วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เราเปลี่ยนตัวเราได้ ถ้าอยากเปลี่ยน


วันนี้ขอเขียนเรื่องเบาๆ ไม่เคร่งเครียด เป็นเรื่องคนใกล้ตัว คนที่เป็นคู่ชีวิตของผมนั่นแหละ ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเราสองคน

ตอนชีวิตวัยหนุ่ม ผมใช้ชีวิตสิ้นเปลืองมากเช่นคนหนุ่มทั้งหลาย ผมสิ้นเปลืองถึงวัยกลางคน ในขณะที่แม่บ้านผมเขาเป็นคนดีมากๆ ดีตั้งแต่ตอนเป็นคู่รักกัน ดีเสมอต้นเสมอปลายจนถึงทุกวันนี้ หวนคิดขึ้นมายังสงสัย ทนอยู่กับผมมาได้อย่างไร ชีวิตที่เบาปัญญาใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่าย จนสุขภาพเสื่อมโทรม สุดท้ายกลับมาคิดได้ เร่งฟื้นฟูตนเอง หันหลังกับสิ่งต่างๆที่ทำให้ร่างกายผมทรุดโทรม ตลอดระยะเวลาร่วมสิบปีที่ผมพยายามพัฒนาร่างกายตนเองจนมีสภาพดีกว่าสมัยตอนเป็นหนุ่ม เข้าศึกษาธรรมตามคู่ชีวิต ผ่านการลองผิดลองถูก ศึกษาค้นคว้า เอาตัวเข้าทดลอง  จนรักษาสภาพทั้งกายและใจได้มั่นคงพอสมควร

ทีนี้หันกลับมาดูคู่ชีวิตตนเอง  เธอดูดีครับในสายตาคนอื่น ไม่อ้วนย้วยไปตามวัยเหมือนคนอื่น ใครเห็นก็ชมเชยว่ารักษารูปร่างดี แต่... ใครจะรู้ดีเท่ากับคนที่เธออยู่ด้วย

เธอเสียสละการงานที่รุ่งเรืองออกมาเลี้ยงดูบุตรธิดาด้วยระยะเวลาไม่ใช่น้อย ลูกๆเวลามีปัญหาก็ได้แม่นี่แหละคอยอบรมชี้แจง เพราะความใจเย็นของเธอ

สุขภาพจริงๆเธอไม่ดีหรอกครับ ทานน้อยเพราะกลัวน้ำหนักจะขึ้น ที่กลัวน้ำหนักขึ้นก็เพราะข้อเข่าเธอเสื่อมครับ ถ้าน้ำหนักขึ้นจากเดิมแค่ครึ่งกิโล ก็จะปวดเข่าจนเดินลำบาก จะชวนไปกินอะไรที่ต้องจัดหนักๆ เธอกินสองสามคำก็อิ่ม ไม่สนุกจริงๆครับเพราะ ผมเป็นประเภทกินหนัก เข้าเบรกยาว หลายครั้งไปด้วยกันก็เซ็งเป็ดบ่อยๆ

แถมหนาวสั่นง่าย ไม่มีแรง ป่วยง่าย เป็นภูมิแพ้ ข้อแขนก็เสื่อม เรียกว่าถือของหนักสักสองกิโลเธอก็รู้สึกเหมือนแขนท่านล่างจะหลุดออกจากศอก หมอนรองกระดูกคอก็เสื่อมเลยปวดร้าวแถวๆคอถึงไหล่บ่อยๆ เล็บหยักเป็นคลื่นตามแนวยาวทุกเล็บเลยครับ อันนี้เป็นผลมาจากการทานน้อยเลยขาดโปรตีน หมอนรองกระดูกหลังก็เสื่อมเลยทำให้นั่งนานไม่ได้ จะปวดหลัง ปวดกระดูกเชิงกราน โดนแอร์ไม่ได้ พัดลมเป่าตัวก็ไม่ได้ ลมเข้าตาก็ไม่ได้ เดินห้างเกินชั่วโมงก็ไม่ได้ จะแสบเคืองตา  ตาจะแดงและแห้ง  ผมว่าสมองเธอก็น่าจะฝ่อด้วยนะ เพราะเวลาพูดกัน บางทีเธอนึกชื่อของที่จะบอกผมไม่ออก ต้องเสียเวลานึกอยู่ตั้งนาน เรียกง่ายๆว่า ผู้หญิงคนนี้ มีจุดสลบทั่วตัว แตะตรงไหนก็ร้าวตรงนั้น

