว่ากันด้วยเรื่องหนู ก็ได้ยินมานานแล้ว  เรื่องหนูกัดสายไฟ เอาเศษอาหาร เอาขยะ (ก็ที่มันสามารถเอาเข้ามาได้นั่นแหละ)  ในห้องเครื่องรถยนต์  แต่ก็ไม่ค่อยจะใส่ใจสักเท่าไหร่ ในการดูแลรถยนต์

แต่วันหนึ่งหมาที่บ้านไปเกาะๆตรงกระโปรงรถยนต์ และก็ได้ยินเสียงหนูร้อง พอไปดูหนูมันก็ไปซะแล้ว แต่ก็ยังไม่คิดที่จะทำอะไร  จนผ่านมาก็หลายวันอยู่กลับมาบ้านเปิดกระโปรงรถระบายความร้อน กว่าจะมาปิดก็นานอยู่ จนหมาวิ่งๆไปที่รถ ดมๆเห่าๆ เลยออกไปดู คือหนูมันก็ยังไม่กล้าวิ่งออกมา พอเราไปดูก็เห็นตัวมันซุกๆอยู่ในห้องเครื่อง ตัวใหญ่มาก...สุดท้ายมันก็วิ่งออกไป หมาก็จับไม่ทัน

บอกก่อนว่าหมาที่บ้านกัดหนูตายก็เยอะนะ  งูก็เคยกัดตายหลายตัว  แต่โชคดีที่งูไม่มีพิษ แม้กระทั่งตัวเงินตัวทอง ยังเคยเข้ามาเลย  ก็ถูกหมากัดเล็กน้อย   แต่ช่วยชีวิตเค้าออกไปได้  เพราะข้างๆบ้าน ,หลังบ้าน  เป็นที่ดินเปล่าๆ มีแต่หญ้ารกๆ  แต่ตอนนี้หมาก็แก่แล้ว ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม

ก็ไปซื้อ Spray ไล่หนูมาฉีดที่ผนังห้องเครื่อง   แต่ก็ฉีดไม่กีครั้ง  เพราะขี้เกียจ ฉีดๆแล้วก็ปิดกระโปรง ไม่ได้ส่อง ไม่ได้ดูแบบละเอียด ซึ่งเค้าก็แนะนำว่าควรจะทำอาทิตย์ละครั้ง  แต่เราฉีดเดือนละครั้ง แล้วก็กลายเป็น 2-3เดือนที ใช้เวลานานอยู่กว่า spray จะหมด และก็ไม่เคยสนใจอีกเลย

                    จนมาไม่กี่วันก่อน พ่อเปิดกระโปรงรถเพื่อระบายความร้อน แล้วเราก็เดินผ่านหน้ารถ สายตาเหลือบไปเห็น ก้อนอะไรอ่ะ เดินเข้าไปดู  ก็เห้ยกระดูกนี่หว่า (คือพ่อชอบไปซื้อเศษกระดูกมาให้หมาที่บ้านแทะเป็นประจำ) แถมมีรอยฟันหนู และขี้หนูอีก โอ๊ยแย่แล้ว ก็เลยเอาSpray สมุนไพรป้องกันหนูกัดในห้องเครื่องมาฉีดใส่ผ้า  แล้วเอาผ้าไปวางในห้องเครื่อง ( Spray นี้มีอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้ใช้) 

ผ่านไปหนึ่งคืน มาดูอีกที เมื่อวาน 14 มิถุนายน ตอน 3 ทุ่มกว่าๆ  เพื่อจะฉีดยาเพิ่ม  เปิดกระโปรงขึ้นมา โอ้โห ตกใจ!
 เจอสิ่ง
นี้อยู่ในห้องเครื่อง ก็ล้างห้องเครื่องอยู่นะ แลดูเก่าๆ คงเพราะรถเก่าด้วย 

 

เอาไฟฉายมาส่องดู ก็คิดในใจ แทนที่จะทำตอนกลางวัน ไฟก็ไม่สว่าง สายตาก็ไม่ค่อยจะดี ส่องไปส่องมา เห้ย เหมือนกระดูกเลย (กระดูกที่พ่อเอามาให้หมาแทะ) เลยส่องไฟฉายไปใหม่ มันใช่อ่ะ กระดูกจริงๆด้วย ที่วงกลมไว้คือกระดูก

