วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แก้วตาดวงใจของแม่หมี....


      แม่หมีเป็นแม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดที่เกี่ยวกับลูก   พยายามส่งเสริมและหาสิ่งดีๆมาให้กับลูก  ให้สมกับวัยของเขา  ไม่ว่าจะเป็นอาหาร  ก็ต้องเป็นอาหารที่สะอาดมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อร่างกายของลูก  ของเล่นก็ต้องเลือกแล้วว่าเหมาะสมกับวัย  พัฒนาด้านใดบ้าง สมอง กล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเล็กฯลฯ เล่นแล้วจะเป็นอันตรายมั๊ย   อย่างเลโก้นี่  แม่หมีซื้อให้ตามวัยที่เขากำหนดไว้เลย   ลูกเล็กก็ซื้อเลโก้ชิ้นใหญ่เพราะกลัวลูกเอาใส่ปากเดี๋ยวติดคอ   พอโตขึ้นมาหน่อยก็ใช้ชิ้นเล็กๆได้  พี่หมีใหญ่ชอบเล่นเลโก้มากตอนที่พี่หมีใหญ่เล่น   แม่หมีก็ต้องเอาเจ้าหมีน้อยใส่คอกกั้นเด็ก(Playpen)แล้วให้หมีน้อยเล่นที่มีวัสดุนิ่มๆ  ถ้าหมีน้อยมายึนเกาะPlaypenแล้วทำท่าอยากเล่นเลโก้  ก็จะไปหยิบเลโก้ชิ้นใหญ่มาให้  แล้วก็นั่งดูลูกเล่นแต่ถ้าต้องลุกไปทำอะไรก็จะสั่งพี่หมีใหญ่ว่าเล่นเสร็จต้องเก็บให้เกลี้ยง  อย่าให้กระเด็นไปที่ไหนเพราะถ้าเก็บไม่หมดเดี๋ยวน้องจะหยิบมาอม   และจะติดคอน้องจนหายใจไม่ออกแล้วน้องก็จะไม่ได้อยู่กับพวกเราอีก   พี่หมีใหญ่จึงเป็นพี่ชายที่น่ารักคอยดูแลน้องตลอดเวลา

       พี่หมีใหญ่เขาจะมีจินตนาการสูงมาก  เขาต่อเลโก้จนเชี่ยวชาญเคยไปแข่งขันต่อเลโก้ได้ที่หนึ่งมาแล้ว   ส่วนหมีน้อยต่อแบบเรียงให้สูงหรือเอามาเรียงเป็นแถวยาวอย่างเดียว(ตามวิธีเล่นของน้องออฯ)นอกจากของเล่นที่พัฒนาอย่างบล๊อกไม้นี่ก็เป็นของเล่นที่ควรซื้อให้ลูกเล่น   ของเล่นเหล่านี้ราคาแพงแต่คุ้มค่ามาก   อย่างหนังสือก็เป็นสิ่งที่แม่หมีชอบซื้อให้ลูก  เพื่อส่งเสริมการอ่านลูกยังอ่านไม่ออกเราก็อ่านให้ลูกฟัง  นิทานบ้าง  ชีวิตสัตว์บ้าง  และถ้าลูกดูทีวีแม่หมีก็จะนั่งดูทีวีไปกับลูกเพื่อให้คำแนะนำ  เช่น ลูกชอบดูการ์ตูนเราก็ต้องดูว่าการ์ตูนเหมาะมั๊ย  ห้ามไม่ได้หรอกค่ะเรื่องการ์ตูน  แต่มันมีเรื่องรุนแรงซ่อนอยู่ในเนื้อหา   มีการต่อสู้   อย่างทอมกับเจอรรี่ส์นี่ก็มีความรุนแรง  เจ้าสองตัวนี้แกล้งกันไปมา  และเรื่องอื่นๆอย่างฮีโร่เรื่องต่างๆที่ทางทีวีฉายนั่นก็มีความรุนแรงแฝงอยู่  แม่หมีไม่เคยห้าม เราให้ลูกดูได้แต่เราต้องให้คำแนะนำ  บางทีก็หากิจกรรมให้ลูกๆทำ เช่นพาไปเรียนว่ายน้ำ   พาไปเรียนดนตรี   เรียกว่าแม่หมีจะพยายามทำงานบ้านจันทร์ถึงศุกร์ให้ได้เนื้องานมากที่สุด   ส่วนเสาร์และอาทิตย์ก็จะทำงานบ้านเท่าที่จำเป็น   อันไหนยกยอดไปทำตอนที่ลูกไปโรงเรียนได้ก็เก็บไปทำในวันนั้นจะได้มีเวลาอยู่กับลูกได้เต็มที่   ใช้วันหยุดในการพาลูกออกนอกบ้าน  ไปเที่ยว  กินอาหารหรือไปต่างจังหวัด
        
