วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"ชิตังเม โป้ง รวย" กับ "กัญชาประชาธิปไตย"



 

การดำเนินการกับพระธัมมชโย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาข้อหาสมคบฟอกเงิน,ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร จากการรับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้ โดยมีคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายมานั่งขัดขวางเจ้าหน้าที่ตามค้นและหมายจับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย 

และคณะศิษย์พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ออกมาแถลงว่า พระธัมมชโยจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ต่อเมื่อบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คือเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แล้วเท่านั้น เพราะการที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้ขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม

 

แท้จริงแล้ว การโหยหาการปกครองบ้านเมืองแบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ หรือภายหลังการเลือกตั้ง ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็เป็นเพียงความต้องการให้เลือกปฏิบัติหรือยกเว้นข้อกฎหมายที่จะไม่ต้องรับโทษอย่างสูงสุดในความผิดของพระธัมมชโย ซึ่งพวกตนก็รู้อย่างชัดแจ้งอยู่แล้วนั้น

มิใช่ว่าขณะนี้บ้านเมืองจะขาดหลักประกันสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรม การกล่าวเช่นนี้เท่ากับว่า กฎหมายบ้านเมืองไม่ศักดิ์สิทธิ์  ไม่เท่าเทียม เลือกปฏิบัติ ดูจะเป็นการกล่าวหาที่ไม่เคารพต่อกฎหมายบ้านเมืองหรือกระบวนการยุติธรรมเสียเองของคณะผู้กล่าวแถลงการณ์ เป็นการสะท้อนถึงความล้าหลังของประเทศที่ประชาชนไม่เคารพกฎหมาย 

 

การเรียกร้องดังกล่าวยังมีนัยสะท้อนถึง "ระบบอุปถัมภ์" ที่ยังคงมีอิทธิพลสูงยิ่งในสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อมีนักการเมือง หรือมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ผู้กระทำผิดและพวกก็อาจจะสามารถใช้สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับระบบพรรคการเมืองเพื่อนำมาบรรเทาโทษของตนได้ อันเห็นได้จากการมีนักการเมืองในอีกซีกหนึ่งเข้าไปปฏิบัติธรรมอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย

ในประเทศที่ประชาชนเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่ารัฐบาลฝ่ายใดจะขึ้นมาปกครองประเทศ กฎหมายก็ยังคงเป็นกฎหมาย  ไม่อาจยกเว้นหรือเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างได้    ความเท่าเทียม การไม่เลือกปฏิบัติย่อมไม่เกิดขึ้น

ตรรกะหลวมๆ นี้ ก็ไปเหมือนกับกรณีที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้นำเอาเงินของสหกรณ์ไปบริจาคเป็นจำนวนพันๆ ล้าน ที่กล่าวอ้างว่าเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ได้บุญด้วย(ก็ตาม) ซึ่งวิธีการนี้ผิดไปจากหลักการของสหกรณ์
ก็ยิ่งทำให้ผู้คนแยกแยะไม่ออกแม้กระทั่งว่า ระหว่าง.. เวร-กรรม บาป-บุญ คุณ-โทษ อะไรคือหลักการ … อะไรคือหลักกู

 

ไม่น่าเชื่อว่า คนกลุ่มนี้ยังมีอีกมากมาย เมื่อวันก่อนได้ฟังคนที่ไปวัดธรรมกายให้สัมภาษณ์ออกทีวี ที่เป็นการอุปทานว่ากฎหมายเลือกปฏิบัติ ก็ยิ่งไม่เชื่อว่า มนุษย์แบบนี้ยังมีอีกหรือในประเทศเรา
ผู้เขียน(จขบ.)คิดว่า ถ้าหากบ้านเมืองเรายังประกอบด้วยผู้คนที่มีตรรกะหรือแนวคิดอย่างนี้ เราจะต้องใช้เวลาอีกกี่สิบปีที่บ้านเมืองเราจะพัฒนาขึ้นให้พ้นไปจากวังวนน้ำเน่าทางการเมือง

ถ้าหากยังมีตรรกะเป็นเช่นนี้ ต่อให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ตลอดจนมีการเลือกตั้งไปถึงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกๆ จังหวัด ก็ไม่ได้ทำให้คนบางกลุ่มฉลาดขึ้นแต่อย่างใด
นอกเสียจากจะถูกนักการเมืองมอมเมาเป็นอย่าง "กัญชาประชาธิปไตย"

 

 

มิพักกล่าวจะต้องถึง "ชิตังเม โป้ง รวย" วลีเด็ดของพระธรรมชโย พร้อมกับแสดงการยกค้อนศักดิสิทธิ์ขึ้นมากล่าวอ้างให้ทุกคนมุ่งสู่ความร่ำรวย ด้วยการบริจาคโภคทรัพย์บนโลกนี้แก่ทางวัด  หรือแม้กระทั่งการกล่าวตำหนิและการไม่เชื่อคำกล่าวของพระอริยสงฆ์ ก็ยังเป็นการบิดเบือนคำสอนพระศาสดาอย่างเห็นได้ชัด มิหนำซ้ำยังมีการกล่าวอวดอุตริมนุษยธรรมที่ยังถึงการปาราชิกของพระผู้กล่าวคำนี้ ก็ย่อมหลุดพ้นไปจากการเป็นพระสงฆ์ได้ในทันที  


เหล่านี้ก็คือ การมอมเมาผู้ศรัทธาให้เกิดการหลงทาง ดังจะเห็นได้ว่ามีบางคนหมดสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับการมุ่งบริจาคเงินให้แก่ทางวัดก็มากมาย   เช่นเดียวกับกรณีของนายศุภชัย ก็ยังเป็นคนที่หลงทางกับคำมอมเมา จากคนที่เป็นตัวอย่างดีเด่นของการสหกรณ์ไทย ก็กลายเป็นคนที่ทำให้อาณาจักรธรรมกายต้องสิ้นสลาย เพียงเพราะเงินของสมาชิกสหกรณ์จากทั่วประเทศ  เป็นต้น

 

เราจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีกี่ชาติที่ผู้คนในบ้านเมืองเราจะเข้าใจอะไรที่ถ่องแท้ ความร่ำรวยแบบ "ชิตังเม โป้ง รวย" หากไม่ใช้ซึ่งความมานะพยายาม พากเพียรเพื่อให้ได้มาอย่างสุจริตธรรม และการปราศจากการมอมเมาประชาธิปไตยโดยตัวแทนประชาชนในระบอบประชาธิปไตยฯ

………. ?

 

โดย NN1234

 

กลับไปที่ www.oknation.net