                 ก็เลยไปตามคุณ พ่อ คุณแม่  มาดูผลงานหนู  คือกระดูกเนี่ยก็อยู่ลึกนะ และไม่ใช่ชิ้นเล็ก เหมือนภาพแรก แม่เห็นเนี่ยแบบปวดตับ ปวดหัวเลยทีเดียว แล้วก็ตามมาด้วยคำพูดว่า เอากระดูกมาให้หมากินเนี่ยเห็นไหม มันเป็นอาหารล่อหนู  บรา บรา............พ่อหน้าจ๋อยเลย

                 ตอนเจอกระดูกเรามัวแต่จะหาไม้มาเขี่ย  หาที่คีบ มาคีบ หาถุงมือมาใส่  ก็หนูมันสกปรกอ่ะ แต่เห็นแล้วว่าเอาไม่ออกหรอก ต้องใช้มือหยิบเท่านั้น ไม่กล้าเอามือเข้าอีก เผื่อไปโดนสายฟงสายไฟ   ช่วงที่หาอยู่นั่น  หันหน้ามาอีกที แม่เอามือหยิบออกมาได้แล้วคะ 

ที่มือถืออยู่ คือ กระดูก ที่หนูเอาไปแทะ ซุก ในห้องเครื่อง มันใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกก  พอส่องทั่วรถคันนี้ ก็หาไม่เจอแล้ว เลยไปส่องอีกคัน  ก็เจอกระดูกแบบเดิมเลย ที่มือถืออยู่ คาดว่ากระดูกชิ้นนี้ น่าจะอยุ่มานานแล้ว เพราะมันดำๆ แห้งๆ และตกลงไปลึกมากก็เหมือนเดิม แม่เป็นคนหยิบออกมา

                 ก็เลยต้องเอาSpray สมุนไพรป้องกันหนูกัดในห้องเครื่องมาฉีดใส่ผ้า  แล้วเอาผ้าไปวางในห้องเครื่องชั่วคราวก่อน  แล้วค่อยไปซื้อใหม่ ก็เลยได้มาดังภาพด้านล่าง ซึ่ง Spray ตัวนี้ ก็เคยใช้มาก่อน  แต่ไม่เคยสังเกตุอะไรว่าได้ผลดีไหม  แต่แบบกล่องๆสีฟ้า ยังไม่เคยใช้ ก็เลยเอามาลองด้วย

           ตอนฉีด Spray ควรจะสวมหน้ากากด้วย เพราะทุกครั้งที่ฉีด ไม่เคยสวมหน้ากากเลย ซึ่งคนฉีดจะตายแทนหนูเวียนหัวมาก ปวดหัวด้วย แต่เจ้า Spray และกล่องสีฟ้านี้ ไม่ใช่ยาฆ่าหนูนะ แค่กลิ่นของมัน มีผลต่อการ ลดการเข้าทำลายของหนู คือ ไล่หนูนั่นเอง 

            ส่วนกล่องสีฟ้านั้น แกะออกมา แล้วเอาพลาสติกที่ครอบออก แล้วเอาเข้าไปติดในตรงกระโปรงรถ ได้เลย แต่ตอนที่จะใช้รถ ต้องออกก่อน แล้วก็เอาพลาสติกที่เราเอาออกมาครอบไว้ เ พื่อใช้สำหรับครั้งต่อไป การใช้งานจะอยู่ได้ 7-10วัน  1กล่อง มี2 ชั้น เค้าแนะนำว่า ควรจะติด 4 ชั้น แต่ เราซื้อมาแค่กล่องเดียว เอามาลองดู   แต่สุดท้าย ใช้ ทั้ง 2 แบบ 

Spray ก็พ่นไว้บนผ้าแล้วเอาผ้ามาวางไว้ ในห้องเครื่อง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าฉีดไปที่ผนังห้องเครื่องเลย
กับฉีดบนผ้าแบบไหนจะดีกว่ากัน 

    ก็หาข้อมูลใน google มีแบบที่เป็นไฟฟ้าด้วยนะ แต่ขอลองแบบนี้ก่อนแล้วกัน  รอดูผล

ป.ล. ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลิตภัณฑ์นี้   แต่ที่ลองใช้ก็คือยี่ห้อนี้ 

โดย hob

 

กลับไปที่ www.oknation.net