 

นี่คือภาพเกือบสองปีที่แล้ว ก็ดูดีนะครับในสายตาทั่วๆไป ไม่อ้วน เพราะเธอทานน้อยมาก เห็นอย่างนี้อย่างคิดว่าเป็นคนผอมนะครับ ไขมันตรึม กล้ามเนื้อน้อยมาก มวลกระดูกบาง  นี่คือสาเหตุที่มาของอาการที่ว่ามาทั้งหมด

ผมถามเธอว่า อยากที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวเองไหม ให้แข็งแรงขึ้น จะได้ไม่เจ็บป่วยบ่อยๆ จะได้อยู่ศึกษาปฏิบัติธรรมให้นานๆสมกับที่ได้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์  เพราะการดูแลร่างกายตนเองให้แข็งแรงเป็นการปฏิบัติธรรมแบบธรรมชาติ เพราะต้องสู้กับกิเลสที่อยากสบาย ไม่อยากเหนื่อย ต่อสู้กับอาหารที่อร่อย เพราะต้องกินอาหารที่มีรสจืดๆ ต้องกำหนดสติในการดื่มกิน  กินด้วยปัญญา กินเพื่อบำรุงร่างกาย ไม่ได้กินเพื่อบำรุง ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ คือต้องอร่อย ต้องหอม ต้องนุ่มต้องกรอบ ต้องมีเพลงกล่อมขณะกิน เป็นต้น 

เธอตอบตกลง นั่นคือที่มาของเรื่องเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว เธอเป็นลูกศิษย์ที่ขยัน อดทน มีวินัยที่เคร่งครัด ผมสอนเธอให้แข็งแกร่งทางกาย เธอคอยสอนคอยเตือนผมให้แข็งแกร่งทางใจ

 

ผมวางโปรแกรมการฝึกให้เธอทีละขั้น ไม่ใช้ยาใดๆทั้งสิ้น เริ่มสร้างมวลกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆหลักๆให้เธอก่อน เพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้มากขึ้น เธอทานมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักเริ่มเพิ่มมากขึ้น แต่สัดส่วนที่ควรเล็กลง ก็เล็กลงตามที่วางแผนไว้ ตรงไหนขาดไปก็เพิ่มเติมด้วยโปรแกรมเวทที่ผมใช้ในการเหลารูปร่างเธอ

หัวไหล่ที่เล็กแคบอย่างผู้หญิงไทย ผมก็จัดแจงให้ผายกว้างแบบหญิงชาวตะวันตก เพื่อให้ดูสมดุลกับสะโพกที่ค่อนข้างกว้างของหญิงชาวเอเชีย  จากรูปร่างแบบชมพู่ กลายเป็นทรงนาฬิกาทราย

 

 

 

ตอนเริ่มช่วงแรก ไหล่ยังไม่เต็มอิ่ม ยังแคบลู่ การจัดหมวดหมู่อาหารจึงจำเป็นมาก กินอย่างเดียวไม่เล่น หรือเล่นอย่างเดียวไม่ยอมกิน  รับรองล้มเหลวทั้งคู่ อย่าใช้ยาครับ ต้องอดทนค่อยๆสร้างเสริม

ผมจัดความหลากหลายของประเภทการออกกำลังกาย ปอดเธอไม่ค่อยแข็งแรง หัวใจเต้นเร็ว ตกใจง่าย ดังนั้นการฝึกแบบ แอโรบิค ที่เน้นการทำงานของหัวใจและปอดที่แข็งแรงจึงจำเป็น

การยืดเหยียดของระยางค์เพื่อให้ยืดหยุ่น โยคะช่วยตรงนี้ได้มาก ไม่ถึงขนาดตัวอ่อนมากมายนัก แต่ช่วยในเรื่องการบาดเจ็บกล้ามเนื้อได้ดี

 

กีฬาที่ฝึกมิติสัมพันธ์ การตัดสินใจที่รวดเร็ว การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันของข้อต่อ เป็นสิ่งจำเป็นเพราะเป็นองค์รวมของการเคลื่อนไหว เธอก็ได้รับการฝึกการชกมวยไปด้วย

 

เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของชีวิตผม เลยให้ฝึกนิดหน่อย พอยืดเส้นยืดสายบ้าง

 