       ช่วงหนึ่งเคยพาลูกไปเรียนว่ายน้ำเพราะเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดเราก็จะพักโรงแรมและให้ลูกได้เล่นน้ำนานๆ   ลูกทั้งสองคนชอบมากนอกจากนี้ก็มีการพาไปเรียนดนตรีโดยให้ลูกเลือกเรียนอย่างที่ชอบ   พี่หมีใหญ่ขอเรียนอิเล็คโทน   ส่วนหมีน้อยเห็นพี่เรียนก็อยากเรียนบ้างแม่หมีก็ให้เรียน   แต่สำหรับหมีน้อยคุณครูก็บอกให้ลองเรียนดูก่อนถ้าเรียนได้ค่อยสมัครเพราะยังเล็กมาก (ไม่ได้บอกครูเขาหรอกค่ะว่าเป็นออทิสติก   เพราะตอนนั้นคำนี้เป็นคำที่คนรู้จักน้อยมากและบางคนก็กลัวไปเลย  ไม่รู้กลัวอะไรนักหนาเพราะถ้าเรียนจริงๆแม่หมีก็ต้องดูแลอยู่แล้ว) ครูอนุญาติให้หมีน้อยทดลองเรียน  ผล...คุณครูบอกรอให้หมีน้อยโตกว่านี้ก่อน   น้องยังไม่พร้อม (แม่หมีแอบดูทางช่องกระจกหมีน้อยไม่ฟังครูเลย   ครูสอนอะไรก็กดมั่วๆแต่ก็เข้าใจครูเขานะคะ   ครูคงสงสัยเหมือนกันว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นอะไรสักอย่าง) พี่หมีใหญ่ก็เรียนดนตรีเป็นปีๆ  มีแม่หมีกับหมีน้อยก็ไปนั่งรอได้โดยไม่เบื่อ   หมีน้อยเขาจะมีกระเป๋าเป้ใบเล็กๆใส่ขนม  นมกล่อง  ของเล่น  หนังสือเล่มโปรด   มีสมุดวาดภาพดินสอและสี    หมีน้อยถูกฝึกให้ทำกิจกรรมตลอดจะได้ไม่ถูกทิ้งให้อยู่ในโลกของตนเอง   พี่หมีใหญ่เรียนดนตรี  ส่วนหมีน้อยก็ทำกิจกรรมต่างๆกับแม่  

               วันหนึ่งพี่หมีใหญ่เดินมาบอกว่า  "ไม่อยากเรียนแล้ว  พิชญ์เรียนให้แม่แล้วนะ"

               แม่หมีอึ้งไปสักพักแล้วตอบลูกว่า  "แม่ไม่ได้ให้ลูกเรียนเพื่อแม่  แต่แม่กำลังช่วยหาสิ่งที่ลูกชอบ  ถ้าไม่สัมผัสมันลูกจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกชอบหรือไม่ชอบ  ถ้าลูกไม่อยากเรียนแม่ก็ไม่บังคับแต่ลูกจะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะครับ"  พอสอบถามในวันหลังเลยรู้ว่า  ที่ไม่อยากเรียนต่อ  เพราะทุกๆเดือนทางโรงเรียนจัดให้มีคอนเสริทเล็กๆ  คุณครูก็จะให้ลูกศิษย์มาแสดงฝีมือให้ผู้ปกครองดู   ผู้ปกครองจะได้ปลื้มใจในผลงานของลูก  แต่พี่หมีใหญ่เขาไม่ชอบให้ใครมาดูเขา  ไม่ชอบให้ใครจ้องมองเขา   แม่หมีบอกว่า  "ไม่มีใครสนใจลูกคนอื่นนอกจากลูกของตนเองเท่านั้น"  พี่หมีใหญ่เขาขี้อายค่ะ 

