วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อทูตจีน-มะกันแลกหมัดบนหน้าความเห็นของสื่อ


การทูตทะเลจีนใต้ร้อนระอุในช่วงนี้...อย่างน้อยก็บนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ทั้งจีนและสหรัฐฯแสดงจุดยืนของตนอย่างชัดเจนและเด็ดเดี่ยว

บนหน้าบทความเห็นของ The Nation เมื่อเร็ว ๆ นี้เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย “หนิง ฟู่ขุ่ย” เขียนบทความบอกกล่าวอย่างจะแจ้งว่าจีนกับอาเซียนควรจะจับมือกันเพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้

ตอกย้ำว่าประเทศ “ข้างนอก” ไม่ควรมายุแหย่หรือแทรกแซงเรื่องที่ควรจะได้รับการแก้ไขโดย “คู่กรณีโดยตรง” เท่านั้น

แม้บทความนี้จะไม่ได้ระบุสหรัฐฯหรือญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงตรงมา แต่ใครที่ได้อ่านก็คงไม่ต้องสงสัยว่าจีนต้องการจะสื่อสารว่าอย่างไร

ไม่กี่วันหลังจากนั้น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย กลิน เดวิสก็ส่งบทความมายัง The Nation ในหัวข้อเดียวกันยืนยันว่า “นิติธรรม” หรือ “rule of law” เท่านั้นที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้

ท่านทูตสหรัฐฯบอกว่าวอชิงตันไม่ถือหางข้างใด แต่ผู้เกี่ยวข้องในความขัดแย้งควรจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาอย่างสันติ ไม่ควรที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะทำอะไรฝ่ายเดียวที่ทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพ เช่นการถมเกาะขนานใหญ่และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านทหาร

ทูตสหรัฐฯเห็นพ้องว่าคำพิพากษาของอนุญาโตตุลาการถาวรภายใต้อนุสัญญากฎหมายทะเลปี 1982 ที่เชื่อกันว่าจะออกมาเร็ว ๆ นี้ควรจะเป็นพื้นฐานของการแก้ไขปัญหานี้

แต่ทูตจีนยืนยันนั่งยันว่าจีนจะไม่ทำตามคำพิพากษาเพราะกลไกนี้ไม่มีสิทธิตัดสินเรื่องอธิปไตยแห่งดินแดนในทะเล

ไม่ต้องถามก็รู้ว่าทูตสหรัฐฯแม้จะไม่ได้เอ่ยถึงจีนแต่ก็ต้องการจะชี้นิ้วไปที่ปักกิ่งว่านี่คือสาเหตุแห่งปัญหาในทะเลจีนใต้

การทูตจีนเริ่มจะใช้วิธีการสื่อสารกับชาวโลกผ่านบทความหนังสือพิมพ์อย่างเห็นได้ชัด

เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหราชอาณาจักรชื่อหลิวเสี่ยวหมิงก็ส่งบทความไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Daily Telegraph

อ่านแล้วสหรัฐฯต้องแสบร้อนแสบหนาว เพราะเป็นภาษาที่กร้าวกว่าภาษานักการทูตแบบฉบับที่ท่านทูตจีนและสหรัฐฯประจำประเทศไทยใช้ในการตอบโต้อีกฝ่ายหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

ท่านทูตหลิวอัดฟิลิปปินส์อย่างตรงไปตรงมา และเตือน “ประเทศข้างนอก” (จะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ได้หมายถึงสหรัฐฯและ/หรือญี่ปุ่น) ว่าการเข้ามายุ่มย่ามในเรื่องนี้เท่ากับเป็น “การเล่นกับไฟ

ทูตจีนประจำอังกฤษชี้นิ้วไปที่ฟิลิปปินส์ว่าเป็นคนยั่วยุให้เกิดความตึงเครียดด้วยการฟ้องศาลอนุญาโตตุลาการทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจีนไม่ยอมรับศาลนี้อยู่แล้ว

บทความนั้นอ้างว่าเกาะแก่งกว่า 40 แห่งในทะเลจีนใต้ที่ปักกิ่งอ้างเป็นของตนนั้นถูกฟิลิปปินส์และประเทศอื่นยึดครองอย่างผิดกฎหมาย

“จีนได้ตอบสนองด้วยความอดทนอย่างสูงสุด เรียกร้องให้มีการเจรจาและปรึกษาหารือกัน เราได้เสนอให้ระงับความขัดแย้งชั่วคราวและหันมาพัฒนาร่วมกันขณะที่รอให้มีทางแก้ปัญหาอย่างถาวร...แต่ฟิลิปปินส์มองเห็นความอดทนของจีนเป็นความอ่อนแอ จึงได้เดินหน้าส่งเรื่องนี้ไปยังศาลอนุญาโตตุลาการ...” บทความของทูตจีนกล่าวหาอย่างหนักหน่วงรุนแรง

แล้วก็ตั้งคำถามอย่างดุดันว่า

ใครจะลงไปในแข่งฟุตบอลในสนามหรือไม่หากทีมคู่แข่งไปแอบสมรู้ร่วมคิดกับกรรมการ?

เพราะจีนอ้างว่าการจะไปสู่อนุญาโตตุลาการได้นั้นจะต้องให้ทั้งสองฝ่ายหาทางร่วมกันก่อน แต่การที่อนุญาโตตุลาการเดินหน้าพิจารณาเรื่องนี้แสดงถึงการขาดความเคารพต่อเจตนารมย์และหลักการของ UN Convention of Law of the Sea หรืออนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลนั่นเอง

ทูตจีนไม่ลังเลที่จะบอกว่า “ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะหลายปีที่ผ่านมาประเทศจากข้างนอกประเทศนี้ได้เพิ่มความเข้มข้นของยุทธศาสตร์ปรับดุลมาสู่เอเซียและแปซิฟิกมากขึ้นมาตลอด...”

ยังต้องบอกว่าเป็นประเทศไหนอีกหรือ?

การทูตจีนกับมะกันยิ่งวันยิ่งจะดุเดือดขึ้นในสื่อ...ซึ่งยังไงก็ดีกว่าการเผชิญหน้าด้วยเรือรบและเครื่องบินเหนือทะเลจีนใต้เป็นไหน ๆ

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net