จากโปรแกรมอาหารที่ควบคุมปริมาณแคลอรี่และสารอาหารที่จำเป็นต้องได้รับในแต่ละวันอย่างเคร่งครัดสภาพร่างกายเธอเปลี่ยนไปมากในระยะเวลาปีกว่าๆที่ผ่านมา อาการอ่อนเพลีย ขี้หนาว ตาแห้งตาอักเสบ ทานอาหารได้น้อยหายหมด กินจุ (แบบนี้เข้าทางผมพอดี) ทานหลายมื้อมาก แต่รูปร่างกระชับขึ้น กางเกงที่ใส่หลวม เพราะสะโพก ต้นขา เอว กระชับไปหมด  ไปซื้อของในห้าง ผมให้เธอเดินหิ้วของหนักๆสบาย แถมชอบอีก (เมื่อก่อนผมต้องคอยหิ้วให้เพราะเธอไม่มีแรง ) การพูดจาตอบโต้ฉับไวขึ้น คงเป็นเพราะการไหลเวียนของหลอดเลือดไปที่สมองคล่องตัวขึ้น

 

การเล่นที่หลากหลาย ผ่านเวลาการเคี่ยวกรำมานาน ทุกท่าที่เล่น ต้องตั้งสติให้มีสมาธิอย่างมากกับมัดกล้ามเนื้อมัดที่เราต้องการใช้งาน ไม่ใช่นึกจะดึงก็ดึง นึกจะยกก็ยก

ทุกอย่างกลายเป็นวิถีชีวิต เป็นไปด้วยความปกติ ไม่อึดอัดขัดข้อง เหมือนตื่นเช้าขึ้นมาต้องจัดการกับร่างกายตนเองอย่างไร ต้องกินอยู่หลับนอนอย่างไร ก็ต้องออกกำลังกายอย่างนั้น

กายที่แข็งแกร่งต้องอาศัยใจที่แข็งแรงจึงจะฝ่าฟันไปได้

 

บางคนบอกเห็นริ้วรอยกล้ามเนื้อดูน่ากลัว นี่คือรูปเปรียบเทียบ เล่นเสร็จ อาบน้ำทาแป้ง ไปเดินซื้อของ ก็เป็นผู้หญิงปกติคนหนึ่ง เพียงแต่ฟิตแอนเฟิร์มเท่านั้น กล้ามมันจะเบ่งขึ้นมาตอนที่เลือดสูบอัดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ไขมันที่พอกตามตัวมันโดนระเบิดจนกระจุยไปหมด ตอนนี้เธอมีระบบเผาผลาญที่มากกว่าผู้หญิงทั่วๆไป คือกินหนัก แต่ไม่มีวันอ้วน ต้านทานอากาศหนาวๆได้ดี

 

นี่คือผลงานที่ผมปั้นแต่งขึ้นมาใช้เวลาเกือบสองปี เป็นระดับที่คิดว่าพีคที่สุดเท่าที่ทำได้ในวัย 55 ปีของเธอ ถ้าเธอเริ่มด้วยวัยที่เร็วกว่านี้ จะสมบูรณ์แบบกว่านี้มาก เพราะอายุที่มากขึ้น ขัดเกลายากทั้งระดับฮอโมนต์ที่ลดต่ำ และสภาพร่างกายที่เสื่อมโทรมมานาน

ตอนนี้ น้ำหนักเธอหนักขึ้น ที่เห็นเป็นกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากเดิมมาก ไขมันที่พอกตามส่วนที่ไม่ควรพอกก็ลดไปมาก ไม่น่าเชื่อว่าปฏิทินอายุทำอะไรไม่ได้  เพียงแค่พลิกมุมมองของชีวิต ตั้งใจแน่วแน่แล้วเริ่มก้าวที่หนึ่ง ก้าวต่อๆไปมันตามมาเอง  ชีวิตเรา กายเรา เราต้องรับผิดชอบเราเอง สอนกันได้ แต่ให้กันไม่ได้ ใครหมั่นทำก็ได้รับผลตามเหตุ 

 

ดูไม่ออกเลยใช่ไหมครับ ว่าที่นั่งข้างหลังผม สามารถหักคอผมได้  ดังนั้นความเกรงอกเกรงใจย่อมเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา

กำลังคิดอยู่ว่า จะเขียนเรื่องการดูแลสุขภาพองค์รวม มาถ่ายทอดให้ผู้อ่านดีหรือไม่ เผื่อคุณแม่บ้านทั้งหลายจะได้ทำให้พ่อบ้านนอบน้อมมากขึ้น

 

   (  เทรนเนอร์ประจำตัว ขอเครดิตด้วยครับ )

 

โดย สมชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net