               แม่หมีบอกกับลูกว่าจะไปบอกคุณครูว่า  "ขอไม่ให้ลูกโชว์ผลงาน"  พี่หมีใหญ่บอกครูคงไม่ยอม  เพราะครูบอกถ้าไม่เเสดงก็ถือว่าไม่ผ่าน   ไม่ว่าแม่หมีจะพูดยังไงพี่หมีใหญ่ก็ยังคงยืนกรานว่าไม่ขอเรียนดนตรีแล้ว  หลายปีผ่านมาเมื่อเขาอยู่มหาวิทยาลัย   พี่หมีใหญ่เขามาถามว่า "พิชญ์จำได้ว่าแม่ให้พิชญ์เรียนดนตรี  แล้วทำไมพิชญ์เลิกเรียนล่ะครับ"         

                แม่หมีตอบอย่างที่เขียนไปข้างต้น   พี่หมีใหญ่บอก "แล้วทำไมแม่ไม่บังคับพิชญ์ให้เรียนต่อล่ะครับ "

                แม่หมีตอบ  "ก็เพราะคำพูดของลูกไง  ลูกบอกว่า  ลูกเรียนเพื่อแม่แล้ว  ลูกพอแล้ว  แม่ไม่ใช่แม่ที่ชอบบังคับลูกนี่ครับ  แล้วคำพูดของลูกทำให้แม่อึ้ง   เรียนเพื่อแม่..."

                พี่หมีใหญ่บอก  "พิชญ์ขอโทษนะครับที่พูดอย่างนั้น   พิชญ์คิดว่าแม่อยากเรียนแต่ไม่ได้เรียนก็เลยให้พิชญ์เรียน   แม่น่าจะบังคับพิชญ์   ป่านนี้พิชญ์อาจเป็นนักดนตรีแล้วก็ได้"

                แม่หมีหัวเราะ  "แม่รักและหวังดี  แต่ก็ไม่อยากบังคับถ้าลูกไม่เต็มใจ  ลูกก็เรียนไปตามแกนๆ  ลูกพูดแบบนั้นเล่นเอาแม่อึ้งไปเลย"

       ค่ะ  พี่หมีใหญ่ตอนนั้นอยู่ในวัยประถมศึกษาแต่เขาพูดเหมือนเด็กโตๆเล่นเอาเราอึ้งไปเลย   เพราะการที่เราพาลูกไปเรียนดนตรี  พาไปว่ายน้ำ  ทำให้เขาอดดูการ์ตูน   การ์ตูนเป็นตัวที่ดึงความสนใจแต่ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์  เพราะมันทำให้เขาไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมจนพูดภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง   ถามว่าเสียใจมั๊ยที่ลูกพูดเช่นนั้น   เสียใจนะคะแต่ก็เข้าใจความรู้สึกของเขาจึงไม่โกรธและก็ไม่ทำอะไรที่ฝืนใจเขาอีกเลยเพราะนั่นแสดงว่าลูกมีความเป็นตัวของตัวเอง   แต่พอเขามาถามเรื่องนี้ตอนโตเป็นหนุ่ม  เขาบอกแม่หมีว่า "พิชญ์รับรู้ความหวังดีของแม่  พิชญ์เสียใจที่พลาดโอกาสดีๆที่แม่หยิบยื่นให้   ครอบครัวเราไม่ได้ร่ำรวยแต่แม่ก็พยายามหาสิ่งที่ดีๆให้พิชญ์  ถ้าพิชญ์มีลูกพิชญ์ก็จะบังคับลูก"

                แม่หมีหัวเราะ  "แล้วแม่จะคอยดู  ว่าลูกจะบังคับหลานของแม่ได้   คุณยายให้แม่ไปเรียนบัลเล่ต์เพราะเห็นว่าแม่ชอบเต้นชอบรำ  แม่ยังไม่ยอมเรียนเลย   เพราะแม่อยากนอนเขลงดูทีวีมากกว่า"

       มีอีกเรื่องหนึ่งคือตอนที่เขาเรียนจบใหม่ๆ  ต้องวิ่งหางานทำด้วยตนเองไม่ได้ใช้เส้นสายและพ่อหมีก็ไม่ยอมใช้เส้นสายเพื่อให้ลูกได้ทำงาน  เขาหางานอยู่นานจึงมาบ่นกับแม่หมีว่า  "พิชญ์จำได้ว่า  ตอนเด็กๆพิชญ์เคยบอกแม่ว่า  พิชญ์อยากเป็นหมอ  แล้วพิชญ์เลิกคิดที่จะเป็นหมอเมื่อไหร่   ถ้าพิชญ์เรียนหมอคงไม่ต้องวิ่งหางานแบบนี้"

                แม่หมีหัวเราะดังลั่น " ลูกเลิกคิดจะเป็นหมอ  ตั้งแต่ลูกเริ่มอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มแรกเป็นนั่นแหล่ะครับ  และแม่เองก็ไม่คิดจะบังคับให้ลูกเรียนสายวิทย์   ไม่ได้คิดจะบังคับให้ลูกเรียนหมอ   แม่อยากเห็นลูกมีความสุขกับการเรียนและการใช้ชีวิต  ถามจริงๆถ้าลูกเป็นหมอน่ะลูกจะมีความสุขหรือ   แม่เคยฟังจากหมอที่รักษาคุณตาว่า  "โตขึ้นอย่าเป็นหมอนะ  เพราะลุงหมอไม่เคยมีเวลาสอนการบ้านลูก   ไม่เคยพาลูกไปเที่ยวไหนๆ  ต้องคอยดูแลคนไข้  พอกลับถึงบ้านลูกของลุงก็หลับแล้ว"  เพราะฉะนั้นแม่จึงไม่คาดหวัง...ไม่บังคับลูก  อยากเรียนอะไรก็ให้เรียนตามความชอบ   ทุกวันนี้ถ้าลูกเป็นหมอจะมีความสุขแบบนี้มั๊ย  เพื่อนของคุณพ่อเขาก็เป็นหมอ   เขาบอกกับคุณพ่อว่ารู้สึกเจ็บปวดมากที่ต้องรักษาคุณแม่ของตัวเองและรู้ว่าโรคที่แม่เป็นนั้นทรมาน  รู้ว่าถ้าอาการถึงขั้นนี้คุณแม่จะเป็นอย่างไร  มันเจ็บปวดมากที่เห็นคนที่เรารักทรมาน   แม่ไม่อยากให้ลูกไม่มีความสุข  การที่เราต้องใช้วิชาชีพเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปน่ะเป็นบุญกุศลมากๆ  แต่ลูกพูดเพราะคิดว่าถ้าเป็นหมอจะได้ไม่ตกงาน  อันนี้ลูกคิดไม่ถูกต้อง....คิดแบบนี้น่าสงสารคนไข้  แม่เจอหมอหลายแบบประเภทน่ารักและเอาใจใส่แม่ก็มี  ประเภทตรวจๆแล้วแม่ยังอธิบายไม่จบสั่งยาเลยก็มี(ประเภทนี้ไปหาหนเดียว  แม่หมีเปลี่ยนหมอเลยค่ะ  เยอะนะคนไข้คนนี้)  แล้วทุกวันนี้ลูกมีความสุขกับงานที่ลูกทำไม่ใช่เหรอ   งานของลูกก็ช่วยคนเหมือนกันได้กุศลเหมือนกัน  แต่ลูกให้เขาไม่ใช่เป็นยาแต่เป็นความมีมนุษยธรรมต่างหาก   เพราะฉะนั้นเมื่อมีความสุขตรงนี้ก็ทำต่อไป   ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ลูกตามหาก็เปลี่ยนได้  แต่ถ้าเป็นหมอแล้วเกิดไม่อยากเป็นขึ้นมาลูกจะทำอย่างไร   ทุกอาชีพมีความสำคัญทั้งนั้น  อย่างเจ้าหมีน้อยน้องชาย(ที่น่ารัก...ษา)ของลูก  แม่ก็ไม่บังคับ   เพราะแม่ฝึกลูกๆมาให้คิดเป็นให้ตัดสินใจเอง   มีอย่างเดียวที่แม่จะบังคับลูกก็คือ  ถ้าลูกไม่ยอมเรียนหนังสือ  ลูกเป็นเด็กเกเร  อันนี้แหล่ะที่แม่จะใช้พลังงานทั้งหมดที่แม่มี  บังคับลูกให้เดินทางที่ถูกต้องให้จงได้  และแม่ก็โชคดีมากที่ไม่ต้องใช้พลังงานนั้นเลย   แม่ภูมิใจกับสิ่งที่ลูกเป็น   ทั้งพิชญ์และน้องทำให้แม่เป็นแม่ที่มีความสุข  อนาคตอาจเปลี่ยนแต่แม่ก็จะจดจำเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นมาตลอดชีวิตที่เรามีให้แก่กัน ขอบคุณสำหรับการเป็นลูกที่ดีของพ่อกับแม่นะครับ"

       ค่ะเชื่อว่า  ลูกของหลายๆบ้านก็คงเป็นเหมือนกัน   สิ่งที่เราทำให้เขา...เขาแปลเจตนาผิดไป   อย่าโกรธลูกเลยค่ะ   ตอนนี้เขามาถามหาเหตุผลเมื่อเราตอบเขา  เขาก็รู้ว่า  สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดนั้นเพื่อใคร.....

           มาดูภาพ หมีน้อยในวันที่ 9 มิถุนายน 2559  ซึ่งเป็นโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  วันนั้นคนไทยพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี   หมีน้อยไปถึงที่ฝึกงานแล้วโทรมาบอกแม่หมีว่าถึงที่บริษัทที่ฝึกงานแล้ว

               แม่หมีบอกหมีน้อยว่า  "ถีงแล้วก็ดีแล้วครับ  ตั้งใจฝึกงานนะลูก"  แล้วถามต่อว่า  "วันนี้หมีน้อยใส่เสื้อสีอะไรครับ"                         

               หมีน้อย  "ก็ต้องสีเหลืองสิครับแม่ "

               แม่หมีถามต่อ  " ดีแล้วลูก  ว่าแต่คนใส่เสื้อสีเหลืองเยอะมั๊ย  ที่โรงพยาบาลทั้งหมอและเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อเหลืองกันทุกคน"                        

               หมีน้อยส่งเสียงผ่านโทรศัพท์มาว่า  "อยากให้แม่มาเห็นจัง  บนรถไฟฟ้าคนใส่เสื้อเหลืองเต็มไปหมด  ที่ทำงานก็ใส่เสื้อเหลืองกัน "

               แม่หมี  "เป็นภาพที่แม่อยากเห็นมาก  แล้วหมีน้อยใส่เสื้อเหลืองเพราะอะไรครับ"

               หมีน้อย  " เพราะหมีน้อยรักในหลวงครับ"  และตอนเย็นวันนั้นที่รพ.สามหนุ่มจากครอบครัวหมีทุกคนมาหาแม่หมีที่ห้องพัก  ทุกคนใส่เสื้อเหลือง  ชื่นใจจริงๆ

        แถมภาพพี่หมีใหญ่ตลุยญี่ปุ่นเที่ยวที่ 2  สมัครเป็นบล็อกเกอร์แล้วโพสท์เรื่องเดียวหายจ้อย  ก็ไม่อยากบังคับเพราะงานเขาเยอะ  แล้วตอนนี้ก็สอบเข้าเรียนปริญญาโทได้แล้ว  เป็นรุ่นน้องคุณสิงห์นอกระบบไปแล้ว

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net